หน้าแรก การเมือง นายกฯ ปลื้มงา...

นายกฯ ปลื้มงาน OTOP รายได้มากกว่าทุกปี ชี้ในยามปัญหาบ้านเมืองรุมเร้า ลั่นไทยต้องชนะเท่านั้น

22.12.25 | 18:05 น.

นายกฯ เปิด OTOP ปลื้มตียอดแตกรายได้มากกว่าทุกปี ชวนอุดหนุนสินค้า ช่วยเพื่อนร่วมชาติ คนชายแดน-ภัยพิบัติ ในยามบ้านเมืองปัญหารุมเร้า ขอให้มั่นใจทุกอย่างต้องจบผ่านไปด้วยดี ไทยต้องชนะเท่านั้น

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 22 ธันวาคม ที่เวทีกลาง อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน OTOP CITY 2025 พร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รมช.มหาดไทย เข้าร่วม

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นเวลาหลายปีติดต่อกันมาแล้ว ที่ตนได้มีส่วนร่วมในงาน OTOP ถ้าไม่ใช่มาในฐานะผู้เปิดงานก็ในฐานะลูกค้า ทุกวันนี้ของประดับบ้านที่เป็นที่เชิดหน้าชูตา แขกไปใครมาต้องถามว่าได้มาจากไหน คำตอบคือได้มาจากงาน OTOP ทั้งสิ้น วันนี้จึงยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเปิดงาน OTOP City 2025 ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์มาโดยตลอด เพราะ OTOP ในวันนี้เป็นเสมือนแบรนด์หลักแบรนด์หนึ่งของประเทศไทยไปแล้ว เวลาพูดคำว่า OTOP คนก็นึกถึงความเป็นไทย นึกถึงคุณภาพ ความประณีตและรายละเอียดที่ทำให้เกิดความประทับใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีเฉพาะในเครื่องประดับ เสื้อผ้า หรือชิ้นงานที่มีความเป็นศิลปะ แต่มีอยู่ในทุกอย่างที่คนไทยทำขึ้นภายใต้แบรนด์ OTOP ไม่ว่าจะเป็นอาหาร สมุนไพร เสื้อผ้า หรือสินค้าอื่นที่ผลิตขึ้นภายใต้โครงการนี้ และเช่นเดียวกับทุกผลิตภัณฑ์เมื่อแบรนด์เป็นที่ยอมรับติดตลาดแล้ว ความท้าทายต่อไปก็คือ ทำอย่างไรให้คุณภาพที่สร้างขึ้นมีความคงเส้นคงวา ทำอย่างไรจะยังคงความประทับใจผู้ซื้อไว้ได้ และทำอย่างไรจะสร้างความประหลาดใจในสินค้า หรือเรื่องราวใหม่ๆ ที่จะตรึงคนให้ยังคงมีความตื่นเต้นกับผลิตภัณฑ์ของเราได้เสมอ อันนี้เรียกว่าเป็นโจทย์สำหรับแชมเปี้ยน เป็นความท้าทายในการรักษาแชมป์ ซึ่งตนเชื่อว่าคนไทยเราทำได้

นายกฯกล่าวว่า เป้าหมายสำคัญสำหรับกรมการพัฒนาชุมชนต่อสินค้า OTOP ก็คือการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ให้แก่ผู้ประกอบการตลอดจนสมาชิกในชุมชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพให้ทั่วโลกได้ประจักษ์ถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของไทย ดังนั้น ตนจึงขอฝากให้ทุกภาคส่วนได้คิดถึงความท้าทายของการรักษาแชมป์ไว้เสมอ เราต้องมีการพัฒนาต่อเนื่อง ตีโจทย์ใหม่อยู่เสมอ ไม่ย่ำอยู่ที่เดิม จึงจะรักษาคุณภาพแบรนด์ OTOP ไว้ได้

นายกฯกล่าวว่า อยากเรียนว่าปีนี้เป็นปีค่อนข้างมีความพิเศษ เราได้มาจัดงานในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี เชื่อมั่นว่าพวกเราทุกคนท่ามกลางความเหนื่อย ความเครียดกับสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้นในประเทศของเรา ทั้งภัยพิบัติธรรมชาติความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน

