หน้าแรก การเมือง กลาโหม ย้ำการ...

กลาโหม ย้ำการเมืองนำการทหาร ชี้คำสั่งหยุดยิงขึ้นอยู่กับมติรบ. พบกัมพูชาจ้างล็อบบี้ยิสต์

16.12.25 | 14:01 น.

กลาโหม ย้ำการเมืองนำการทหาร การหยุดยิงขึ้นอยู่กับมติรัฐบาล ขณะกองทัพเดินหน้าปฏิบัติการตามหลักสากล ชี้สถานการณ์ชายแดนเริ่มเบาบาง แต่ยังไม่คลี่คลาย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 ธันวาคม ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย-กัมพูชา พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงถึงกรณีความเป็นไปได้ของการเจรจาในระดับ รมว.ว่าจะส่งผลต่อทิศทางและแนวโน้มของสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนอย่างไรว่า โดยหลักการแล้วการบริหารจัดการประเทศต้องยึดการเมืองนำการทหาร ขณะที่การทหารเป็นเพียงกลไกหนึ่งในการสนับสนุนการดำเนินนโยบายของรัฐ การตัดสินใจเรื่องการหยุดยิงหรือไม่ขึ้นอยู่กับมติของรัฐบาล โดยเฉพาะการพิจารณาผ่านสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

เมื่อถามว่า กระแสที่ตั้งข้อสังเกตว่ากองทัพอาจลดการหยุดยิง เนื่องจากถูกนานาชาติจับตามองว่าไทยใช้การตอบโต้ที่รุนแรงขึ้นนั้น โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าวยืนยันว่า ปฏิบัติการทางทหารของไทยยังคงยึดหลักสากลตามกฎบัตรสหประชาชาติ และกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยมี 3 หลักสำคัญ คือความจำเป็น ความได้สัดส่วน และการแยกแยะเป้าหมาย

“การโจมตีที่ผ่านมาเป็นการโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหารเท่านั้น ส่วนระดับความเข้มข้นของการปฏิบัติการขึ้นอยู่กับการตอบโต้และขีดความสามารถของฝ่ายกัมพูชา เพื่อให้การใช้กำลังเป็นไปอย่างเหมาะสมตามหลักสากล” พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าว

พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงสถานการณ์ล่าสุดว่า ฝ่ายไทยตรวจพบการใช้อาวุธยิงสนับสนุนจากฝ่ายกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่ของไทยลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลจากการปฏิบัติการร่วมกันของกองทัพบกและกองทัพอากาศ ในการลิดรอนขีดความสามารถด้านอาวุธ ระบบควบคุมการยิง และเส้นทางส่งกำลังบำรุง อย่างไรก็ตาม ยังพบการต้านทานในบางพื้นที่ โดยเฉพาะจุดที่กองทัพไทยสามารถควบคุมพื้นที่ได้แล้ว และฝ่ายตรงข้ามพยายามช่วงชิงคืน แต่ในภาพรวมสถานการณ์มีแนวโน้มเบาบางลง

Advertisement

ขณะที่ พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า การปฏิบัติการทางทหารของไทยไม่ได้ลดความเข้มข้น แต่ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องควบคู่กับมิติทางการทูต เพื่อกดดันให้ฝ่ายกัมพูชาเข้าสู่การพูดคุยอย่างมีเหตุมีผล โดยเฉพาะการโจมตีเป้าหมายสำคัญ เช่น คลังอาวุธ กระสุน และวัตถุระเบิด ซึ่งส่งผลให้ฝ่ายกัมพูชาถูกลิดรอนขีดความสามารถทางทหารอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุง ทำให้การเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์เข้าสู่แนวหน้าทำได้ยากขึ้น

โฆษกกองทัพอากาศกล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 9 วันที่ผ่านมา การปฏิบัติการของไทยประสบความสำเร็จในการลดทอนขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจของฝ่ายตรงข้ามอย่างต่อเนื่อง

เมื่อถามถึงกรณีที่โฆษกกระทรวงกลาโหมเปิดเผยเรื่องการใช้ล็อบบี้ยิสต์ของฝ่ายกัมพูชา พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวว่า จากการติดตามพบว่ามีการว่าจ้างล็อบบี้ยิสต์ชาวตะวันตกออกมาสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษกับประชาคมโลก กล่าวหาไทยใช้ความรุนแรงและสร้างผลกระทบต่อพลเรือน ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยืนยันว่าการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์เป็นอาวุธที่มีความแม่นยำสูงและกำหนดเป้าหมายเป็นเป้าหมายทางทหารเท่านั้น หากมีผลกระทบต่อพลเรือนก็อยู่ในระดับต่ำมาก

“การเคลื่อนไหวของล็อบบี้ยิสต์ดังกล่าวไม่มีหลักฐานหรือภาพประกอบที่ชัดเจน และมีลักษณะเป็นการสร้างกระแสผ่านการสื่อสารเชิงอารมณ์ จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการรับข่าวสาร และใช้วิจารณญาณในการเสพสื่อจากทุกช่องทาง” พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าว