หน้าแรก การเมือง เลขาฯกกต. แจง...

เลขาฯกกต. แจงเลือกตั้งไม่พร้อมกัน เป็นโมฆะ แกนนำพท.ชี้ อย่าทำคนสับสนคิดไปถึงเลื่อนเลือกตั้ง

14.12.25 | 06:20 น.

เลขาฯกกต. แจงเลือกตั้งไม่พร้อมกัน “เป็นโมฆะ” แกนนำพท.ชี้อย่าทำคนสับสนคิดไปถึงเลื่อนเลือกตั้ง ต้องสู้รบสงบหรือไม่

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊ก อธิบายการเลือกตั้งวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร…หากไม่เลือกพร้อมกันผลคืออะไร โดยระบุว่า ถ้ามีเหตุจำเป็นที่อาจทำให้ไม่อาจเลือกตั้งตามวันที่กำหนดไว้อาทิ มีเหตุจำเป็น หรือมีประกาศกฎอัยการศึก

1.ทำไมต้องเลือกตั้งพร้อมกันทั่วราชอาณาจักร กรณีหากจัดให้มีเลือกตั้งไม่พร้อมกันทั่วราชอาณาจักร จะยังผลให้การเลือกตั้ง “เป็นโมฆะ” คือ เสียเปล่า ไม่มีผลบังคับตามกฎหมายตั้งแต่แรก นั้นหมายความว่า เสียหาย สูญเปล่า ทั้งในแง่ผลการเลือกตั้ง เสียเวลาของผู้เกี่ยวข้อง เสียงบประมาณของหลวง เงินทอง ทรัพย์สินของเอกชน ผู้สมัคร พรรคการเมือง และเสียโอกาสในการพัฒนาประเทศ เป็นต้น

2.กรณีมีเหตุจำเป็นจะมีแนวทางในการทำให้เลือกตั้งเป็นวันเดียวกันทั่วนอกราชอาณาจักรได้อย่างไร 2.1 แนวทางแรก เลือกตั้งตามวันเลือกตั้ง “วันเดิม” ที่ กกต.กำหนดไว้ตาม มาตรา 103 ของรัฐธรรมนูญ กล่าวคือเลือกตั้งภาย 60 วันหลังมีการยุบสภา (ไม่เลื่อนวันเลือกตั้งออกไป หรือไม่กำหนดวันเลือกตั้งใหม่) โดยหลักการนำคน(ผู้มีสิทธิ)ไปหาหน่วย เป็นการบริหารในสถานการณ์พิเศษ หรือพื้นที่พิเศษ (กรณีนำหน่วยมาหาคน(ผู้มีสิทธิ)ยังมีข้อจำกัดทางกฎหมายอยู่) 2.2 เลือกตั้งตามวันที่กำหนดขึ้นใหม่ ตามมาตรา 104 กรณีมีเหตุจำเป็น แต่ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 30 วันนับแต่เหตุจำเป็นนั้นสิ้นสุดลง (เหตุจำเป็นมีลักษณะปลายเปิด แต่การกำหนดวันเลือกตั้งมีลักษณะปลายปิด)

3.ประกาศกฎอัยการศึกมีผลกับการเลือกตั้งหรือไม่ ประกาศกฎอัยการศึกเป็นการประกาศเพื่อความสงบเรียบร้อย หรือความปลอดภัยของประเทศ จากภัยที่อาจเกิดจากภายในหรือภายนอกประเทศก็ได้ จะประกาศครอบคลุมทั่วราชอาณาจักร หรือบางพื้นที่ก็ได้ ประกาศกฎอัยการศึกจะเป็นเหตุจำเป็นตาม มาตรา 104 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไปว่าแต่ละฉบับมีสาระสำคัญอย่างไร กระทบต่อการจัดให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ ไม่ใช่ทุกกฎอัยการศึกจะเป็นเหตุจำเป็นตามมาตรา 104 เมื่อพิจารณาว่าเป็นเหตุตามมาตรา 104 จึงมาพิจารณาตามแนวทางตามข้อ 2 ข้างต้น

Advertisement

“ไม่ว่าจะเหตุจำเป็นหรือไม่เมื่ออายุสภาสิ้นสุดลง กกต.ต้องประกาศกำหนดวันเลือกตั้งทุกครั้งตามมาตรา 102 หรือมาตรา 103 ก่อน จึงจะไปใช้มาตรา 104 ได้”เลขากกต.ระบุ

ขณะที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการสู้รบระหว่างไทยกัมพูชา จะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ ว่า หลักทั่วไปพอมีการยุบสภา จะต้องประกาศวันเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน ตอนนี้มีการอ่านกฎหมายตีความกันไปต่างๆนานา ยิ่งกกต.ไปพูดว่าสามารถขยายเวลาไปได้มากว่า 60 วัน คนยิ่งสับสน เพราะจริงๆ ไม่ใช่ จริงๆ แล้วภายใน 5 วันหลังมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาออกมา กกต.ต้องประกาศวันเลือกตั้งก่อน ว่าจะเลือกตั้งตอนไหนในช่วง 45-60 วันนับจากวันยุบสภาฯ แต่เท่าที่ฟังเข้าใจว่าอยากเลือกกันวันที่ 8 ก.พ.69

“คำถามคือถ้าถึงวันนั้นยังมีการปะทะกันที่ชายแดน อาจทำให้การเลือกตั้งไม่สามารถดำเนินการได้พร้อมกันทั่วราชอาณาจักร กฎหมายเขียนไว้ว่าถ้ามีเหตุการณ์อะไรทำให้เลือกตั้งพร้อมกันไม่ได้ทั่วราชอาณาจักร ให้อำนาจ กกต. ประชุมกันแล้วมีมติ 2 ใน3 ขอเลื่อนเลือกตั้งทั่วประเทศได้ แต่ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 30 วันนับจากวันที่เหตุการณ์นั้นสงบลง หมายความว่าจะจัดได้หรือไม่ได้ทั่วราชอาณาจักรต้องไปดูใกล้วันเลือกตั้งว่ามีเหตุการณ์หรือไม่ ไม่ใช่มาดูกันตอนนี้ แต่เท่าที่ฟังคนไปเข้าใจกันว่าจะเลื่อนเลือกตั้งได้ตั้งแต่ตอนนี้เลยหรือจะเลือกตั้งไม่ได้ เพราะการให้สัมภาษณ์ที่สับสนคนฟังเลยตีความกันไปต่างๆนานา เรื่องนี้จึงต้องรอดูใกล้วันเลือกตั้งก่อนแล้วค่อยมาพูดถึง” นายชูศักดิ์ กล่าว