Advertisement

อย่างไรก็ตาม เรายังมีงาน OTOP เป็นที่ผ่อนคลาย ทำให้เราได้ออกมาทำกิจกรรมต่างๆ สำคัญที่สุดอยากจะเรียนผู้ที่อยู่ในที่นี้และผู้ที่ไม่ได้มางาน OTOP ปีนี้ ถ้ามาซื้อสินค้า OTOP เท่ากับเราสามัคคีรวมพลังกันจริงๆ ได้ช่วยอุดหนุนสินค้าจากพี่น้องประชาชนที่ต้องประสบภัยความขัดแย้งตามแนวชายแดนทั้ง 7 จังหวัด จ.ตราด จันทบุรี บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และสระแก้ว ซึ่งทั้ง 7 จังหวัดนี้ล้วนแล้วแต่มีความสามารถ มีผลิตภัณฑ์ที่ดี ทั้งอาหาร เครื่องนุ่งห่ม สินค้าของใช้สอยมากมายที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้น การที่เรามาเปิดงาน OTOP ในวันนี้เท่ากับเราได้ช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติของเราที่กำลังมีความลำบากและมีอุปสรรคในการดำเนินชีวิตเนื่องจากความขัดแย้งของประเทศเรากับประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ ยังมีการจัดพื้นที่พิเศษให้กับผู้ผลิตสินค้าที่มาจากจังหวัดที่ประสบภัยพิบัติจากธรรมชาติ เรามาใช้โอกาสนี้ช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติด้วยกัน ไม่มีโอกาสไหนที่เราสามารถรวมสินค้าทั้งหลายมาให้พวกท่านได้เลือกซื้อจับจ่ายใช้สอยเพื่อไปใช้ประโยชน์ ขอเน้นย้ำของ OTOP อย่าไปซื้อด้วยความสงสาร ต้องซื้อเพราะของเขาดีจริงๆ

จังหวะนี้ประชาชนปรบมือให้นายกฯ ทำให้นายกฯระบุว่า ถ้าท่านจะปรบมือก็ต้องขอบคุณ นานๆ พูดแล้วจะมีคนปรบมือ ส่วนใหญ่พูดแล้วมีคนโห่

นายอนุทินกล่าวอีกว่า วันนี้ใส่สูทสากลนิยมก็จริง แต่เนกไทก็ซื้อที่งานนี้เมื่อ 2 วันก่อน ที่เนกไทก็เป็นรูปธงชาติ ซื้อที่นี่ แต่เนื่องจากภารกิจมากมาย มีการต้อนรับเอกอัครราชทูต มีการประชุม พบปะแขกบ้านแขกเมือง ต้องขอยอมรับว่าเปลี่ยนเสื้อไม่ทัน แต่อย่างไรก็ตาม แม้กระทั่งเสื้อเชิ้ตที่ใส่จะนับเป็น OTOP ก็ได้ เพราะตัดแถวมาบุญครองนี่เอง เท่ากับเรายังมีความเป็นไทยอยู่ทุกประการ และการที่ท่านได้มาร่วมกันในงาน OTOP City แห่งนี้

อยากเรียนด้วยความภาคภูมิใจและยินดี 3 วันมานี้ ตียอดแตกหมด ยอดสูงกว่าทุกปี วันละเกิน 80 ล้านบาท และเชื่อเหลือเกินมันเกิดจากความประสงค์เจตนารมณ์ที่ทุกคนอยากจะสนับสนุนสินค้าไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่บ้านเมืองมีปัญหารุมเร้าเกิดขึ้น แต่ทุกอย่างจะต้องจบ ทุกอย่างต้องผ่านไปได้ด้วยดีและประเทศไทยต้องชนะเท่านั้นไม่มีทางเลือกอื่น ขอให้ท่านได้มีความมั่นใจ

นายอนุทินกล่าวด้วยว่า และเนื่องจากสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของปี ขออำนวยพรปีใหม่ให้ทุกท่านและประชาชนชาวไทย ขอให้ปี 2569 ที่กำลังจะมาถึงนี้ เป็นปีที่ดีที่สุดสำหรับพี่น้องประชาชนชาวไทย ขอให้พวกเราทุกคนมีความมั่นคง มั่งคั่ง สุขภาพแข็งแรง มีความปลอดภัย ประสบความเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป

จากนั้น นายกฯได้เดินชมสินค้า OTOP ภายในงาน พร้อมทักทายผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ

