การเมืองไทยเข้าสู่โหมด “การเลือกตั้ง” เต็มตัว เห็นความคึกคักของหลายพรรคการเมือง ทยอยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
อีก 50 วัน ก่อนถึงวันที่ประชาชนคนไทยจะได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569 จะยิ่งเห็นความเข้มข้นของเกมการแข่งขันที่ “ดุเดือด” มากยิ่งขึ้น ในห้วงของการหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อช่วงชิงฐานคะแนนในแต่ละพื้นที่
ปรากฏการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นคือ การผนึกกำลัง “ข้ามขั้ว” กลุ่มบ้านใหญ่ อดีต ส.ส. หลั่งไหลย้ายเข้าสังกัดพรรคแกนนำรัฐบาลอย่าง “ภูมิใจไทย”
ที่เปิดตัวไปแล้วอย่างเช่น กลุ่ม วราวุธ ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) สนธยา-วิทยา คุณปลื้ม บ้านใหญ่ชลบุรี สุชาติ ชมกลิ่น แกนนำบ้านใหม่ชลบุรี ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ.ระยอง และ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ พรรครวมไทยสร้างชาติ
แม้การเปลี่ยนขั้ว ย้ายพรรคเป็นสิ่งที่อยู่ในทุกยุคของประวัติศาสตร์การเมืองไทย และกลุ่มบ้านใหญ่ส่วนใหญ่จะยังรักษาฐานเสียง และคว้าเก้าอี้เอาไว้ได้
แต่ในสนามเลือกตั้งจังหวัด “สุพรรณบุรี” มีความจำเพาะแตกต่างจากกลุ่มบ้านใหญ่อื่นๆ เพราะหากนับย้อนไปตั้งแต่ยุคที่ บรรหาร ศิลปอาชา นำ ส.ส.พรรคชาติไทยในขณะนั้นปักหมุดชนะการเลือกตั้งยกจังหวัดมาตั้งแต่ช่วงปี 2529
ตลอดกว่า 40 ปี จึงมีเพียงพรรคชาติไทย-ชาติไทยพัฒนา ที่ครองใจชาวสุพรรณบุรี จนกวาดที่นั่ง ส.ส.แบบเบ็ดเสร็จ การที่ วราวุธ ศิลปอาชา นำ 5 อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี ไปสังกัดและเตรียมลงสมัครในนาม “ภท.” จึงเป็นความ “ท้าทาย” ครั้งใหญ่ว่าจะรักษาเก้าอี้เดิมเอาไว้ได้หรือไม่
โดยเฉพาะเมื่อประเมินจากกระแสของชาวสุพรรณบางส่วนทั้งในโลกออฟไลน์และออนไลน์ สะท้อนภาพความผูกพันที่มีต่อ บรรหาร ศิลปอาชา และพรรค ชทพ. จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะปักหมุดในนาม ภท.
การปรากฏภาพ วราวุธ ศิลปอาชา พร้อมด้วยอดีต ส.ส.สุพรรณบุรี ทุกเขตของพรรค ชทพ. นำพวงดอกไม้มาไหว้อนุสาวรีย์นายบรรหาร ศิลปอาชา ที่ จ.สุพรรณบุรี ช่วงวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมา ว่ากันว่าเป็นการลดกระแสไม่เห็นด้วยของชาวสุพรรณบุรี
จับสัญญาณได้จากคำชี้แจงของอดีตหัวหน้าพรรค ชทพ. ที่ระบุว่า “ขออภัยจริงๆ ที่วันนี้เราได้ออกเดินทางบนถนนอีกเส้นหนึ่ง ภายใต้การนำของพรรค ภท. เพราะหัวใจสำคัญของพวกเราคือ การเดินไปข้างหน้าของ จ.สุพรรณบุรี พัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมาตั้งแต่นายบรรหารจากไป เราได้ ส.ส.มา 10 คน แต่มีข้อจำกัดในการทำงานเป็นอย่างยิ่ง
วันนี้เราอยากทำงานให้พี่น้องชาวสุพรรณบุรีและคนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การทำงานร่วมกับพรรค ภท.จากนี้ไปจะทำให้ศักยภาพการดูแลพี่น้องชาวสุพรรณบุรีได้มากขึ้น ไม่ได้ทิ้งคนสุพรรณบุรีไปไหน”
ในการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2566 พรรค ชทพ.กวาดที่นั่งได้ทั้ง 5 เขต แต่คะแนนแบบบัญชีรายชื่อพ่ายแพ้พรรคประชาชน
การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงถือเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ของ วราวุธ ศิลปอาชา กับการตัดสินใจไปร่วมชายคาเดียวกันกับพรรค ภท.
ต้องติดตามว่าผลจะเป็นไปดังที่วาดหวังแค่ไหน หรือจะถึงคราปิดฉาก “บรรหารบุรี” ?

