หน้าแรก การเมือง ทบ.โต้กัมพูชา...

ทบ.โต้กัมพูชาบิดเบือน ยันกระสุนคลัสเตอร์ใช้เฉพาะเป้าหมายทหาร ไม่ใช่ทุ่นระเบิดสังหารพลเรือน

24.12.25 | 13:44 น.

ทบ.โต้กัมพูชาบิดเบือนลดทอนความน่าเชื่อถือของไทย กรณีการใช้กระสุนคลัสเตอร์ โดยยืนยันว่า อาวุธของฝ่ายไทยมุ่งเฉพาะเป้าหมายทหาร -ไม่ใช่อาวุธดักทำร้ายพลเรือน ขณะที่ฝ่ายกัมพูชายังคงใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลละเมิดอนุสัญญาออตตาวา

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงกรณีกระทรวงสารสนเทศกัมพูชา ได้เผยแพร่ภาพวัตถุระเบิด และถ้อยแถลงของนายลี ทุจ รองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา CMAA โดยอ้างไทยใช้กระสุนปืนใหญ่แบบคลัสเตอร์ M-46 ว่า แท้จริงแล้วเป็นกระสุนปืนใหญ่แบบทวิประสงค์ที่ใช้ต่อเป้าหมายทางทหาร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำลายเท่านั้น

เมื่อกระสุนหลักกระทบเป้าหมาย กระสุนย่อยที่บรรจุอยู่ภายในจะทำการระเบิดต่อเนื่องในทันที ซึ่งกระสุนดังกล่าว ไม่ใช่ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (anti-personnel landmines) และมิได้มีลักษณะเป็นอาวุธดักทำร้ายพลเรือนแต่อย่างใด

โฆษกกองทัพบก ยังระบุว่า กระสุนปืนใหญ่ดังกล่าว เมื่อกระสุนหลักกระทบเป้าหมายแล้ว กระสุนย่อยที่บรรจุอยู่ภายในจะระเบิดต่อเนื่องในทันที ไม่มีผลตกค้างในระยะยาวต่อพลเรือน การกล่าวอ้างของกัมพูชาที่ระเบิดดังกล่าวจะตกค้างในพื้นที่จนเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และเด็กกัมพูชา จึงบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยมีเจตนามุ่งกล่าวหาและลดทอนความน่าเชื่อถือของฝ่ายไทย

โฆษกกองทัพบก ยังยืนยันว่า ปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายไทยเป็นไปตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยยึดหลัก “ความจำเป็นทางทหาร” และ “ความได้สัดส่วน” ใช้อาวุธเพื่อโจมตีเฉพาะเป้าหมายทางทหารเท่านั้น

Advertisement

ทั้งนี้ประเด็นสำคัญทั้งประเทศไทยและกัมพูชา มิได้เป็นภาคีของอนุสัญญาการห้ามใช้กระสุนคลัสเตอร์ (Convention on Cluster Munitions – CCM) ซี่งระบุว่า ห้ามภาคีใช้งาน ผลิต หรือสะสมอาวุธชนิดนี้ ดังนั้นจึงไม่มีผลผูกพันตามอนุสัญญาฉบับดังกล่าว

กองทัพบกขอเรียกร้องให้ประชาคมโลกและองค์กรระหว่างประเทศพิจารณาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และตระหนักถึงพฤติกรรมการใช้อาวุธและการปฏิบัติทางทหารของฝ่ายกัมพูชา ที่ยังคงมีการใช้ใช้อาวุธยิงสนับสนุน เช่น ระบบ BM-21 อาวุธปืน ทุ่นระเบิด PMN-2

รวมถึงการดัดแปลงลูกกระสุนและระเบิดแสวงเครื่องจำนวนมาก ยิงเข้ามาในดินแดนประเทศไทยอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนฝ่ายไทยมาโดยตลอด ทั้งนี้ กองทัพบกยังคงยึดมั่นในการใช้กำลังอย่างรับผิดชอบ ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ และพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยความโปร่งใส เพื่อปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศอย่างถึงที่สุด