ทั้งนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเวลาหลายปีติดต่อกันที่ตนได้มีส่วนร่วมในงาน OTOP ทั้งในฐานะผู้เปิดงานและในฐานะลูกค้าของผู้ประกอบการทุกท่าน วันนี้จึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาทำพิธีเปิดงาน OTOP CITY 2025 ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับ “โครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” มาโดยตลอด เพราะเปรียบเสมือนแบรนด์สินค้าหลักของประเทศไทยที่เราต้องช่วยกันสนับสนุน คำว่า OTOP ไม่ได้เป็นเพียงชื่อโครงการทางการตลาดหรือตราสัญลักษณ์ของสินค้าพื้นเมืองเท่านั้น แต่คือจิตวิญญาณแห่งภูมิปัญญาไทยที่ร้อยเรียงเรื่องราว อัตลักษณ์ และวิถีชีวิตของคนในชุมชนจากรุ่นสู่รุ่นเข้าไว้ด้วยกันอย่างลึกซึ้งและสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนทั่วโลกได้ยอมรับผลิตภัณฑ์สินค้าที่มาจากประเทศไทย อันเป็นความท้าทายของเราทุกคนที่จะต้องช่วยกันรักษามาตรฐาน สร้างความประทับใจรักษาแชมป์ที่ขึ้นชื่อว่าสินค้าจากฝีมือคนไทยให้คงอยู่ไม่เสื่อมคลาย

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ปีนี้เป็นปีที่ความพิเศษมากที่เราได้มาจัดงานในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี 2568 ตนเชื่อมั่นว่าทุกคนท่ามกลางความเหนื่อยความเครียดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา ทั้งภัยพิบัติจากธรรมชาติ ความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่อย่างไรก็ตามเราก็ยังมีงาน OTOP CITY เป็นที่ผ่อนคลายทำให้เราได้ออกมาทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกัน สิ่งสำคัญที่สุด ปีนี้เมื่อท่านมาซื้อสินค้า OTOP คือการที่เราได้สามัคคีรวมพลังกันอุดหนุนสินค้าไทยจากพี่น้องประชาชนที่ต้องประสบภัยความขัดแย้งตามแนวชายแดน ซึ่งล้วนมีความสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ดีทั้งอาหารเครื่องนุ่งห่มสินค้าของใช้มากมายที่ใช้ในชีวิตประจำวันไปด้วย

นายอนุทิน กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญที่รัฐบาล กระทรวงมหาดไทย และกรมการพัฒนาชุมชนมุ่งเน้น คือการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้ผู้ประกอบการ ตลอดจนสมาชิกในชุมชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ จึงขอเชิญชวนทุกท่านใช้โอกาสนี้ร่วมกันช่วยเหลือและสนับสนุนพี่น้องร่วมชาติของเรา เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่เราจะสามารถรวบรวมผลิตภัณฑ์อันทรงคุณค่าจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ มาจัดแสดงให้ทุกท่านได้เลือกชม เลือกซื้อ และร่วมกันส่งต่อกำลังใจไปยังพี่น้องผู้ผลิตและผู้ประกอบการ ให้สามารถยืนหยัดได้อย่างภาคภูมิและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยให้เข้มแข็งจากฐานรากอย่างแท้จริง ท้ายนี้ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนเสมอมา และขอขอบพระคุณบรรดาทูตานุทูตทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมกิจกรรมและสนับสนุนภารกิจของรัฐบาลไทยอย่างต่อเนื่อง และในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ที่กำลังจะถึงนี้ ขออำนวยพรให้ทุกท่าน ตลอดจนครอบครัว และพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ขอให้ปี 2569 เป็นปีที่ดีที่สุดสำหรับพวกเราทุกคน ให้เป็นปีแห่งความมั่นคง มั่งคั่ง มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง มีความปลอดภัยในทุกการเดินทาง ขอให้ทำมาค้าขึ้น และประสบแต่ความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปโดยถ้วนหน้า

ด้าน น.ส.ศศิธร กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินการมหกรรมสินค้า OTOP ครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศ ส่งท้ายปี ระหว่างวันที่ 20 – 28 ธ.ค.รวม 9 วัน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อการอนุรักษ์และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ซึ่งภายในงานมีการรวมตัวของผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP คุณภาพ กว่า 2,000 ราย พร้อมจัดแสดงนิทรรศการผ้าไทยใส่ให้สนุก และการจัดแสดงสินค้าจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยในช่วง 2 วันแรกของการจัดงาน สามารถสร้างยอดจำหน่ายรวมได้แล้ว 174,498,743 บาท สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการกระจายรายได้สู่พื้นที่ชนบท ซึ่งคาดการณ์ว่ายอดรวมตลอดการจัดงานในปีนี้จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและบรรลุเป้าหมายตามที่วางไว้