กกต. ติวเข้มพรรคการเมือง พร้อมเลือกตั้ง 8 ก.พ.69 ยันเหตุสู้รบชายแดนไม่กระทบ ออกกฎคุมนโยบายประชานิยม
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดโครงการส่งเสริมและพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น โดย นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง ครั้งที่ 1
นายแสวง กล่าวว่า เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการยุบสภา กกต.ได้กำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้งทั่วไป พรรคต้องดำเนินการให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งการส่งผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้งรวมทั้งการหาเสียง และเป็นครั้งแรกที่จะมีการเลือกตั้ง ส.ส. และการออกเสียงประชามติพร้อมกัน ซึ่งอำนาจประกาศวันประชามติ เป็นอำนาจ ครม. ต้องติดตามว่าจะมีความชัดเจนวันไหน กกต.เพียงรับไม้ต่อจัดการออกเสียงให้สำเร็จ โดยต้องรออีก 15 วัน หรือคาดว่าวันที่ 31 ธันวาคมนี้ จะทราบวันออกเสียงประชามติ อาจจะตรงกับวันเลือกตั้งหรือไม่ตรงก็ได้
นายแสวง ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนกรณีเหตุสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา หากเกิดช่วงเลือกตั้งว่า สถานการณ์ชายแดนกระทบความเป็นอยู่ของผู้อพยพ รวมทั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้ปฏิบัติงาน แต่อาจจะไม่กระทบกับการเลือกตั้ง เพราะมีวิธีบริหารจัดการ ย้ำว่าหากเป็นเพียงสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดน กกต.มีแผนบริหารจัดการอยู่แล้ว แต่หากมีประกาศกฎอัยการศึก ต้องดูว่าประกาศแบบไหน
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากถึงกำหนดวันเลือกตั้งแล้วเกิดสถานการณ์ตูมตามขึ้น สามารถประกาศเลื่อนเลือกตั้งได้หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า หาก กกต.ประกาศให้มีการเลือกตั้ง แสดงว่าสามารถจัดการเลือกตั้งได้ ไม่ว่าวันนั้นจะเกิดอะไรขึ้น ก็ไม่กระทบ เพราะเราบริหารงานในสถานการณ์พิเศษ พื้นที่พิเศษ
“อย่างไรก็ตาม เราบริหารงานภายใต้ที่กฎหมายให้อำนาจจะทำน้อยกว่ากฎหมายไม่ได้ ส่วนจะสามารถจัดคูหาเลือกตั้งในศูนย์อพยพได้หรือไม่นั้น ยังตอบไม่ได้ ตอนนี้ยังต้องประเมินไปก่อน แต่เรามีทางออก โดยรูปแบบมีทั้งการเอาคนไปหาหน่วย และเอาหน่วยไปหาคน” นายแสวง กล่าว
ทั้งนี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ กกต. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ.2568 หรือ “นโยบายประชานิยม” มีสาระสำคัญ กำหนดนโยบายของพรรคการเมืองที่จะใช้โฆษณาหาเสียงต้องคำนึงถึงความเห็นของสาขาพรรคการเมืองตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ต้องระบุถึงวงเงินที่จะใช้ ที่มาของเงินที่จะใช้ ความคุ้มค่าประโยชน์ดำเนินนโยบาย ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบาย ตามมาตรา 57 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 และกำหนดเวลาให้พรรคการเมืองต้องรายงานนโยบายต่อ กกต.ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน
อีกทั้งกำหนดให้ กกต.สามารถตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นชุดหนึ่ง ต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ด้านใดด้านหนึ่งเกี่ยวกับการเงินการคลัง นโยบายสาธารณะและเศรษฐกิจมหภาค มีหน้าที่ตรวจสอบนโยบายดังกล่าวของพรรคการเมือง เรียกเอกสารหลักฐาน หรือให้พรรคการเมืองชี้แจง กรณีที่พรรคการเมืองยังดำเนินการไม่ครบถ้วนถูกต้อง คณะกรรมการตรวจสอบสามารถเสนอต่อ กกต.ให้สั่งพรรคการเมืองดำเนินการให้ครบถ้วนถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อตรวจสอบสามารถมีข้อเสนอแนะหรือข้อสังเกตต่อนโยบายของพรรคการเมือง เพื่อประกอบการพิจารณาของ กกต. เมื่อ กกต.ได้รับรายงานต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็วพร้อมเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ

