คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศเตรียมความพร้อมจัดการเลือกตั้ง ส.ส.วาระทั่วไป ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมี 76 พรรคที่แจ้งดำเนินการ ตามข้อมูลที่สำนักงาน กกต.อัพเดตไว้
สำหรับไทม์ไลน์ วันที่ 27-31 ธันวาคม เป็นวันรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต ณ สถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งกำหนด โดยพื้นที่กรุงเทพฯ จะเปิดรับสมัครที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง
ส่วนระหว่างวันที่ 28-31 ธันวาคม เป็นวันรับสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เฉพาะพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต และพรรคการเมืองแจ้งรายชื่อบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ยื่นสมัครได้ที่ โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการ และคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ แต่ละพรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัคร ส.ส. ต้องปฏิบัติตามที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2561 กำหนด ทั้งการทำไพรมารีผู้สมัครทั้ง ส.ส.แบบเขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
แม้ทุกพรรคต่างเตรียมความพร้อมทั้ง ผู้สมัคร ส.ส. รายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ชุดนโยบายไฮไลต์สำคัญๆ เพื่อหวังช่วงชิงคะแนนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้ง 53,052,847 คน
แต่ยังมีชุดตัวเลขของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง คือ กลุ่มของผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจจะเลือกพรรคการเมืองใด และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองใด สูงกว่า 40%
สะท้อนผ่านผลการสำรวจของ “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ที่เปิดเผยผลสำรวจ คะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 4/2568 สำรวจระหว่างวันที่ 4-12 ธันวาคมที่ผ่านมา จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค พบว่า บุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ อันดับ 1 ร้อยละ 40.60 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
ขณะที่พรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ อันดับ 1 ร้อยละ 32.36 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้
นอกจากนี้ “นิด้าโพล” ยังเปิดเผยผลสำรวจ “กระแสการเมือง กรุงเทพมหานคร” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 15-18 ธันวาคมที่ผ่านมา จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต เมื่อถามถึงบุคคลที่คนกรุงเทพมหานครจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 47.25 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
ขณะที่เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่คนกรุงเทพมหานครจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 40.20 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้
ยิ่งกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจจะเลือกใคร ทั้งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และพรรคการเมือง ทั้งที่ประกาศตัวแล้ว และกลุ่มที่กำลังจะประกาศตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง มีสัดส่วนสูงกว่า 40%
ถือเป็นโจทย์ข้อสำคัญให้พรรคการเมือง และแคนดิเดตนายกฯของแต่ละพรรค ต้องไปวางแผน ถอดรหัสหาคำตอบเพื่อแปรผลคะแนนของผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร ให้มาเลือก ส.ส.ของแต่ละพรรค
เพราะตัวเลขดังกล่าว หากเทคะแนนไปให้ทั้งแคนดิเดตนายกฯ และพรรคการเมืองใด ย่อมส่งผลให้แต่ละพรรค “ชนะ” และ “แพ้” ได้ รวมทั้งจะเป็นปัจจัยกำหนดโฉมหน้าแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และนายกฯคนที่ 33 ได้
8 กุมภาพันธ์ 2569 จึงเป็นการเลือกตั้งสำคัญ ที่จะเป็นการเลือกตั้ง เลือกอนาคตประเทศ ด้วยเสียงของประชาชน
จตุรงค์ ปทุมานนท์

