หน้าแรก การเมือง บิ๊กเล็ก แฉเข...

บิ๊กเล็ก แฉเขมรใช้ กาสิโน-พลเรือน เป็นโล่มนุษย์ ย้ำไทยตอบโต้เพื่อป้องกันสิทธิตามกม.สากล

23.12.25 | 10:44 น.
กลาโหม

บิ๊กเล็ก แฉเขมรใช้ กาสิโน-พลเรือน เป็นโล่มนุษย์ ย้ำไทยตอบโต้เพื่อป้องกันสิทธิตามกม.สากล  ขอประชาชนมั่นใจการเจรจา GBC ที่จันทบุรี

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม เวลา 09.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยืนยันว่าการปฏิบัติการของฝ่ายไทยเป็นการป้องกันตนเอง ภายใต้หลักความจำเป็นและได้สัดส่วน ตามกฎบัตรสหประชาชาติ มาตรา 51

พล.อ.ณัฐพลระบุว่า หนึ่งในพฤติกรรมที่ไทยพบ คือ กัมพูชามักใช้อาคารพลเรือนเป็นที่ตั้งทางทหารและคลังอาวุธ เช่น บ่อนกาสิโนหรือสถานที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ ทำให้เมื่อฝ่ายไทยโจมตีเป้าหมายทางทหาร อาคารพลเรือนบางส่วนได้รับความเสียหายไปด้วย พร้อมย้ำว่า ไทยมุ่งโจมตีเฉพาะที่ตั้งทางทหาร ไม่ได้มีเป้าหมายโจมตีพลเรือน

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงพฤติกรรมการใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์ โดยอ้างถึงกรณีที่ปรากฏคลิปพลเรือนหญิงแต่งกายคล้ายทหารยิงปะทะกับฝ่ายไทย ซึ่งหากเกิดความสูญเสีย กัมพูชามักนำไปกล่าวหาว่าไทยทำร้ายพลเรือน

รมว.กลาโหม อธิบายแนวทางการแก้ไขปัญหาเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1.ระยะการเจรจาโดยสันติ เพื่อหลีกเลี่ยงการสู้รบ 2.ระยะพยายามหยุดยิง หลังเกิดการปะทะ โดยมองอีกฝ่ายในแง่ดี 3.ระยะปัจจุบัน ซึ่งเห็นว่ากัมพูชาขาดความจริงใจ หลังยังมีการวางทุ่นระเบิดและยิง BM-21 เข้ามาในฝั่งไทย แม้มีข้อตกลงหยุดยิงแล้ว

กลาโหม

Advertisement

พล.อ.ณัฐพลกล่าวต่อว่า ไทยยังคงยึดหลักการเจรจา แต่การเจรจาครั้งต่อไปจะต้องมีรายละเอียดที่รัดกุมมากขึ้น พร้อมขอให้สื่อมวลชนและประชาชนเชื่อมั่นในคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ว่าจะปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ ถึงแม้หลายประเทศจะแสดงท่าทีเป็นกลาง แต่ไทยไม่พบว่ามีประเทศใดออกมาประณามกัมพูชาในกรณีวางทุ่นระเบิดในเขตไทย ขณะที่กลับเรียกร้องให้ไทยลดการใช้กำลัง ซึ่งรัฐบาลไทยรับทราบและยังคงยืนยันแนวทางตามกฎหมายสากล

พล.อ.ณัฐพลกล่าวเพิ่มเติมว่า มีการประชุมที่จังหวัดจันทบุรี เนื่องจากเป็นพื้นที่ปลอดภัย และขอให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยแก่คณะผู้แทนกัมพูชา โดยย้ำว่าคนไทยแยกแยะระหว่างสนามรบกับสนามการเจรจา และจะไม่กระทบต่อภารกิจทางการทูต

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือสื่อมวลชนร่วมต่อสู้ในสนามข้อมูลข่าวสาร เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสังคมไทยและประชาคมโลก ย้ำว่าสถานการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงมิติทางทหาร แต่ครอบคลุมทั้งการเมือง การต่างประเทศ และสงครามข้อมูลข่าวสาร