หน้าแรก การเมือง สื่อสารประชาค...

สื่อสารประชาคมโลก

12.12.25 | 09:32 น.
สื่อสารประชาคมโลก สถานการณ์บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

สถานการณ์บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา รอบใหม่ จากการเปิดฉากยิงของกัมพูชาที่ภูผาเหล็ก-พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา ยังไร้สัญญาณว่าจะจบลงเมื่อไร

การสู้รบรอบนี้มีความรุนแรงและขยายวงจากจุดปะทะช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ไปยังบริเวณชายแดน จ.สระแก้ว และตราด ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ สระแก้ว จันทบุรี และตราด ประชาชนหลายแสนคนอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย

ความรุนแรงที่ยกระดับขึ้น ทำให้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากนานาชาติมากกว่าเหตุการณ์ครั้งก่อน หลายฝ่ายจึงออกมาแสดงความกังวล ขอให้ทั้ง 2 ฝ่ายเปิดการเจรจาเพื่อยุติการสู้รบ

ทั้งข้อเรียกร้องของ อนิตา ฮิปเปอร์ โฆษกสหภาพยุโรปด้านกิจการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง ขอทั้งสองประเทศใช้ความอดกลั้นอย่างที่สุด และกลับไปใช้ปฏิญญาร่วมที่ลงนามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม

สหภาพยุโรปพร้อมที่จะสนับสนุนมาตรการที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันเพื่อลดความตึงเครียด รวมถึงการกู้ระเบิดเพื่อมนุษยธรรม

Advertisement

แถลงการณ์ของ นายอันโตนิอู กุแตเรซ เลขาธิการสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์แสดงความเป็นห่วงเหตุปะทะ โดยขอให้ใช้ความอดทน หลีกเลี่ยงการทำให้เหตุปะทะบานปลาย ใช้กลไกทุกช่องทางเพื่อเจรจา และหาทางแก้ปัญหาอันยั่งยืนด้วยวิธีการอันสันติ

ความห่วงใยของ “สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14” ที่ทรงกล่าวปราศรัยต่อผู้ศรัทธาที่มาร่วมการเข้าเฝ้าทั่วไปเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ว่าพระองค์รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับข่าวความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นอีกครั้งตามแนวชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา มีผู้เสียชีวิตรวมถึงพลเรือนและประชาชนหลายพันคน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน พร้อมขอแสดงความห่วงใย และขอภาวนาให้แก่ประชาชนเหล่านั้น

รวมทั้งการออกโรงของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่กล่าวระหว่างการปราศรัยในรัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ว่า “จะโทรศัพท์หาผู้นำของไทยและกัมพูชาเพื่อยุติความขัดแย้งบริเวณชายแดนที่กลับมาปะทุรุนแรงอีกครั้ง”

ารเข้ามาของมหาอำนาจอย่างสหรัฐ จึงเป็นสิ่งที่จับตาโดยเฉพาะข้อกังวลหากมีการใช้มาตรการทางภาษี

ทั้งข้อเรียกร้อง ข้อห่วงใยของนานาชาติ และการเข้ามาของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประเด็นที่รัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องอธิบายและให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อตอกย้ำจุดยืนของไทยในการรักษา “เอกราช” และ “อธิปไตย” ของประเทศ

ขอหยิบยกความเห็นบางส่วนของ รศ.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ที่ให้สัมภาษณ์ในช่องไทยพีบีเอส เมื่อวันก่อนว่า “การสื่อสารทางการเมือง เพื่อทำความเข้าใจ เป็นเรื่องจำเป็นที่สุดในภาวะสงครามแบบนี้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจต่อจุดยืนของไทย ในการปกป้องอธิปไตย ไม่ให้สถานการณ์บานปลาย”

ในภาวะที่ยากจะคาดการณ์ได้ว่าการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาจะยุติลงเมื่อใด การให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ถูกต้องต่อประชาคมโลกจึงยิ่งมีความสำคัญ หากอีกฝ่ายยังใช้กลยุทธ์เดิมสร้างวาทกรรม “ประเทศใหญ่รังแกประเทศเล็ก”

สุพัด ทีปะลา