หน้าแรก การเมือง ไทยคุมสระแก้ว...

ไทยคุมสระแก้ว-อีสานใต้ได้หลายจุด พบเขมรวาง PMN-2 รอบปราสาทตาควาย จ่อส่งหลักฐานถึงเวทีโลก

26.12.25 | 16:32 น.

ทบ.เผยคุมพื้นที่สระแก้ว-อีสานใต้ได้แล้วหลายจุด แม้กัมพูชายังยิงต่อเนื่อง พบวางทุ่น PMN-2 รอบปราสาทตาควาย ชี้ขัดหลักสากล เตรียมส่งหลักฐานถึงเวทีโลก ย้ำอินฟลูฯงดเผยข้อมูลทหาร เสี่ยงกระทบความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พ.ต.หญิง กัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก (ผช.โฆษก ทบ.) กล่าวว่า ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 (ทภ.1) บริเวณบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ขณะนี้กำลังทหารอยู่ระหว่างการปฏิบัติการเข้าควบคุมพื้นที่ พร้อมขอให้ประชาชนส่งกำลังใจให้ทหารแนวหน้า และติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางราชการเพื่อรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ส่วนพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้วและบ้านคลองแผง จ.สระแก้ว ภายหลังทหารไทยเข้าควบคุมพื้นที่ได้แล้ว อยู่ระหว่างการสถาปนาความมั่นคง ยังพบว่าฝ่ายกัมพูชามีการยิงโจมตีอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม กำลังทหารไทยได้ตอบโต้ตามสถานการณ์และสามารถควบคุมพื้นที่ไว้ได้

พ.ต.หญิง กัญญ์ณณัฐกล่าวว่า ขณะที่พื้นที่กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) ยังมีการปะทะเป็นบางจุด โดยเฉพาะบริเวณภูมะเขือและห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายกัมพูชายังคงใช้อาวุธโจมตีกำลังทหารไทย แต่ฝ่ายไทยได้ตอบโต้และควบคุมสถานการณ์ได้เช่นกัน ส่วนเหตุการณ์ในพื้นที่ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (25 ธ.ค.) กำลังพลชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิดของทหารไทยประสบเหตุจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิด PMN-2 ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ต่อมาเมื่อมีการเข้าพิสูจน์ทราบพื้นที่เพิ่มเติม พบจุดระเบิดเดิมและตรวจพบทุ่นระเบิดชนิดเดียวกันเพิ่มเติมอีก 4 ทุ่น วางเรียงตามแนวเส้นทางการเคลื่อนกำลังพล สะท้อนถึงเจตนามุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารไทย รวมถึงผู้ที่จะเข้าช่วยเหลือหากเกิดเหตุ

พ.ต.หญิง กัญญ์ณณัฐกล่าวอีกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นหลักฐานชัดเจนถึงการกระทำที่ขัดต่อหลักสากลของฝ่ายกัมพูชา 2 ประการ ได้แก่ การใช้โบราณสถานเป็นที่ตั้งทางทหาร จากการพบทุ่นระเบิดในพื้นที่ปราสาทตาควาย อันขัดต่ออนุสัญญาที่เกี่ยวข้อง และการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ทั้งที่กัมพูชาเป็นภาคีอนุสัญญาออตตาวา หลังจากนี้ ทบ.จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดที่ตรวจพบในพื้นที่ส่งให้กระทรวงการต่างประเทศเพื่อดำเนินการขยายผลในเวทีนานาชาติต่อไป

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในพื้นที่ชายแดนเราสามารถไปคุมพื้นที่ได้เป็นส่วนใหญ่ การปฏิบัติการเคลียร์ทุ่นระเบิดของกำลังพลมีการกำชับอย่างไรบ้าง พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก (รอง โฆษก ทบ.) กล่าวว่า ในหลายพื้นที่เราสามารถเข้าควบคุมได้แล้ว แต่การเข้าไปในพื้นที่ก็ต้องระมัดระวังหลายอย่าง โดยเฉพาะพื้นที่ที่เราควบคุมได้แล้วไม่ได้หมายความว่าทางกัมพูชาจะไม่โจมตีเข้ามา โดยเรายังพบว่ากัมพูชายังโจมตีเข้ามาในพื้นที่ในหลายๆ ที่ และการทำพื้นที่ให้ปลอดภัย เราระมัดระวังเรื่องกับระเบิด ทุ่นระเบิดที่พบทุกพื้นที่ชายแดน ไม่ว่าจะเป็นทุ่นระเบิดสำเร็จรูป PMN-2 หรือทุ่นระเบิดดัดแปลง เรามีความระมัดระวัง แต่ก็ต้องทำความเข้าใจว่าบางครั้งก็มีการพลาดพลั้งเกิดอุบัติเหตุ เช่นเดียวกับทหารไทยที่เสียขาเป็นรายที่ 9 และทหารส่วนหน้าก็มีความพยายามเป็นอย่างมากและมีความรอบคอบที่จะสแกนกวาดล้างระเบิดให้ได้มากที่สุด

เมื่อถามถึงกรณีกองทัพทำไมถึงปล่อยให้อินฟลูเอนเซอร์สามารถเข้าไปในพื้นที่แนวรบได้ พ.อ.ริชฌากล่าวว่า มีการพูดและขอความร่วมมือในหลายส่วน ซึ่งเป็นปัญหาตั้งแต่การสู้รบรอบแรก บุคคลที่เข้าใจก็เข้าใจ บุคคลที่ยังไม่เข้าใจก็ต้องขอย้ำอีกครั้งว่าขอความร่วมมือ เพราะในเรื่องบางเรื่องมันควรทำให้เกิดความปลอดภัยกับทางทหารและประชาชนจะดีกว่า ข่าวสารในบางครั้งอาจเป็นสิ่งที่ถูกและเร็ว แต่ถ้าหากเกิดผลกระทบในเรื่องที่จะเป็นอันตรายก็ขอให้งดเว้นไว้ เชื่อว่าทหารในพื้นที่มีมาตรการและมีการเตือน แต่ถ้าเราช่วยกันนอกจากทหารเตือนแล้ว สื่อมวลชน รวมถึงอินฟลูฯ หากช่วยกันเตือน จะถือเป็นภาพลักษณ์ที่ดี

เมื่อถามอีกว่า อยากจะฝากถึงอินฟลูฯ พ.อ.ริชฌากล่าวว่า อยากให้ไตร่ตรองเรื่องการเปิดเผยการปฏิบัติทางการทหารของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยุทธวิธี รวมถึงข่าวที่ไม่สามารถพิสูจน์แหล่งที่มาได้ ขอให้ติดตามข่าวสารจากทางศูนย์แถลงข่าวนี้

เมื่อถามว่า จะทำให้ไทยเสียเปรียบในเวทีโลกหรือไม่ พ.อ.ริชฌากล่าวว่า ขึ้นอยู่กับเนื้อหา ไม่สามารถเจาะจงว่าจะเสียเปรียบหรือไม่เสียเปรียบ เพราะฉะนั้นจึงมีศูนย์แถลงข่าวขึ้นมา เพื่อที่จะให้พูดไปในทางตรงและทิศทางเดียวกัน รวมถึงติดตามจากเพจที่เป็นทางการ