หน้าแรก การเมือง ยุทธพร ชี้ อน...

ยุทธพร ชี้ อนุทิน สั่งสู้กัมพูชา ไม่ใช่เกมการเมือง แต่สถานการณ์บีบ

11.12.25 | 17:25 น.

ยุทธพร ชี้ อนุทิน สั่งสู้กัมพูชา ไม่ใช่เกมการเมือง แต่สถานการณ์บีบให้ต้องรบ มั่นใจไทยลุยม้วนเดียวจบ ก่อนเปิดทางเจรจาเมื่อเขมรหมดฤทธิ์

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้ความเห็นต่อสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เปิดฉากก่อน และดูมีการเตรียมแผนไว้ล่วงหน้า เนื่องจากผู้นำกัมพูชากำลังเผชิญภาวะเสื่อมถอยทางอำนาจ การสร้างสถานการณ์ชาตินิยมจึงเป็นสูตรสำเร็จที่หลายประเทศในเอเชียใช้เพื่อดึงความนิยมกลับคืน แต่ประเทศไทยในครั้งนี้เป็นเสมือนเครื่องมือมากกว่าจะเป็นฝ่ายเริ่ม เพราะหากดูตามไทม์ไลน์ จุดปะทะเล็กๆ สามารถดับได้ตั้งแต่แรก แต่กัมพูชากลับขยายแนวรบอย่างมีนัยสำคัญ ชี้ชัดว่าฝ่ายโน้นต้องการยั่วยุให้สถานการณ์บานปลาย

ด้านไทยเอง นายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องแสดงภาวะผู้นำที่แข็งแกร่ง เพราะในสถานการณ์เช่นนี้ ความอ่อนแอคือสิ่งที่ข้าศึกต้องการเห็น การตอบโต้จึงเป็นเรื่องจำเป็นไม่ใช่ตัวเลือก

ต่อข้อสังเกต เรื่องความแข็งกร้าวของนายกรัฐมนตรีอาจเป็นแผนการเมืองเพื่อดึงคะแนนนิยม รศ.ดร.ยุทธพรยืนยันว่า ไม่ใช่แผนแต่เป็นเงื่อนไขสถานการณ์ที่บังคับให้ต้องทำ ส่วนคะแนนเสียงที่เพิ่มขึ้นได้ถือเป็นผลพลอยได้มากกว่า อีกทั้งการเลือกตั้งยังอีกไกล ไม่มีใครบอกได้ว่าความนิยมจะยืนระยะถึงวันนั้นหรือไม่ หรือในอีกด้าน หากการรบพลิกผัน สูญเสียมาก ประชาชนรับไม่ได้ พรรคการเมืองก็อาจเสียคะแนนอย่างหนัก เพราะสงครามคือสิ่งที่ประเมินผลล่วงหน้าไม่ได้ ไม่มีผู้นำคนไหนกล้าเดิมพันอนาคตทางการเมืองด้วยการเปิดสงครามโดยไร้ความจำเป็น

“ไทยไม่มีโครงสร้างอำนาจแบบกัมพูชาที่ผู้นำจะสร้างสถานการณ์ใหญ่เพื่อผลทางการเมืองได้ง่ายๆ ความดุดันของนายกฯ จึงเป็นเพียงการตอบสนองต่อสถานการณ์ที่สันติวิธีหมดทางเลือกแล้วเท่านั้น”

ยุทธพร
รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

ส่วนโอกาสในการเจรจา รศ.ดร.ยุทธพรมองว่า ต้องมาแน่ แต่ไม่ใช่เร็วๆ นี้ เพราะตามที่นายกฯ ระบุ “เมื่อเริ่มแล้ว มันหยุดไม่ได้ทันที” ขณะนี้ไทยต้องรวบรวมหลักฐานและชี้แจงต่อประชาคมโลกว่าไทยไม่ใช่ผู้ก่อเหตุ แต่ถูกโจมตีก่อน และกำลังใช้สิทธิในการป้องกันตนเองเพื่อคุ้มครองชีวิตประชาชน

Advertisement

พร้อมประเมินว่า การเจรจาจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อสองเงื่อนไขเกิดพร้อมกัน คือ 1.ไทยยึดพื้นที่คืนได้ครบตามเป้าหมาย และ 2.กัมพูชาสูญเสียศักยภาพที่จะคุกคามไทยต่อไป เมื่อสองจุดนี้ประจวบกัน การเจรจาจะเริ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ท้ายที่สุด รศ.ดร.ยุทธพรเสนอให้ภาครัฐสื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ว่าสงครามครั้งนี้มีตอนจบ และตอนจบนั้นคืออะไร เพื่อให้สังคมคลายความกังวล เพิ่มความมั่นใจต่อสถานการณ์ และสร้างเสถียรภาพเชิงจิตวิทยาให้ภาคธุรกิจในช่วงเวลาที่อ่อนไหวนี้