คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเห็นชอบแผนการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.วาระทั่วไป ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นไปตามกรอบเวลาไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 103 กำหนด
ภายหลังที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลาโหม ทูลเกล้าฯพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2568
หากไม่มีปัจจัยแทรกซ้อนอื่นใด เมื่อ กกต.กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.พร้อมกันทั่วประเทศเป็นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไทม์ไลน์ที่ 76 พรรคการเมืองที่อยู่ในสารบบของ กกต.ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนการส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงสมัครรับเลือกตั้ง
คือ ต้องแต่งตั้งตัวแทนประจำจังหวัดของแต่ละพรรค และสาขาพรรคประจำจังหวัดให้ครบถ้วน ตามมาตรา 47 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 กำหนด
โดย กกต.วางไทม์ไลน์ วันที่ 27-31 ธันวาคม เป็นวันรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต ณ สถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งกำหนด
ส่วนวันที่ 28-31 ธันวาคม เป็นวันรับสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เฉพาะพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต และพรรคการเมืองแจ้งรายชื่อบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ โดยวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า
เมื่อไทม์ไลน์การเลือกตั้งชัดเจน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแต่ละพรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัคร ส.ส. จำเป็นต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด
โดยการเลือกตั้งวาระทั่วไปในครั้งนี้ ถือเป็นวาระสำคัญต่อการที่จะเลือกรัฐบาลชุดใหม่ เข้ามาแก้ปัญหาหลายด้าน และร่วมเดินหน้าประเทศ จึงนับว่าเป็นการเลือกตั้งที่จะกำหนดอนาคตของประเทศได้เช่นกัน
ด้วยเหตุผลดังกล่าว เครือมติชนจึงได้เปิดตัวโครงการ MATICHON Thailand Election 2026 : เลือกตั้ง เลือกอนาคต ด้วยการนำเสนอเนื้อหาสาระ ผ่านข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งบทวิเคราะห์ทุกมิติ
นอกจากนี้ยังหนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์ คือ การจัดทำโพล “มติชน-เดลินิวส์ โพลเลือกตั้ง 2569” โดย ปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ขยายความว่า การทำโพลร่วมกันครั้งนี้ถือเป็นความต่อเนื่องจากการทำโพลเลือกตั้งเมื่อปี 2566 วันนี้เมื่อสื่อออนไลน์มีพัฒนาการมากขึ้น จึงเชื่อว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะแม่นยำและน่าเชื่อถือมากขึ้น เชื่อว่านี่จะเป็นการอ่านนักการเมืองจากประชาชนอีกครั้งว่ามีความคิดเห็นอย่างไรกับทิศทางการเมืองที่มีส่วนร่วม
ส่วนรูปแบบการทำโพลจะทำ 2 ครั้ง ครั้งแรกเริ่มวันที่ 18-29 ธันวาคม 2568 คำถามจะเป็นการตรวจสอบถามทัศนคติของประชาชนว่าคิดเห็นอย่างไรกับการเลือกตั้งปี 2569 และเห็นว่าใครควรจะเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อหาความเป็นผู้นำทางการเมือง หลังจากนั้นก็จะมีทีมวิชาการจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏ มาช่วยกันวิเคราะห์ผลโพล
ส่วนครั้งที่สอง จะเริ่มช่วงวันที่ 9-23 มกราคม 2569 โดยครั้งที่ 2 คำถามจะสอดคล้องไปกับการเลือกตั้งจริง เช่น จะเลือก ส.ส.เขตและ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคใด รวมถึงอาจมีแนวคำถามที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติด้วย รวมถึงอาจจะมีการสอบถามความเห็นเรื่องนโยบายต่างๆ ของแต่ละพรรค เป็นต้นด้วย
การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนจะกลับมามีอำนาจสูงสุด ต่อการกำหนดอนาคตประเทศ อยากให้อนาคตประเทศเป็นแบบใด
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้ง 53,052,847 คน จะเป็นผู้ชี้ทิศทางและอนาคตของประเทศ ผ่านปลายปากกาที่จะออกมาเป็นผลการเลือกตั้ง
จตุรงค์ ปทุมานนท์

