หน้าแรก การเมือง กรวีร์ ย้ำจุด...

กรวีร์ ย้ำจุดยืนภูมิใจไทย ‘ร่างใหม่ทั้งฉบับ’ ไขข้องใจ ‘สูตร 20หยิบ1’ กันข้อครหา รธน.มีสี

10.12.25 | 18:13 น.

ส.ส.ภูมิใจไทย ย้ำจุดยืนชัด ‘ร่างใหม่ทั้งฉบับ’ ไขข้องใจ ‘สูตร20หยิบ1’ กันข้อครหา รธน.มีสี

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ที่อาคารรัฐสภา กรุงเทพฯ วิทยาลัยการนิติบัญญัติ สถาบันพระปกเกล้า จัดงาน “วันรัฐธรรมนูญ 2568 – รัฐธรรมนูญของประชาชน”

โดยไฮไลต์ภายในงาน ได้แก่ นิทรรศการวันรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วม อาทิ การทำโพลสำรวจความคิดเห็น ‘กล่องรับฟังความคิดเห็น การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม’ รวมไปถึง ‘กิจกรรมเยี่ยมชมเครื่องยอด และห้องประชุมรัฐสภา’ นอกจากนี้บริเวณโดยรอบสระมรกต ยังเต็มไปด้วยบูธจำหน่ายสินค้า OTOP จาก 77 จังหวัด ตลอดจนเวทีเสวนาวิชาการ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และมีส่วนร่วมของประชาชน ในระบอบประชาธิปไตย

บรรยากาศเวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุม ชั้น B2 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎรปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “93 ปี วันรัฐธรรมนูญ: อดีต ปัจจุบันและอนาคตของรัฐธรรมนูญไทย” ท่ามกลางนักศึกษา ประชาชน แน่นขนัด

จากนั้น เวลา 14.10 น. เข้าสู่การเสวนาในหัวข้อ “รัฐสภาชุดปัจจุบันกับการแก้ไขเพิ่มเติม
รัฐธรรมนูญและการจัดทำรัฐธรรมบูญฉบับใหม่” โดย นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.พรรคภูมิใจไทย, นายภัณฑิล น่วมเจิม ส.ส.พรรคประชาชน, นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.พรรคเพื่อไทย และ ศาสตราจารย์ ดร.โกวิทย์ พวงงาม ผู้แทนจากสถาบันพระปกเกล้า ดำเนินรายการ โดย ผศ.ดร. พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Advertisement

ในตอนหนึ่ง นายกรวีร์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่เราอยากเห็นคือ กติกาหลักของสังคม ที่ควรกำหนดโดยคนที่มีส่วนร่วม มาจากพี่น้องประชาชนจริงๆ โดยร่างแก้ไขที่นำเสนอเข้าสู่สภาฯ ทั้ง 3 ฉบับ ทุกพรรคเราเห็นเหมือนกันว่า ควรจะมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่ประชาชนเลือกเข้ามา เพื่อให้คณะชุดนี้เลือกว่า รูปแบบกติกาหลักของสังคมนั้นควรเป็นอย่างไร แต่เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้เราไม่สามารถทำอย่างนั้นได้

ซึ่งตอนนี้ สิ่งที่เราสามารถแก้ได้ ด้วยวิธี ‘แก้ไขรายมาตรา’ ดูเป็นรายประเด็นที่คิดว่าไม่ดี หรือมีข้อถกเถียง แต่ก็จะเป็นคำถามวนกลับไปว่า แก้เพื่อฝ่ายการเมืองหรือเพื่อแก้ปัญหาประชาชนกันแน่? เพราะนักการเมืองมักจะแก้กฎหมายเพื่อประโยชน์ของตัวเอง เราจึงควรที่จะ ‘เขียนใหม่’ แล้วเอาตัวแทนประชาชนมาเขียน ไม่ควรเขียนโดยฝ่ายนักการเมือง ผ่าน ส.ส. ส.ว. จับมือ แต่ควรกลับไปถามว่า รัฐธรรมนูญหน้าตาแบบนี้ คุณเอาไหม

“จริงๆ เราเดินมาไกล จากแก้ไขรายมาตรา จนนำมาสู่การแก้ไขทั้งร่าง ถ้าวาระ 2 ผ่าน สิ้นเดือนธันวาคม ลงมติวาระ 3 ได้ น่าจะเป็นหมุดหมายสำคัญ ที่เราจะได้รัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ” นายกรวีร์กล่าว

นายกรวีร์กล่าวว่า ของพรรคเพื่อไทย ก็มีโมเดลคล้าย พรรคภูมิใจไทย แต่เมื่อมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าห้ามเลือกโดยตรงจากประชาชน จึงเดินไปต่อไม่ได้

