เสธ.เบิร์ด ลั่นฮุนเซนใกล้จนตรอก ขู่ทำลายอาวุธร้าย หากใช้คุกคามไทย บอกประเทศที่ 3 ปกป้องกัมพูชาเท่ากับเห็นด้วยกับสแกมเมอร์ ด้านทภ.2 เรียกร้องให้กัมพูชา หยุดใช้โบราณสถานเป็น ‘ฐานทางทหาร’ ชี้เป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรม-ทำลายมรดกโลกชัดเจน
เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พล.ท.วันชนะ สวัสดี ที่ปรึกษาสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ข้อความฝากถึง “ฮุนเซน” พ่อฮุนมาเนต
1. วิเคราะห์ภูมิประเทศแนวปะทะ ฝั่งไทยเป็นป่าและภูเขา การตั้งฐานทหารจึงอยู่กับป่า ส่วนฝั่งเขมร มีการนำบ้านคนมาตั้งประชิดชายแดน การตั้งฐานทหารของกัมพูชาจึงใช้บ้านคน อาคารเป็นฐานทหาร ที่ตั้งยิงอาวุธและศูนย์ควบคุมอาวุธ (ใช้ประชาชนเป็นโล่)
2. จากข้อ 1 การปฏิบัติการของไทย เราใช้หลักป้องกันตนเอง และเมื่อพิสูจน์ทราบได้อย่างชัดเจนว่าจะมีภัยคุกคามกำลังจะเกิดขึ้นเราจึงต้องทำลายภัยคุกคามนั้น
3. จากข้อ 2 นั่นหมายความว่าถ้าภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้อยู่ที่บ้านใครเราก็ทำลายภัยคุกคามนั้น
4. จากข้อ 3 อาวุธยิงระยะไกลของกัมพูชาก่อนหน้านี้ใช้ป้องกันฮุนเซน ที่พนมเปญ ถ้าพิสูจน์ทราบได้ว่าจะเป็นภัยคุกคามในระยะเวลาอันใกล้เราก็ทำลาย
5.จากข้อ 4 เมื่อฮุนเซนรักตัวกลัวตายก็มีความจำเป็นที่ต้องขยับอาวุธยิงระยะไกลนั้นให้ห่างจากตัวเองไว้
6. จากข้อ 5 เพราะปัจจุบันฮุนเซนกำลังตกที่นั่งลำบากทั้งศึกภายในและภายนอก ที่ สั่นคลอนอำนาจของฮุนเซน
7. จากข้อ 6 เราจึงไม่เห็นพี่เลี้ยงจากต่างประเทศออกตัวแรงเพื่อปกป้องกัมพูชาเท่าครั้งก่อน
8. จากข้อ 7 เพราะถ้าประเทศใดออกตัวปกป้องกัมพูชาก็เท่ากับเห็นด้วยกับ สแกมเมอร์
9. จากข้อ 8 บีบให้ฮุนเซน ใกล้จนตรอก จึงเลือกวิธีสกปรกด้วยการยิงระยะไกลทำร้ายประชาชนชาวไทยผู้บริสุทธิ์ และจะอ้างว่าทำลายที่ตั้งทางทหารของไทย
10. จากข้อ 9 กัมพูชา จะอ้างแบบนี้ไม่ได้เพราะทหารไทยไม่ได้ใช้ประชาชนเป็นโล่มนุษย์ และเราทำการรบด้วย ศักดิ์ศรีของความเป็นทหาร ตามข้อ 1

ขณะที่ รายงานข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าทางกัมพูชาได้ใช้โบราณสถานเป็นฐานในการปฏิบัติการทางทหารนั้น ถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมสากล และทำลายคุณค่าทางมรดกโลกอย่างร้ายแรง และชัดเจนที่สุด
กองทัพภาคที่ 2 ขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาหยุดใช้โบราณสถานในการเป็นฐานทางทหาร เพราะโบราณสถานไม่ใช่สนามรบ การปฏิบัติการทางทหาร การติดตั้งอาวุธ กล้องตรวจการณ์ และระบบแอนตี้โดรนบนพื้นที่มรดกโลก ถือเป็นการละเมิดหลักสากลที่ทุกประเทศต้องเคารพ ตามกฎกติกาสากลโลก


