‘เทวัญ’ นำทีมซบเพื่อไทย ลุยชิงส.ส.โคราช-ปราจีน ‘ยศชนัน’ ควง ‘หนิม’ เตรียมลุยหาดใหญ่ ‘อนุทิน’ เร่งสรุปแคนดิเดตนายกฯโชว์นโยบายสู้ 4 ภัย
เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. ให้สัมภาษณ์ถึงความเรียบร้อยของรายชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขต ว่า กำลังอยู่ในกระบวนการสุดท้ายเคาะรายชื่อผู้สมัคร โดยพยายามจะให้ชัดเจน ส่วนการประชุมยุทธศาสตร์พรรคจะพูดคุยเรื่องนโยบายทั่วไป และเตรียมการมอบหมายงานต่างๆ นโยบายด้านต่างๆ
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว สำหรับการคัดเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค ภท. ถึงขณะนี้ยังมีความคลุมเครือใน 4 รายชื่อ คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ทั้งนี้ บรรดาทั้ง 3 รายชื่อจะปรากฏเป็นทีมของพรรค ภท.และเป็นรองนายกรัฐมนตรีควบตำแหน่งรัฐมนตรี
นายอนุทินให้สัมภาษณ์หลังประชุมยุทธศาสตร์พรรค ว่า ที่ประชุมได้พูดคุยยังคงคุยเรื่องแคนดิเดตนายกฯของพรรค ต้องให้คนที่ทาบทาม ไปพิจารณาปรึกษาหารือกันก่อน ทุกคนที่ทำงานร่วมกันอยู่แล้วในรัฐบาลชุดนี้ ให้คำมั่นสัญญาว่าจะร่วมทำงานกันต่อไป ตอนนี้หัวหน้าพรรค ภท.เป็น 1ในแคนดิเดต เน้นที่คนทำงานและคนที่จะเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรค ภท. คือ เผื่อเหลือเผื่อขาดด้วย หัวหน้าทีมเศรษฐกิจไม่พ้นนายเอกนิติ จะดูเรื่องการเงินการคลัง และนางศุภจีดูเรื่องการค้า อุตสาหกรรม ส่วนนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะดูเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมยุทธศาสตร์พรรค ภท.เพื่อหาข้อสรุปนโยบายหาเสียงเลือกตั้งปี 2569 ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 ธันวาคม เบื้องต้นจะเป็นนโยบาย 4 ภัย ที่สานต่อจากรัฐบาล 96 วันของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้แก่ 1.ภัยเศรษฐกิจปากท้อง มี 3 ระยะ คือระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว 2.ภัยความมั่นคงชายแดน จะสนับสนุนกองทัพปกป้องอธิปไตยของไทย เพื่อสร้างความชัดเจนบนเวทีโลก และเดินหน้าเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการสู้รบ 3.ภัยสังคม ยกระดับปัญหาสแกมเมอร์และปัญหายาเสพติดเป็นภัยความมั่นคง 4.ภัยธรรมชาติและการเยียวยา
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค พท. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า วันนี้ได้หารือกับนายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) เกี่ยวกับทิศทางทางการเมืองภายหลังการยุบสภาและการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง การพูดคุยเป็นไปด้วยดี ภายใต้บริบทการเมืองที่มีการแข่งขันเข้มข้นและต้องการพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง มีเสถียรภาพ มีความเห็นร่วมกันถึงแนวทางการทำงานในระยะต่อไป โดยจะมีการนัดหมายเพิ่มเติม เพื่อให้ทีมงานและบุคลากรของพรรคชาติพัฒนา ที่มีความพร้อมสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และพิจารณาการลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทย ทีมงานดังกล่าวจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพรรคในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และในภาพรวมของประเทศ เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติต่อไป
นายเทวัญ กล่าวว่า ได้รับเกียรติจากพรรค พท. โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค พท. ให้หารือ
ถึงการทำงานร่วมกัน เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า ทีมการเมืองของพรรคชาติพัฒนา ประกอบด้วยตน นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา และนายวุฒิพงศ์ ทองเหลา อดีต ส.ส.ปราจีนบุรี จะย้ายไปสังกัดพรรค พท. และลงเลือกตั้ง ส.ส.ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เขต 1-3 และ จ.ปราจีนบุรี เขต 2 และเตรียมเข้ายื่นใบสมัครสมาชิกพรรค พท.ในวันที่ 20 ธันวาคม สำหรับการลงเลือกตั้ง ส.ส.พื้นที่ จ.นครราชสีมา เขต 1 ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาส่งผู้สมัครกลุ่มชาติพัฒนาลง ตนอาจจะขอสมัคร ส.ส.ในนามบัญชีรายชื่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้งและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค พท. กล่าวว่า พรรค พท.ยืนยันว่าจะส่งผู้สมัครทั้ง 400 เขต มีการเรียงลำดับของบุคคล โดยดูจากบัญชีรายชื่อเดิมว่าบุคคลเหล่านั้นได้เข้ามาช่วยพรรค หรือสภาดีแค่ไหน เพื่อดูว่าใครควรจะเข้าบัญชีแรก
รายงานข่าวแจ้งว่า วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดต นายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) และ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค พท. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผอ.เลือกตั้งพรรค จะเดินทางลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อไปดูแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่ยั่งยืน
น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา สมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) อดีตประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ชทพ. โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก ชี้แจงว่า เหตุผลที่นายวราวุธ ศิลปอาชาลาออกจากพรรค ชทพ.ไปอยู่พรรคภูมิใจไทย เพราะการทำงานการเมืองปัจจุบัน พรรคขนาดเล็กทำงานลำบากมาก การเลือกตั้งเมื่อปี 2566 นายวราวุธลงแบบบัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 ของพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) และเกือบสอบตกได้เป็น ส.ส.ปัดเศษ 3.พรรค ชทพ.ได้ ส.ส.เขตทั้ง 5 เขต นายวราวุธยังต้องการทำงานให้คนสุพรรณและประเทศชาติ จึงต้องหาพื้นที่ที่สามารถยืนอยู่บนถนนการเมืองต่อไป เมื่อตัดสินใจว่าจะต้องย้ายมาอยู่พรรคใหญ่ ต้องเลือกพรรคที่ยึดมั่นในชาติ ศาสน์ กษัตริย์ การลาออกจากชทพ.ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาทิ้งพรรคที่พ่อทำมา พรรค ชทพ.อนาคตตนมารับรักษาการเป็นหัวหน้าพรรค แต่จะไม่มีกิจกรรมใดทางการเมือง แค่เพียงรักษาพรรคไว้

