มีความคึกคักไม่น้อยกับการเลือกตั้งที่จะถึงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
หลังจากที่เครือมติชนกับเดลินิวส์เปิดทำโพลออนไลน์ “ฟังเสียงคนไทย” ปรากฏว่า มีผู้สนใจเข้ามาร่วมโหวตเพิ่มขึ้นทุกวัน
จากวันแรก 1.4 หมื่นราย วันต่อมา 4.7 หมื่นราย อีกวัน 7.6 หมื่นราย
การเปิดให้โหวตยังดำเนินการต่อเนื่องไปถึงวันที่ 29 ธันวาคม
ขอให้ผู้สนใจสแกนคิวอาร์โค้ดแล้วตอบ 2 คำถาม เลือกนายกฯ เลือกพรรคที่ชื่นชอบกันได้เลย
แม้การเมืองไทยนับสิบปีหลังการรัฐประหารดูเหมือนว่า คนไทยจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม
คนไทยกลุ่มแรกไปเลือกตั้งเหมือนกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
แล้วก็มีคนไทยกลุ่มที่สองซึ่งดูเหมือนว่าจะมีอำนาจมากกว่าคนไทยกลุ่มแรก
คนกลุ่มหลังนี้สามารถจะเอาหรือไม่เอาคนที่กลุ่มแรกเสนอให้รับตำแหน่งบริหารประเทศได้
หลายครั้งทำให้เห็นว่า เสียงคนไทยส่วนมากจะดังเฉพาะวันเลือกตั้งเท่านั้น
หลังจากวันนั้น เสียงส่วนน้อยจะอยู่เหนือเสียงส่วนใหญ่
เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะรัฐธรรมนูญหลายมาตราบัญญัติให้เป็นเช่นนั้น
แต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เป็นวันเลือกตั้ง เสียงของคนไทยทุกเสียงจึงมีความสำคัญมาก
เพราะในวันนั้นคนไทยต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ 2 เรื่อง
เรื่องแรก คือ การไปเลือกตั้ง เพื่อเลือก ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และ ส.ส.ระบบเขต
การเลือกตั้งไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลกสำหรับคนไทย เพราะได้ทำกันมาเป็นประจำ และขณะนี้ดูเหมือนว่าบรรยากาศก่อนเปิดรับสมัครเป็นไปอย่างคึกคัก
เรื่องที่สอง คือ การไปทำประชามติ เพื่อตอบคำถามว่าจะให้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
ทุกอย่างเป็นไปตามที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้แนะเกี่ยวกับการทำประชามติในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ต้องทำประชามติ 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 ถามว่าจะยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไหม ครั้งที่ 2 ขอความเห็นชอบเรื่องขั้นตอนการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่
และขั้นที่ 3 หลังจากยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่เสร็จสิ้น ก็ให้คนไทยมารับรองอีกที
ทั้งนี้ การทำประชามติครั้งที่ 1 และ 2 สามารถทำพร้อมกันได้
ก่อนหน้านี้จึงมีความพยายามจะให้ทำประชามติครั้งที่ 1 และ 2 ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไปเลย
แต่การทำประชามติครั้งที่ 2 ต้องตั้งคำถามเกี่ยวกับขั้นตอนการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องตั้งคำถามตามบทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญปัจจุบัน หรือต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเสียก่อน
แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญล่มในวาระที่ 2 เพราะขัดแย้งเรื่องอำนาจวุฒิสภา ในเรื่องจำนวน 1 ใน 3 เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี่แหละ
หลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ เกิดความเคลื่อนไหวจะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเสียงข้างน้อย
สุดท้ายก็ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่
การที่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันที่มีการเลือกตั้งและลงประชามติ ทำให้วันดังกล่าวเป็นวันที่คนไทยกลุ่มที่ไม่ได้มีอำนาจพิเศษเหมือนคนไทยอีกกลุ่มสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยได้
ทั้งการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และการออกไปตอบคำถามประชามติเรื่องยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ล้วนมีความสำคัญ
เสียงของคนไทยในวันนั้นจะมีผลต่อทุกคนในวันต่อๆ ไป
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จึงเป็นวันที่คนไทยสามารถเลือกอนาคตของตัวเองและของประเทศชาติได้
เป็นวันที่ทุกคนน่าจะใส่ใจ เพราะอนาคตของประเทศอยู่ในมือคุณ
นฤตย์ เสกธีระ

