หน้าแรก การเมือง ณัฐพงษ์ เรือง...

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยังคง ‘ทื่อ’ หาประชาชน

14.12.25 | 09:16 น.
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยังคง‘ทื่อ’หาประชาชน

เหมือนผิดคาดการเมืองไทยถึงวาระ “ยุบสภา” รวดเร็วขนาดนี้

แต่หากย้อนกลับไปในช่วง ภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี หลัง แพทองธาร ชินวัตร ถูกปลด ยื่น “ยุบ” แล้วถูกตีกลับ จนต้องให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกรัฐมนตรีจาก “แคนดิเดต” กันใหม่

ซึ่งตอนนั้นรู้กันดีว่าตั้งเข้าไปให้หมดข้ออ้าง “นายกฯรักษาการไม่มีอำนาจ” เพื่อ “ยุบสภา”

“ยุบ” ตอนนั้นกับตอนนี้ไม่ต่างกัน คือ “ให้ประชาชนเลือกตั้งกันใหม่”

เพราะคิดว่า “ใครยื่นยุบก็เหมือนกัน” เพียงพรรคประชาชนที่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นหัวหน้าเกิดเสียดายความเป็นพรรคที่มี ส.ส.มากที่สุดว่าควรสร้างผลงานเรื่องการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญฝากไว้สักหน่อย

Advertisement

“รัฐธรรมนูญ” ที่เห็นว่าฉุดรั้งการพัฒนาประเทศ

เพราะพรรคประชาชนเป็นเสียงที่ชี้ขาดได้ว่าจะให้ใคร “ยื่นยุบสภา” จึงคิดใช้ประโยชน์จากสิทธินี้ ด้วยการไปคิดและได้ข้อสรุปว่า การแก้ไขบางมาตราในรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิด “ประชามติ” ทิ้งไว้ให้เขียน “รัฐธรรมนูญใหม่” ได้ทันทีหลังเลือกตั้งจะใช้เวลา 4 เดือน กระชับที่สุดตามไทม์ไลน์ในกฎหมาย

จึงปฏิบัติการเสนอให้ 2 พรรคที่มี “แคนดิเดตนายกฯ” รับ “ข้อตกลง (MOA)” ที่มีเงื่อนไข “ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญใน 4 เดือนแล้วยุบสภา”

แลกโอกาสในการให้ “อำนาจนายกรัฐมนตรี” กับ “ภารกิจแก้รัฐธรรมนูญ”

พรรคภูมิใจไทย ไม่เพียงรับรู้กันอยู่ว่าคอนโทรลวุฒิสมาชิก แต่ยังรับทุกเงื่อนไข MOA โดยไม่ต่อรองอะไร

ขณะพรรคเพื่อไทย เปลี่ยนนั่น เปลี่ยนนี่แสดงให้เข้าใจว่าต้องการเป็นผู้กำหนดเกม เพราะเชื่อว่าอย่างไรเสียพรรคประชาชนจะไม่เลือกเดินร่วมกับ “ภูมิใจไทย” ที่ชัดเจนว่าต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตลอด

กระทั่ง “พรรคประชาชน” เลือก “ภูมิใจไทย” ด้วยเงื่อนไขที่เชื่อว่าหวังผลได้มากกว่า แม้ “เพื่อไทย” พยายามพลิกเกมว่าจะยุบสภาทันทีโดยไม่ขอเอาประโยชน์จาก “อำนาจนายกรัฐมนตรี 4 เดือน” แต่ “พรรคประชาชน” เลือกที่จะมีโอกาสแก้รัฐธรรมนูญ

ในที่สุดจึงได้ อนุทิน ชาญวีรกูล มาเป็น “นายกรัฐมนตรี” ท่ามกลางเสียงโห่ ฮา ของบรรดาเซียนการเมืองที่ทุบโต๊ะว่า “พรรคประชาชน” ทิ้ง “ไพ่โง่” ครั้งใหญ่ เป็น “ความไร้เดียงสาทางการเมือง” แบบ “ติดปีกให้พยัคฆ์” โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เจตนา “ไม่ใช่ให้มาบริหารประเทศ แต่ให้มายุบสภา” และคำมั่น “ภูมิใจไทยพูดแล้วทำ” นั้น น่าหัวเราะ!

ที่สุดก็เป็นเช่นนั้น “นายกฯเสี่ยหนู” ใช้ 4 เดือนที่มีโอกาสอย่างเต็มกำลังให้ “ภูมิใจไทยได้ประโยชน์สูงสุดด้วยทุกอณูอำนาจที่ได้มา”

ตั้งผู้มีภาพนักบริหารมืออาชีพร่วม ครม. สร้างความเชื่อมั่น โยกย้ายข้าราชการทุกกระทรวงสร้างฐานกำลัง ระดมแต่งตั้งรองนายกฯ และรัฐมนตรีของพรรคควบคุมกำลังพลและงบประมาณทุกพื้นที่ทั่วประเทศ กวาดต้อนนักการเมืองบ้านใหญ่ในทุกท้องถิ่นเข้าพรรคครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์ ทำนโยบายประชานิยมแจกเงินประชาชนครั้งใหญ่ เกาะและกระตุ้นสร้างกระแสชาตินิยมจากปัญหาชายแดนไทย-เขมร

และอื่นๆ อีกมากมายที่เรียกว่าเก็บทุกเม็ดเพื่อประโยชน์ของ “ภูมิใจไทย”

แม้จะมีบางเรื่องอย่าง สแกมเมอร์ หรืออุทกภัยหาดใหญ่เข้ามาเป็นปัญหาให้บ้าง แต่โดยรวมแล้ว เป็นการใช้อำนาจที่ “ได้มากกว่าเสียหลายเท่า”

และจะว่าไปแล้ว มีแต่ “ได้กับได้ ได้แล้ว ได้อีก ได้ไม่รู้พอ” เสียด้วยซ้ำ

เพราะที่สุด “ต้นทุนที่ต้องจ่าย” ตาม “MOA พรรคประชาชน”

คือ “แก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้ประชามติ”

พรรคภูมิใจไทยเบี้ยวหน้าตาเฉยไปเรียบร้อย โดยโหวตร่วมกับ “วุฒิสมาชิกสีน้ำเงิน” หักมติกรรมาธิการเสียงข้างมาก โดยแสดงให้เห็นชัดถึงเจตนา “ตบหน้าความไร้เดียงสาของพรรคประชาชน” ด้วยการ “ยื่นยุบสภาก่อนโหวต” ให้เห็นกันชัดๆ

รักษาจุดยืน “ไม่แก้รัฐธรรมนูญ” อันเป็นต้นทุนความเชื่อมั่นจาก “ใบอนุญาตที่ 2” ไว้ได้เต็มราคา

ขณะที่ “พรรคประชาชน” ยังเดิน “ทื่อ” ในความเชื่อว่าที่สุด “ประชาชน” จะเลือก “พรรคที่จริงใจ ไร้เหลี่ยมเล่ห์” เหมือนที่เคยเลือก “อนาคตใหม่-ก้าวไกล”