หน้าแรก การเมือง วิโรจน์ ชม ทห...

วิโรจน์ ชม ทหาร-ฝ่ายปกครอง ทำดีแจ้งอพยพปชช. แนะขุดหลักฐานฟ้องโลก ทำไมบึ้มตึกสแกมเมอร์

11.12.25 | 14:43 น.

‘วิโรจน์’ ชม ทหาร-ฝ่ายปกครอง ทำได้ดี ขนประชาชนชายแดนไปพื้นที่ปลอดภัย บอก กองทัพ การข่าวแม่นยำ ตอบโต้ได้สัดส่วน ทำลายแสนยานุภาพ เขมร แนะต้องบี้แจงนานาชาติ ขุดภาพถ่ายทางอากาศ เอาหลักฐานทุกอย่างโชว์ให้เห็น ทำไม ไทย ต้องบึ้มตึกสแกมเมอร์

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่รัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า อันดับแรกในฐานะ กมธ. ก็คงต้องติดตามมาตรการการเยียวยา ทหารผู้พลีชีพทหารที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อให้แน่ใจว่ารัฐจะดูแลอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะความสูญเสียเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือดูแลสภาพจิตใจ การชดเชยเยียวยา ให้กับคนที่อยู่เบื้องหลังให้ดีที่สุด ซึ่ง กมธ.กำลังรวบรวมรายชื่อและทำหนังสือติดตามอย่างไม่ลดละ

นายวิโรจน์กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องที่ 2 คิดว่า ต้องติดตามสถานการณ์ ณ วินาทีนี้ยืนยันว่าการทำงานของทหารและฝ่ายปกครอง เรื่องการแจ้งเตือนประชาชน อพยพประชาชน ไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยถือว่าทำได้ดีระดับหนึ่ง ทำให้ทหารที่ต้องสู้รบไม่ต้องพะว้าพะวังกับความปลอดภัยของพลเรือน ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเป็นอย่างดี

เมื่อถามว่าเป้าหมายส่วนใหญ่ในการตอบโต้กัมพูชา เป็นตึกกาสิโนหรือสแกมเมอร์ร้างถือว่ามาถูกทางแล้วหรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า เรื่องสแกมเมอร์เป็นอีกแนวรบหนึ่ง ที่ต้องใช้แนวทางการต่างประเทศ และแนวทางอื่นในการจัดการ ถือเป็นผลพลอยได้ที่เกิดขึ้น แต่หลักๆ ในการโจมตีครั้งนี้ มีข้อมูลทางการข่าวที่มีนัยสำคัญ อาจจะมีภาพถ่ายทางอากาศ ที่บ่งชี้ว่า อาคารต่างๆ เหล่านี้มีการซุกซ่อนอาวุธ หรือเป็นแหล่งในการกักเก็บโดรนพลีชีพ และโดรนต่างๆ ที่เข้ามาคุกคามรุกรานประเทศไทย หรือทำร้ายทำลายกำลังทหารของเรา ดังนั้นถือเป็นการตอบโต้ที่ได้สัดส่วน ที่พุ่งไปที่แหล่งเป้าหมายที่เป็นภัยคุกคามของเรา ให้สิ้นแสนยานุภาพ

“ผมย้ำนิดหนึ่งว่า ต้องปกป้องภารกิจของกองทัพด้วย ไม่ใช่ว่าตึกนี้เป็นตึกสแกมเมอร์เลยเอาระเบิดไปทิ้ง ไม่ใช่นะครับ แต่กองทัพมีการข่าวที่ค่อนข้างแม่นยำ ว่าบริเวณนี้เป็นแหล่งซุกซ่อนอาวุธ และต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่เรื่องนี้เป็นเรื่องอาวุธทางเทคโนโลยี ไม่แปลกใจที่เขาจะเอาไปเก็บไว้ในอาคาร ที่เป็นศูนย์ประกันสแกมเมอร์ ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีชั้นสูงเหมือนกัน ถือเป็นผลพลอยได้ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว” นายวิโรจน์กล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่าท่าทีของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ค่อนข้างแข็งกร้าว มีความน่ากังวลหรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า เราต้องการนายกฯที่มีความชัดเจนตรงไปตรงมา ณ วินาทีนี้ สิ่งที่รัฐบาลและกองทัพต้องทำอย่างเร่งด่วนที่สุด คือการจัดการยึดภูมิประเทศที่สำคัญ ที่เป็นภัยคุกคามของพลเรือน หรือกองทัพของเราให้ได้ และต้องพยายามทำลายขีดความสามารถศักยภาพทางการสงครามของกัมพูชา เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากัมพูชาจะไม่มีสมรรถนะใดๆ ที่จะใช้อาวุธสงครามทำลายพลเรือนและคุกคามอธิปไตยของไทย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด และยังมีเรื่องที่ตนไม่อยากให้มองข้าม คือแหล่งรายได้ที่กัมพูชาสามารถนำมาซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ทำร้ายประเทศไทยตนเข้าใจว่าโดรนพลีชีพจำนวนมาก ก็ถูกซื้อมาเนื่องจากมีราคาไม่แพง สามารถนำมาทำลายล้างอาวุธที่มีคุณภาพ และที่ราคาแพงที่สุดคือชีวิตของทหาร

ถ้าเราไม่สามารถจัดการสแกมเมอร์ให้สิ้นซากได้ กัมพูชาก็จะมีเงินมาซื้ออาวุธรุกรานเราไม่จบไม่สิ้น เพราะฉะนั้น ณ วันนี้ผิวเผินฉากหน้า คือความขัดแย้งที่ชายแดน แต่เบื้องลึกเบื้องหลังคือสงครามสแกมเมอร์” นายวิโรจน์กล่าว

ต่อข้อถามว่า อีกไม่นานนายอนุทินต้องคุยกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา มีคำแนะนำหรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า ตอนนี้การเชื่อมโยงข้อมูลเรื่องข่าวสารและการทหาร ระหว่างกองทัพและกระทรวงการต่างประเทศจะต้องทำงานอย่างไร้รอยต่อ ไม่ใช่แค่ชี้แจง โดนัลด์ ทรัมป์ แต่ต้องชี้แจงกับนานาอารยประเทศ ว่าเหตุใดเราถึงต้องทำลายเป้าหมายอย่างนั้น ทำไมอาคารตรงนั้นตรงนี้ ถึงอยู่ในบัญชีเป้าหมาย เพราะบริเวณนั้นเป็นที่ซุกซ่อนของอาวุธสงคราม เรามีหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศรวมถึงภาพถ่ายจากโดรน เราก็ต้องทำงานร่วมกันระหว่างกองทัพและกระทรวงการต่างประเทศ ถ้ามีการยืนยันในลักษณะนี้ คิดว่าเป็นเหตุผลที่รับฟังได้และเป็นไปตามมาตรการที่อยู่ในกฎบัตรสหประชาชาติ