หน้าแรก การเมือง โรม ฉะ พวกโยน...

โรม ฉะ พวกโยนหินถามทางเหตุชายแดน เห็นธงเลื่อนเลือกตั้งหรือไม่ ยัน สงครามต้องไม่เอื้อประโยชน์ใคร

14.12.25 | 15:43 น.

โรม ฉะพวกโยนหินถามทางหวังสงครามยืดเยื้อมีธงการเมือง ‘เลื่อนเลือกตั้ง’ หรือไม่ ดักคอพรรคการเมือง อย่าเอาความขัดแย้ง ‘ไทย-กัมพูชา’ มาโหนเรตติ้ง ชี้ ต้องประเมินสถานการณ์เรียลไทม์ ยึดผลประโยชน์ชาติเป็นหลัก ย้ำ ต้องทลายทุนเทากระเป๋าเงิน ‘ฮุน เซน’ หยุดเครื่องจักรสงคราม แต่วันนี้รัฐบาลไม่ทำอะไรแล้ว

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสถานการณ์การสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชา จะกระทบต่อการจัดเลือกตั้งที่อาจต้องเลื่อนออกไปหรือไม่ ว่า ความคิดเห็นส่วนตัว ตนมองว่าครั้งนี้สถานการณ์มีความรุนแรงมากกว่าหลายครั้งที่ผ่านมา และมีความสูญเสียเกิดขึ้น ซึ่งในส่วนนี้ ตนก็ต้องแสดงความเสียใจกับผู้ที่สูญเสียทั้งหมด อย่างไรก็ตามตนยังมองว่าหนึ่งสถานการณ์ในการเลือกตั้งมันยังอีกหลายวัน หรือยาวนานเป็นเดือน สองคือ ต้องไม่ทำให้เรื่องความขัดแย้งตามแนวชายแดน กลายเป็นผลประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายใครก็ตาม ควรคิดบนพื้นฐานของผลประโยชน์ประเทศชาติ

“คิดว่าต้องประเมินสถานการณ์อย่างเรียลไทม์ โดยดูจากความเป็นจริงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องไม่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นผลประโยชน์ของพรรคการเมือง แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ของประเทศชาติอย่างแท้จริง ดังนั้น ประเภทโยนหินถามทางต่างๆ ตนเองก็ไม่แน่ใจว่าไอ้การคิดแบบโยนหินถามทางนั้นคิดบนพื้นฐานอะไร คือคิดว่าเกือบ 2 เดือนข้างหน้าจะมีการสู้รบกันต่อไปแบบนั้น หรือว่ามันเป็นการคิดบนพื้นฐานว่าอยากจะเห็นธงทางการเมืองแบบนั้น เลยพยายามโยนหินถามทางหรือเปล่า ตนไม่แน่ใจ แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้ต้องไม่ทำให้เป็นเรื่องทางการเมืองที่จะนำไปสู่การเอื้อประโยชน์ต่อพรรคการเมืองใดก็ตาม” นายรังสิมันต์ กล่าว

เมื่อถามว่า มีบางฝ่ายพยายามปลุกกระแสเพื่อให้เลื่อนการเลือกตั้งออกไป จะทำความเข้าใจกรณีนี้กับสังคมอย่างไร  นายรังสิมันต์ กล่าวว่า จริงๆ ตนคิดว่าสังคมส่วนใหญ่เข้าใจทุกอย่าง แต่ว่าอย่างที่ตนได้บอกไปว่าการแก้ปัญหาในเรื่องของชายแดน การแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ต้องไม่ตั้งอยู่บนข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ต้องไม่ตั้งอยู่บนการใช้อารมณ์ความรู้สึก แต่ต้องตั้งอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศชาติ และตั้งอยู่บนพื้นฐานข้อมูลข้อเท็จจริง ซึ่งตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก ถ้าใช้อารมณ์ความรู้สึก แต่ละเลยข้อเท็จจริงไป สุดท้ายอาจจะไม่ได้เป็นการรักษาผลประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า ดังนั้น ตนคิดว่าการที่จะแก้ปัญหาตามแนวชายแดน ต้องตั้งอยู่บนเรื่องผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก หมายความว่าตั้งแต่ในเรื่องของการเตรียมการ การดำเนินการยุทธวิธีต่างๆ เพื่อที่จะทำอย่างไรให้รักษาชีวิตทหารให้ได้มากที่สุด ในขณะเดียวกันเราก็ปกป้องบูรณภาพทางดินแดน ปกป้องประชาชน เป็นสิ่งที่ต้องทำ เป็นการป้องกันประเทศชาติ แต่ขณะเดียวกัน การที่จะทลายทุนเทาก็เป็นสิ่งที่สามารถทำให้กระเป๋าเงินของฮุน เซน ประธานวุฒิสภา กัมพูชา และชนชั้นนำของกัมพูชาสะเทือน เพื่อที่เขาจะไม่สามารถหล่อเลี้ยงเครื่องจักรสงครามต่อไปได้

Advertisement

เรื่องการทลายทุนเทาเป็นสิ่งที่ตนคิดว่ามันเงียบหายไป และรัฐบาลไม่ได้ดำเนินการอะไรแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนคิดว่าสังคมไทยต้องกลับมาตั้งคำถามกันอีกครั้งว่าเกิดอะไรขึ้น ต้องไม่ลืมว่าแม้กระทั่งตัวที่ปรึกษาของฮุน เซน ทุกวันนี้ยังไม่มีการออกหมายจับ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรื่องเหล่านั้น ตนคิดว่าถ้าไม่มีความชัดเจนในเรื่องทางยุทธศาสตร์ ตนเป็นห่วงจริงๆ ว่าไทยจะไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบ

“ที่บอกว่าจะเอาเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ก็ไม่ได้เป็นการเบ็ดเสร็จเด็ดขาดที่ยั่งยืนหรือที่แท้จริง เพราะว่าแท้จริงแล้ว ในการสู้รบมีหลายมิติ ไม่ได้มีแค่มิติใดมิติหนึ่งที่จะต้องชนะ แต่มีทุกๆ มิติที่จะต้องดำเนินการให้ได้รับผลที่ดีสำหรับประเทศ” นายรังสิมันต์กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า การที่ฝ่ายรัฐบาลจะเลือกตั้งหรือไม่นั้น ตนคงไม่คิดแทน เพราะว่ายังไม่มีข้อมูลอะไรที่จะมาคิดหรือพิจารณาได้ชัดเจนขนาดนั้น แต่แน่นอนตนคิดว่าประชาชนก็คงเป็นห่วงว่ามันจะมีความพยายามในการเอาเรื่องชายแดน เรื่องความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาไปเป็นผลบวกในเรื่องคะแนนนิยมของพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนก็แล้วแต่ ซึ่งตนขอย้ำว่าเรื่องนี้มันต้องตั้งอยู่บนผลประโยชน์ของชาติ ต้องไม่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นผลประโยชน์ส่วนตัวของพรรคการเมือง