จิรัฏฐ์ ย้ำ ศาลยกฟ้องข้อหาปลอมใบสด.43 ร่ายยาวข้อสงเกตชั้นไต่สวน ชี้ต้องโทษ 2 ปีรุนแรงเกินไป ไม่ได้สัดส่วน รับ รู้สึกถูกกลั่นแกล้งจากรัฐไทย อย่างเป็นขบวนการ มีแบบแผน
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ตามที่ศาลอาญาพิพากษาคดีใบ สด.43 หรือใบผ่านเกณฑ์ทหาร ที่อัยการ สำนักงานคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้อง นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 4 พรรคประชาชน ในความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม รวมทั้งนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยศาลพิพากษาจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอมและการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ขณะที่ข้อหาปลอมเอกสารราชการ ศาลมีคำสั่งยกฟ้อง ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น
- จิรัฏฐ์ มั่นใจพยานหลักฐาน ยันไม่ปลอมใบสด.43 เชื่อถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง
- ศาลให้ประกัน จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ คดีปลอมใบ สด.43 ไม่กำหนดเงื่อนไข
ล่าสุด นายจิรัฏฐ์ ได้โพสต์ชี้แจงเพิ่มเติมหลังเพิ่งได้รับประกันตัว ระบุว่า “ผมได้ประกันตัวออกมาตอนบ่าย 3 ครับ พึ่งเห็นพาดหัวที่อาจทำให้เข้าใจผิด โดยเฉพาะเรื่องปลอมเอกสาร วันนี้ศาลตัดสินว่าผมไม่ได้ปลอมเอกสารครับ
- โดยสรุปคำพิพากษาเท่าที่จำได้ ดังนี้
1.ยกฟ้องข้อหาปลอมแปลงเอกสาร
2.ผิดข้อหาใช้เอกสารปลอม “การกระทำของจำเลยกระทบต่อความมั่นคง และความปลอดภัยของประเทศชาติ และประชาชน” สั่งลงโทษ จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา
- ยังมีข้อเท็จจริง และข้อต่อสู้จำนวนมากที่ศาลยังไม่ได้หยิบยกขึ้นมาพูด เช่น
– โจทย์ฟ้อง โดยที่ยังไม่ได้เห็นใบสด43 ของผมเลย
– ผมนำเอกสารไปใช้แสดงเพราะเชื่อว่าไม่ไช่เอกสารปลอมแน่นอน ในเมื่อได้รับมาจากมือสัสดี ในสถานที่และในเวลาราชการ ซึ่งตลอด 13 ปีถึงปัจจุบัน ผมไม่เคยถูกกองทัพแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาไม่ไปรายงานตัว หรือข้อหาหนีทหารเลย (หากเอกสารฉบับนี้ปลอม ผมต้องมีความผิดตามข้อหาดังกล่าวในปีถัดไป ไปแล้ว) อีกทั้งลายเซ็นเจ้าหน้าที่ในใบสด43 ของผม ก็เป็นลายเซ็นเดียวกันกับในเอกสารต้นขั้วที่กองทัพนำมาแสดงเอง เอกสารฉบับนี้จึงเป็นของจริงสำหรับผมอย่างไม่ต้องสงสัย
– ในเมื่อยกฟ้องและผมไม่ได้ปลอมเอกสาร ดังนั้นเอกสารฉบับนี้ก็ควรเป็นของจริง
– โจทย์ไม่ได้พิสูจน์ว่าเอกสารของผมเป็นของปลอมอย่างไร และใครเป็นคนปลอม
