โฆษก กห. แจง หนังสือ เตีย เซยฮา ส่งถึงกลาโหมไทย ไม่ระบุชัด หยุดยิง แต่มีนัย เหตุกัมพูชา แสดงเจตจำนงค์ 22 ธันวาคม แต่ต้องไปถกเวทีจีบีซี
เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ไทย-กัมพูชา สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา หรือ GBC ซึ่งอยู่ในห้วงของการประชุมฝ่ายเลขานุการ ระหว่างไทยและกัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี
โดยการประชุมเริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม โดยในช่วงเช้าที่ผ่านมา สืบเนื่องจากได้มีการเสนอประเด็นหารือให้ฝ่ายกัมพูชาได้รับทราบไปเมื่อวานนี้ ซึ่งให้ฝ่ายกัมพูชาได้หารือเป็นการภายใน และได้กลับมาร่วมประชุม และได้เสนอประเด็นเพิ่มเติมให้กับฝ่ายไทยได้รับไว้พิจารณา ซึ่งทั้งสองฝ่ายอยู่ระหว่างพิจารณาประเด็นต่างๆ และในเวลา 15.00 น. วันนี้ จะกลับมาประชุมร่วมกันอีกครั้งเพื่อให้ได้ข้อสรุปประเด็นหารือว่า จะมีเนื้อหาอะไรกันบ้าง
พล.ร.ต.สุรสันต์ ระบุอีกว่า การประชุมจีบีซีในครั้งนี้ จะมีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ของทั้งสองฝ่ายเข้ามาร่วมประชุมด้วย ถือเป็นนัยสําคัญของการประชุมเพื่อให้เห็นถึงความโปร่งใส ให้ทางเอโอทีได้ทราบขั้นตอนการปฏิบัติโดยตลอดเวลา และในช่วงของการประชุมจริงในวันที่ 27 ธันวาคม จะมีคณะเอโอทีมาร่วมสังเกตการณ์ด้วยเช่นเดียวกัน คาดว่าเมื่อเสร็จสิ้นแล้วในวันนี้ ก็จะมีการประชุมฝ่ายเลขาจีบีซีต่อไปในวันที่ 26 ธันวาคม
โฆษกกระทรวงกลาโหม ยังได้ระบุถึง หนังสือที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชาส่งมาถึงกระทรวงกลาโหมไทย มีเนื้อหาสาระเกี่ยวข้องกับการขอหยุดยิงหรือไม่นั้นว่า ประเด็นหยุดยิงหรือไม่หยุดยิง ทางฝ่ายกัมพูชาได้ชี้แจงและนําเสนอไปแล้วในช่วงของการประชุม รมว.ต่างประเทศอาเซียนที่ผ่านมาก็ได้เสนอประเด็นนี้มาก่อนหน้านี้แล้วว่า อยากให้หยุดยิงในเวลา 22.00 น. ของวันที่ 22 ธันวาคม แต่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ระบุว่า จะพูดคุยเช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อยังไม่มีรายละเอียดใดๆ
ล่าสุด จึงมีหนังสือของพล.อ.เตีย เซยฮา รมว.กลาโหมกัมพูชา ในเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าในตัวหนังสือไม่ได้พูดตรง ๆ ว่าเป็นการหยุดยิง แต่มีนัยรายละเอียดคือ ฝ่ายกัมพูชามีความประสงค์อยากให้หยุดยิง แต่ต้องไปพูดคุยในเวทีจีบีซี สำหรับตัวหนังสือที่ออกมาเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม เป็นการส่งมาทางเดียว ไม่ได้มีการหารือรายละเอียดกับฝ่ายไทยก่อนหน้านี้
พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า เมื่อถามว่า ประเด็นที่ในหนังสืออยากให้สองฝ่าย กลับไปอยู่ก่อนเหตุการณ์ปะทะครั้งที่ 2 พบว่าในตัวหนังสือมีนัยเช่นนั้นจริง แต่ตนมองว่าทางจีบีซี และฝ่ายเลขากําลังพูดคุยกัน คงต้องรอให้ได้ข้อสรุป และเชื่อว่าน่าจะมีความคืบหน้า ขณะนี้ต่างฝ่ายต่างรับข้อเสนอของแต่ละฝ่ายเอาไว้ เพื่อนํามาพิจารณาในรายละเอียด ถือว่ามีความคืบหน้าที่มีนัยสําคัญ
ส่วนการปะทะที่เบาบางลงนั้น ทางเหล่าทัพที่รับผิดชอบพื้นที่ต้องเฝ้าระวังทราบถึงบทเรียนที่ผ่านมาว่า จะเชื่อใจ ไว้ใจกัมพูชามากไปไม่ได้ ทุกอย่างต้องระมัดระวัง และทางกองทัพก็เตรียมพร้อม รวมถึงการปฏิบัติการทางอากาศ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน
พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า ประเด็นที่ว่ากัมพูชาไม่รับ3ข้อเสนอไทย ตนไม่อยากจะพูดชักนํา หรือชี้นํา แต่คาดหวังว่า ทุกอย่างจะกลับมาสู่สภาวะปกติได้มากที่สุด พร้อมย้ำว่าความสําเร็จของการประชุมนี้จะเกิดขึ้นได้ อยู่ที่กัมพูชา เนื่องจากเป็นผู้ริเริ่มสร้างสถานการณ์เหล่านี้ขึ้นมา หากจะยุติให้ได้ความสําเร็จ ฝ่ายกัมพูชาต้องเป็นฝ่ายยุติ หยุดยิงด้วยความจริงใจในการดําเนินการ วิธีการกระทํา และแสดงออก ไม่ใช่แค่วาจา โดยเฉพาะเรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิด
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การประชุมในห้วงที่ผ่านมาใช้เวลาสั้นๆ นั้น ทุกอย่างเป็นไปตามกลไก แผนที่วางเอาไว้ โดยวานนี้ที่มีการประชุมครึ่งชั่วโมง ทางฝ่ายกัมพูชามารับประเด็นของฝ่ายไทย กลับไปพิจารณา และเมื่อเช้าก็นําประเด็นตรงนี้มาเสนอร่วมกับประเด็นที่เขาอยากจะเสนอด้วย
พล.ร.ต.สุรสันต์ กล่าวว่า เรื่องบุคลากรที่มาร่วมก็เป็นคนที่คุ้นเคยรู้จักกันดีอยู่แล้ว ในเรื่องความสัมพันธ์ ประเด็นหารือพูดคุย ตนคิดว่าไม่มีปัญหา เพียงแต่ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการตกลง เนื้อหาการหารือร่วมกัน ได้ข้อยุติร่วมกันเป็นเรื่องอะไรกันบ้าง โดยบ่ายสามโมงวันนี้น่าจะมีความคืบหน้า ซึ่งส่วนตัวยังไม่เห็นรายละเอียด

