กกต.กางปฏิทินเลือกตั้ง
ตามที่พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2568 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 และที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้พิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบแผนจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ตามที่สำนักงานเสนอ โดยกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ทั้งนี้ สำนักงาน กกต.ได้กำหนดแผนจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีรายละเอียดดังนี้

วันที่ 12 ธันวาคม 2568 พ.ร.ฎ.ยุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2568 มีผลบังคับใช้
วันที่ 15 ธันวาคม 2568 1.กกต.ประกาศกําหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง วันรับสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อและสถานที่ที่พรรคการเมือง จะส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ 2.จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี และจํานวนเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด
3.การสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
4.กําหนดวัน และเวลายื่นคําขอลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ก่อนวันเลือกตั้ง
5.กําหนดวันและเวลาการออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลาง
17 ธันวาคม 2568 แต่งตั้ง กกต.เขต/ผอ.กต.เขต
18 ธันวาคม 2568 ผอ.กต.เขตประกาศสถานที่รับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
20 ธันวาคม 2568 ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า (ในเขต/นอกเขต/นอกราชอาณาจักร) รวม 17 วัน
27-31 ธันวาคม 2568 รับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง รวม 5 วัน
28-31 ธันวาคม 2568 พรรคการเมืองส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (เฉพาะพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตแล้วเท่านั้น/พรรคการเมืองแจ้งรายชื่อบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี รวม 4 วัน)
7 มกราคม 2569 ผอ.กต.เขตประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง/กกต.ประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ
13 มกราคม 2569 วันสุดท้ายที่ กกต.เขต ประกาศกำหนดหน่วยเลือกตั้ง ที่เลือกตั้ง/วันสุดท้ายที่ กกต.เขต ประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
18 มกราคม 2569 วันสุดท้ายที่ กกต.เขตแต่งตั้งกรรมการประจำหน่วย (กปน.)/วันสุดท้ายที่นายทะเบียนส่งหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน
28 มกราคม 2569 วันสุดท้ายเปลี่ยนแปลงหน่วยเลือกตั้ง/ที่เลือกตั้ง/วันสุดท้ายเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
1 กุมภาพันธ์ 2569 วันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง/วันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง/วันลงคะแนน ณ ที่เลือกสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุ
1-7 กุมภาพันธ์ 2569 วันแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้ง รวม 7 วัน
8 กุมภาพันธ์ 2569 วันเลือกตั้ง ส.ส.
9-15 กุมภาพันธ์ 2569 วันแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งหลังวันเลือกตั้ง รวม 7 วัน
9 เมษายน 2569 วันสุดท้ายที่ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง/แบบบัญชีรายชื่อ
เปิดที่นั่ง ส.ส. 77 จังหวัด 400 เขต
ขณะที่วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ราชกิจจานุเบกษาออกประกาศ คณะกรรมการการเลือกตั้งเรื่องจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดจะพึงมี โดยมีรายละเอียดระบุว่า ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมได้บัญญัติให้มีการกำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี และจำนวนเขตเลือกตั้ง
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 86 และมาตรา 224 (1) ของรัฐธรรมนูญ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และที่แก้ไขเพิ่มเติม และมาตรา 22 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2560 ประกอบข้อ 43 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 และประกาศสำนักทะเบียนกลาง เรื่อง จำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568

คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงออกประกาศให้ทราบเกี่ยวกับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี และจำนวนเขตเลือกตั้ง ดังนี้
1.จำนวนราษฎรสัญชาติไทยทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 มีจำนวน 64,953,661 คน
2.จำนวนราษฎรโดยเฉลี่ย 162,384 คนต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคน
3.จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด มีดังนี้ จังหวัดที่มีจำนวนเขตเลือกตั้งมากที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร 33 เขต รองลงมาคือ 16 เขตนครราชสีมา
จังหวัดที่มี 11 เขต : ขอนแก่น และอุบลราชธานี
จังหวัดที่มี 10 เขต : เชียงใหม่, ชลบุรี, บุรีรัมย์ และอุดรธานี
จังหวัดที่มี 9 เขต : นครศรีธรรมราช, ศรีสะเกษ และสงขลา
จังหวัดที่มี 8 เขต : สุรินทร์, ร้อยเอ็ด, สมุทรปราการ, นนทบุรี และปทุมธานี
จังหวัดที่มี 7 เขต : ชัยภูมิ, สกลนคร, เชียงราย และสุราษฎร์ธานี
จังหวัดที่มี 6 เขต : นครสวรรค์, นครปฐม, มหาสารคาม, เพชรบูรณ์ และกาฬสินธุ์
จังหวัดที่มี 5 เขต : กาญจนบุรี, พระนครศรีอยุธยา, พิษณุโลก, ราชบุรี, ระยอง, สุพรรณบุรี, นราธิวาส และปัตตานี
จังหวัดที่มี 4 เขต : กำแพงเพชร, ฉะเชิงเทรา, ตรัง, นครพนม, ลำปาง, เลย, สมุทรสาคร, สระบุรี, ลพบุรี และสุโขทัย
จังหวัดที่มี 3 เขต : กระบี่, จันทบุรี, ชุมพร, น่าน, บึงกาฬ, ประจวบคีรีขันธ์, ปราจีนบุรี, พัทลุง, พิจิตร, เพชรบุรี, แพร่, พะเยา, ภูเก็ต, ยโสธร, ยะลา, หนองคาย, หนองบัวลำภู, สระแก้ว, อุตรดิตถ์ และตาก
จังหวัดที่มี 2 เขต : นครนายก, พังงา, มุกดาหาร, แม่ฮ่องสอน, อ่างทอง, อำนาจเจริญ, อุทัยธานี, สตูล, ลำพูน และชัยนาท
จังหวัดที่มี 1 เขต : ตราด, ระนอง, สมุทรสงคราม และสิงห์บุรี