– โจทย์เพียงชี้แจงกระบวนการออกใบสด43 และสรุปว่านอกเหนือจากนี้ถือว่าปลอมหมด โดยไม่ฟังข้อเท็จจริงอื่นเลย
– ศาลอ้างว่าผมเป็น กมธ.ทหารย่อมรู้กฎหมาย และรู้ว่าเอกสารฉบับนี้ปลอม ซึ่ง กมธ.ทหารไม่ไช่เจ้าหน้าที่ทหารที่ทำงานอยู่ในกับระเบียบ และกระบวนการของทหารครับ
– ในเมื่อผมไม่ได้ปลอมขึ้นมา และผมก็ไม่ไช่สัสดี ผมจะแยกแยะของปลอมกับจริงได้อย่างไร
– ผมไม่มีเหตุจำเป็นต้องนำเอกสารราชการปลอมที่ไม่ได้มีผลทางกฎหมายอะไรอีกแล้ว ไปใช้หาประโยชน์อื่นใด
– การใช้เอกสารที่ไม่มีผลทางกฎหมายใดใดแล้ว ถูกต้องโทษจำคุกถึง 2 ปี ไม่รอลงอาญา ผมคิดว่าโทษรุนแรงเกินไปไม่ได้สัดส่วน
- //ข้อสังเกตเพิ่มเติมในชั้นไต่สวน//
– หลักฐานเอกสารที่กองทัพใช้ ส่วนใหญ่เป็นเอกสารที่ถูกทำลายแล้ว (มีการเจาะรูขนาดใหญ่กลางเอกสาร)
– ภาพที่กองทัพนำมาใช้เป็นหลักฐานเป็นภาพจาก tiktok ที่อัดคลิปโจมตีผมจำนวนมาก และเจ้าตัวก็มาคัดค้านการประกันตัวผมทุกครั้ง ทุกคดี
– ประวัติอาชญากรรมในคดีไม่ไปรายงานตัวเมื่อ 13 ปีที่แล้วของผม ซึ่งโจทย์นำมาเป็นหลักฐาน มีข้อความระบุว่า “เป็นมติให้เก็บไว้ใช้เพื่อประโยชน์ในราชการ” ลงวันที่ก่อนผมถูกฟ้องร้อง 8 เดือน และในเวลาไล่เลี่ยกันก็มีการขอคัดสำเนาคำพิพากษาในคดีไม่ไปรายงานตัวเมื่อ 13 ปีก่อนที่ศาลฉะเชิงเทราโดยปลัดอำเภอ และสารวัตร สภอ.บางปะกง โดยไม่ทราบจุดประสงค์
– นายทหารพระธรรมนูญช่วยราชการยศพันโทที่ได้รับคำสั่งให้ดำเนินคดีผม ใช้หลักฐานกล่าวหาจากภาพของรายการ politic ในขณะที่ผมให้สัมภาษณ์ ซึ่งจะมีบางช่วงบางตอนที่ผมได้หยิบเอกสารดังกล่าวออกจากกระเป๋าเสื้อและกำไว้ในมือ ซึ่งนายทหารยศพันโทท่านนี้ ซูมเข้าไปยังร่องนิ้วของผมขณะถือเอกสารและอ้างว่าเห็นเป็นเลขลำดับที่เอกสาร ซึ่งไม่ตรงกับต้นขั้วที่ชื่อนวรินทร์ จึงฟันธงว่าเป็นของปลอม
– ผมพยายามไล่ดูคลิปแบบ frame by frame อย่างน้อย 3 รอบแล้ว ก็ยังไม่เห็นตัวเลขที่ว่าแบบชัดๆ
– สิ่งที่ชัดที่สุด คือนายทหารยศพันโทท่านนี้มีความมุ่งมั่นและความพยายามมากเพื่อจะหาหลักฐานมาเอาผิดผมให้จงได้
จากข้อสังเกตเพิ่มเติมที่ว่ามา ผมรู้สึกว่าถูกกลั่นแกล้งจากรัฐไทย (หลายหน่วยงาน) ที่ทำเรื่องนี้กันอย่างเป็นขบวนการ และมีแบบแผน โดยมีฝ่ายความมั่นคงเป็นหัวเรือใหญ่
วันนี้ผมรู้ตัวแล้วว่าได้ทำอะไรผิดพลาดไปในอดีต ซึ่งผมก็ได้รับโทษไปเรียบร้อยแล้ว จากการถูกสังคมตั้งถาม และบางคนก็นำมาใช้ด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย แต่นั่นเป็นความจริงที่ผมปฏิเสธไม่ได้ ต้องน้อมรับและอดทนต่อไป
แต่กับคดีนี้ที่ชัดเจนว่าเป็นคดีการเมือง ทั้งกระบวนการฟ้องร้อง รวมถึงคำตัดสินที่ออกมา ผมจึงต้องสู้ต่อเพื่อขอความเป็นธรรมในชั้นอุธรณ์ครับ”

