อดีตโฆษกปชป. ซัด กล้าธรรม ดิ้นพล่านเหมือนไส้เดือนคลุกขี้เถ้า หลังอภิสิทธิ์ประกาศไม่ร่วมรัฐบาล
เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตอบโต้ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม และนายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ โฆษกพรรคกล้าธรรม ออกมาโจมตีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยวาทกรรม “ดีแต่พูด” หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ประกาศจุดยืนไม่ร่วมรัฐบาลด้วย ระบุว่า ขอให้หยุดบิดเบือน เพราะการมีจุดยืนไม่ใช่การสร้างความขัดแย้ง แต่การไร้หลักการต่างหากที่พาประเทศสู่วิกฤตซ้ำซาก
นายเชาว์ระบุว่า ตนไม่ขอลงไปคลุกโคลนสาดกันแบบการเมืองเก่า ที่กำลังดิ้นทุรนทุราย ไม่ต่างจาก “ไส้เดือนคลุกขี้เถ้า” แต่จำเป็นต้องชี้แจงเพื่อไม่ให้สังคมถูกเบี่ยงประเด็น โดยชี้ว่าพรรคกล้าธรรมอ้างว่าจะพาประเทศไปข้างหน้า แต่เนื้อในกลับเป็นการรวมตัวของกลุ่มการเมืองหน้าเดิม เพียงแค่เปลี่ยนชื่อใหม่เพื่อหวังกลับเข้าสู่อำนาจ
“ใครเคยกราบเท้าใคร แล้วเนรคุณเขาในทางการเมือง คนพรรคนี้ก็น่าจะรู้กันดี” นายเชาว์ระบุ
นายเชาว์ระบุอีกว่า การที่นายอภิสิทธิ์ประกาศไม่ร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม คือการติดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก เพราะหากยอมจับมือกับพรรคที่ถูกตั้งคำถามเรื่อง “ทุนเทา” เพียงเพื่อหวังเป็นรัฐบาล จะเป็นการพาประเทศกลับสู่วงจรอุบาทว์ของการทุจริตและความเสื่อมศรัทธา ซึ่งสังคมไทยเคยเจ็บปวดมาแล้ว ส่วนวาทกรรม “ดีแต่พูด” นั้น ถูกใช้เพื่อด้อยค่าการตรวจสอบ แต่บทเรียนพิสูจน์แล้วว่า การยืนหยัดในหลักการสำคัญกว่าการลงมือทำเพื่อพวกพ้อง และผลงานของนายอภิสิทธิ์ในอดีต ที่สามารถฟื้นฟูบ้านเมืองจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ จนเศรษฐกิจไทยโตถึง 7.5% และนายอภิสิทธิ์เคารพกระบวนการยุติธรรม ไม่เคยหนีคดี ไม่เคยออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ตัวเอง และไม่เคยตระบัดสัตย์เพื่อรักษาเก้าอี้
“คนของพรรคกล้าธรรมพยายามใช้คำว่า ‘ความสามัคคี’ เพื่อปิดปากคำถามเรื่องจริยธรรม แต่ผมเชื่อว่าสังคมแยกออกระหว่าง ความสามัคคีของประชาชน กับ การฮั้วกันของนักการเมือง การขีดเส้นแบ่งไม่ใช่การแตกแยก แต่คือการแยก ‘การเมืองสีขาว’ ออกจาก ‘การเมืองสีเทา’”
นายเชาว์ยังระบุถึงกรณีที่ถูกปรามาสว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีสิทธิ์กำหนดทิศทางการเมืองว่า สะท้อนทัศนคติที่มองการเมืองเป็นเพียงเกมตัวเลขและการต่อรองเก้าอี้ แต่สำหรับประชาธิปัตย์ในปี 2569 จำนวน ส.ส.ไม่สำคัญเท่าคุณภาพและความศรัทธา เราพร้อมเป็นรัฐบาล และพร้อมเป็นฝ่ายค้าน แต่เราไม่พร้อมเป็น ‘นั่งร้าน’ ให้ใครเข้าไปโกงบ้านกินเมือง ขอบคุณพรรคกล้าธรรม ที่ช่วยทำให้ประชาชนเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า เราต่างกันอย่างไร พรรคหนึ่งพร้อมจับมือกับใครก็ได้เพื่อเป็นรัฐบาล อีกพรรคหนึ่งยอมยืนเดี่ยวไม่เอาทุนเทา โดยไม่หยุดแค่คำพูด แต่พิสูจน์ด้วยการกระทำ ประกาศไม่เอา ‘กล้าธรรม’ เพราะเรา ‘กล้าทำ’ การเลือกตั้งปี 2569 ให้ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน

