หน้าแรก การเมือง ยอดพล มองอนาค...

ยอดพล มองอนาคตแก้ รธน. เชื่อ ส้ม-แดง ยังจับมือกันได้ แนะพท.จริงใจกว่าเดิม ติงปชน.อย่ามองตัวเอง ‘เป็นปชต.กว่าใคร’

12.12.25 | 16:44 น.

ยอดพล มองอนาคตแก้ รธน. หลังยุบสภา เชื่อ ส้ม-แดง ยังจับมือกันได้ แนะพท. จริงใจกว่าเดิม ติง ปชน. อย่ามองตัวเอง ‘เป็นประชาธิปไตยกว่าใคร’ ฟันธง แก้ไม่ได้ ถ้ายังใช้กติกาเดิม ติดกับดัก ม.256

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม สืบเนื่องกรณีการประกาศยุบสภาของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ผศ.ดร.ยอดพล เทพสิทธา อาจารย์ประจำสาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้สัมภาษณ์ ‘มติชน’ ถึงอนาคตของการแก้รัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้น มองว่าเป็นการหักหลังของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ ผศ.ดร.ยอดพล ตอบว่า ตนตอบไม่ได้ เพราะหากถ้ามองว่าหักหลัง มันคือการกล่าวหาพรรคภูมิใจไทยว่ามี สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในมือ ส่วนนี้เราตอบกันตามข้อกฎหมายก่อน แต่ถ้าพูดกันตามความเป็นจริง การโหวตเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม แพ้ไปไม่กี่เสียง ก็ต้องไปนับดูว่า พรรคภูมิใจไทยส่งคนมาลงมติให้พรรคประชาชนมากน้อยแค่ไหน ถ้าจะบอกว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ทำตาม MOA ก็ต้องดูว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคภูมิใจไทยเมื่อวาน โหวตให้พรรคประชาชนมากน้อยแค่ไหน หรือถ้าไม่โหวตเลย หรือไม่มาตามนัด แบบนี้เรียกว่าหักหลังแน่ๆ

ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อไปถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคต ว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนจะยังเป็นแนวร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ ?

ผศ.ดร.ยอดพล กล่าวว่า ตนมองว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาชนมีเป้าหมายเดียวกัน คือ กลไกของรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2560 มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นที่มาของ สว. ถึงแม้จะพ้นจาก สว. ของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไปแล้วก็ตาม มันมีกลไกอื่นที่แอบแฝง ถ้าทั้งสองพรรคมองว่าตรงนี้มีปัญหา และมองว่ารัฐธรรมนูญมีความจำเป็นต้องแก้ไข ตนคิดว่าทั้งสองพรรค น่าจะไปด้วยกันได้ แต่ทั้งนี้ ต้องดูว่า ในทางการเมือง ไม่มีอะไรแน่นอน

Advertisement

“ถ้าวันหนึ่งพรรคเพื่อไทยมองว่ารัฐธรรมนูญไม่ใช่ปัญหา เขาก็อาจจะไม่ได้แก้ก็ได้ หรือวันหนึ่ง พรรคประชาชนเห็นว่า ไม่แก้แล้วก็ได้ ไปใช้กลไกอื่น มันก็อาจจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าถามผมว่าพรรคประชาชนจะไปจับมือกับพรรคเพื่อไทยได้ไหม ส่วนตัวมองว่าก็พอจะมีโอกาสบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พรรคเพื่อไทยเองก็ต้องแสดงความจริงใจมากกว่านี้ก่อน ต้องจริงใจกว่าเดิม ในทางกลับกัน พรรคประชาชนเอง ก็ต้องไม่มองในลักษณะที่ว่าเป็นประชาธิปไตยกว่าใคร เพราะไม่อย่างนั้น มันจะหาจุดบรรจบกันไม่ได้

ในขณะที่คำถามประชามติที่รัฐสภา ส่งไปถึง ครม. 5 ญัตติ รัฐบาล คุณอนุทินจะทำให้หรือเปล่านั้น ผมไม่กล้าฟันธง แต่ถ้าถามความเห็นผม ผมมองว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำ เพราะคุณอนุทินเองก็แค่รักษาการณ์เพราะว่ายุบสภาไปแล้ว ไม่มีความจำเป็น หรืออาจจะกลับมาในรูปแบบเดิม คือให้รัฐบาลที่มีอำนาจเต็มเหมือนเดิม เป็นผู้จัดทำประชามติก็ได้ แต่ผมคิดว่า ไม่มีประโยชน์ที่จะทำสำหรับพรรคภูมิใจไทย ถ้าดูจากความต้องการที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยเองก็ไม่ใช่พรรคการเมืองที่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญแต่แรกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นส่วนตัวเลยคิดว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะดำเนินการสำหรับคุณอนุทิน

ถ้าเกิดทำ ความยาก ระหว่างการรณรงค์หาเสียงกับรณรงค์ประชามติ พร้อมกัน มันยากตรงที่ เราผ่านแค่วาระเดียว แต่กลไกต่างๆในการแก้ไข มาตรา 256 ยังไม่เสร็จเลย ทำให้เราไปติดกับดักเลยว่า ต้องไปแก้ตาม มาตรา 256 เท่านั้น คือในทางกฎหมายเรามีวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้มากกว่านั้นอีกเยอะ แต่เราไปติดกับดักของ มาตรา 256 วิธีการแก้ ทุกอย่างมันเลยไปได้ยาก ว่าสุดท้ายก็ต้องไปติดที่ สว. อยู่ดี ต้องใช้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 อย่างไรก็ไม่มีทางผ่าน

ท้ายที่สุดแล้ว ถ้าเรายังใช้กติกาเดิมหรือพูดตรงๆ คือ ถ้ายังใช้วิธีการแก้ไขตามมาตรา 256 รัฐธรรมนูญไม่มีทางได้แก้หรือร่างใหม่”  ผศ.ดร.ยอดพล กล่าว