สรุปแล้ว พรรคเราเห็นว่าจะมี 1.คณะกรรมาธิการยกร่าง 35 คน จากการที่ประชาชนสมัครเข้ามา จากนั้นรัฐสภาเป็นคนคัดเลือกเข้ามาอีกที 2. คณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นรณรงค์และสร้างการมีส่วนร่วม ซึ่งจะมี 35 คนเหมือนกัน โดยจะออกไปทำหน้าที่รับฟังความเห็นประชาชนทุกภูมิภาค ในแต่ละหมวด แต่ละด้าน ว่าอยากเห็นหน้าตาแบบไหน ซึ่งทั้ง 2 คณะนี้ ควรให้ประชาชนเป็นคนเลือก แต่เมื่อทำไม่ได้ก็ให้รัฐสภาเป็นคนคัดเลือกให้เหลือคณะละ 35 คนแทน

จากนั้น นายกรวีร์กล่าวถึงจุดประสงค์ของสูตร ’20 หยิบ 1′ ว่า เพราะไม่ต้องการให้เป็นสีใดสีหนึ่งเพียงอย่างเดียว ไม่อย่างงั้นจะเป็น รัฐธรรมนูญสีน้ำเงิน สีส้ม สีแดง

ถ้าถาม 20 มาจากไหน มาจากที่เรามีสมาชิกรัฐสภา 700 คน เราต้องการตั้ง คณะกรรมาธิการยกร่าง โดยนำ 700 หาร 35 ได้ 20 กล่าวคือถ้ารวมเสียงกัน ส.ส.และ ส.ว. ได้ 20 คนก็จับมือมาเสนอชื่อ 1 คน จากรายชื่อที่มีผู้สมัครเข้ามาทั้งประเทศ

เมื่อถามว่า ส.ว. ซึ่งเป็นหนึ่งในฝ่ายที่มีส่วนสำคัญ ที่จะทำให้เกิดการแก้ไขได้จริง ซึ่งล่าสุดมีการขอสงวนบางประเด็น ?

นายกรวีร์กล่าวว่า ต้องไปดูในรายละเอียด ที่ให้ ส.ว.ยังคงอยู่ต่อไป ซึ่งถ้าคำนวณดูจากกรอบเวลา ส.ว.ชุดนี้มีเวลา 3 ปีกว่า น่าจะปริ่มๆ กับการหมดวาระของ ส.ว.พอดี ซึ่งมีการขอสงวนความเห็นเอาไว้ โดยจะมีการเสนอในที่ประชุมรัฐสภา ไม่วันนี้ ก็ในวันพรุ่งนี้

นายกรวีร์กล่าวว่า ตนมองว่า องค์กรอิสระ ยังต้องมีอยู่ แต่ถามว่าองค์กรอิสระตอนนี้อิสระจริงหรือเปล่า ตนในฐานะฝ่ายการเมือง มองว่า ส.ว.ต้องมี ในการกลั่นกรองกฎหมาย โดยเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่ง ส.ว.กำหนดไว้ว่าต้องมาจากหลากหลายอาชีพ

“เมื่อออกแบบมาไม่เหมือนกับ ส.ส. ผมจึงคิดว่า ยังจำเป็นต้องมี ส.ว.แต่จะมีอย่างไร และมีไว้ทำหน้าที่อย่างไรต่างหาก ถ้าเราสามารถมีองค์กรอิสระที่แท้จริงได้ จะทำหน้าที่ตรวจสอบ ฝ่ายนิติบัญญัติและบริหารได้มากขึ้น” นายกรวีร์ชี้

นายกรวีร์กล่าวต่อว่า ส่วนตัวเห็นต่างในบางประเด็นกับ นพ.ชลน่าน ที่มองว่า รัฐธรรมนูญที่จะออกมานี้ จะเป็นสีใดสีหนึ่งอย่างแน่นอน เพราะมองว่าการจะเป็นสีใดมันเกิดขึ้นได้ยาก ด้วยสูตร 20 หยิบ 1 ที่ตนมองว่าจะช่วยไม่ให้เกิดสิ่งนั้นได้ แต่ถ้าแบบให้เป็นการเลือกของรัฐสภา จึงจะทำเกิดกรณีแบบนั้นได้

“ซึ่ง 20 หยิบ 1 อาจจะไปหาสมาชิกจากพรรคอื่นก็ได้ ด้วยการเขียนกติกาแบบนี้ จะทำให้เกิดความหลากหลาย ได้คนร่างที่หลากสีมากขึ้น มันน่าจะเป็นข้อดี ในการผสานความแตกต่างให้อยู่ใน 35 คนนี้ได้” นายกรวีร์กล่าว