สีหศักดิ์ ขอกัมพูชารักษาคำพูด – อย่ายั่วยุ เพื่อ ให้เกิดการหยุดยิงที่ยั่งยืน บอก การประชุม JBC ไทยไม่ได้ประวิงเวลา แต่ต้องดูขั้นตอน-ข้อกฎหมาย
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 30 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการหารือ 3 ฝ่ายระหว่าง รมว.ต่างประเทศของไทย กัมพูชา และจีน ที่เมืองหยูซี มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีจีนเป็นเจ้าภาพว่า อยากทำให้ข้อตกลงหยุดยิงเป็นการหยุดยิงที่ยั่งยืน และนำมาสู่การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน ขณะเดียวกัน ต้องดูว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา จะเดินต่อไปอย่างไร
นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า เพราะช่วงนี้เพิ่งตกลงหยุดยิงกัน จึงยังมีความเปราะบางอยู่ ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือบั่นทอนการหยุดยิง อาทิ การปล่อยโดรน การใช้คำพูดยั่วยุ หรือ การออกถ้อยแถลงระดับผู้นำต่างๆ ซึ่งต้องระมัดระวัง และต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน พร้อมยกตัวอย่างกรณีที่ นายฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ออกมาพูดว่าการหยุดยิงนั้น ไม่ได้หมายความว่าฝ่ายกัมพูชาแพ้ เรื่องนี้ก็อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ เพราะหากตั้งคำถามแบบนี้ เราก็ต้องถามกลับไปว่าใครเป็นฝ่ายขอหยุดยิง แต่ตนคิดว่าเราควรก้าวข้ามตรงนั้น และมาทำให้การหยุดยิงมีความยั่งยืน รวมถึงสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน
ส่วนกรณีล่าสุด ที่มีการตรวจพบโดรนจำนวน 250 ลำ บริเวณชายแดน และทหารไทยเหยียบกับทุ่นระเบิดสังหารบุคคลครั้งที่ 11 จะส่งผลกระทบต่อข้อตกลงหยุดยิง 72 ชม.หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และดูด้วยว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่าหรือใหม่ ซึ่งประเด็นที่คุยกันในที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) คือการมีฮอตไลน์ ฉะนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ ต้องตรวจสอบไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด และอีกประเด็นหนึ่งคือฝ่ายกัมพูชาเหมือนพยายามเร่งรัดให้เกิดการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา (เจบีซี) ที่เกี่ยวกับการปักปันเขตแดน จึงต้องมาดูกันต่อ เพราะผลการประชุมจีบีซียังไม่เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขณะเดียวกันในการประชุมเจบีซีก็ต้องมาดูข้อกฎหมาย ว่าในช่วงรัฐบาลรักษาการจะต้องขออาณัติจากรัฐบาลหรือไม่ เพราะเป็นข้อตกลงที่ผูกพันไปถึงรัฐบาลใหม่ และการประชุมเจบีซีจะประชุมได้ช่วงไหน พร้อมย้ำว่า ทุกอย่างมีขั้นตอนอยู่ ไม่ใช่จะสามารถจัดประชุมได้ทันที แต่ยืนยันว่าไม่ได้ประวิงเวลา เพียงแต่พื้นที่ต้องปลอดภัยก่อน เพราะเราต้องลงพื้นที่ร่วมกันเพื่อปักปันเขตแดน
นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงความชัดเจนในการปล่อยตัว 18 เชลยศึกของกัมพูชาว่า เป็นไปตามที่พูดคุยกันคือ หยุดยิง 72 ชม. จึงอยากย้ำว่าอยากให้เคารพการหยุด และสิ่งที่พูดคุยกันไว้ก็ต้องรักษาคำพูด
เมื่อถามว่า กระทรวงการต่างประเทศจะใช้แนวทางทางการทูตอย่างไรในการพูดคุยกับฝ่ายกัมพูชา นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เราพูดคุยกันได้ และถือว่าตอนนี้ทางการทูตได้คุยกันแล้ว เพราะตอนนี้หากมีเหตุการณ์อะไรก็ต้องพูดคุยกัน นอกจากนี้ฝ่ายทหารก็พูดคุยกันอยู่ หากไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นใน 72 ชม. เช่น ไม่เกิดเหตุการณ์ยั่วยุหรือเก็บกู้ทุ่นระเบิด เราก็เดินหน้าสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การประชุมเจบีซีจะมีขึ้นเมื่อใด ก็ต้องพิจารณาตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป มันมีขั้นตอนของมันอยู่ และอาจจะไปถึงรัฐบาลใหม่จึงจะประชุมกันได้ ซึ่งเรายังไม่รู้ท่าทีรัฐบาลใหม่จะเป็นอย่างไร และจะมีการทบทวนเอ็มโอยู 43 หรือไม่ ก็ยังไม่มีข้อยุติ
“เรามีการหยุดยิง การหยุดยิงนั้นถือว่าเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชน เราอยากให้ทั้งสองฝ่ายเคารพการหยุดยิง เพราะเขาก็สูญเสียพอสมควร ประชาชนของเขาก็อยากจะกลับเข้าสู่พื้นที่เดิม เพราะฉะนั้นเป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ที่จะทำให้การหยุดยิงที่ตกลงกันไว้ เป็นการหยุดกินที่ยั่งยืนถาวร ส่วนปัญหาอื่นเราก็ควรจะพูดคุยกันได้ในฐานะเพื่อนบ้าน” นายสีหศักดิ์ กล่าว
ขณะที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการปล่อยตัว 18 เชลยศึกของกัมพูชา เพียงสั้นๆว่า “เดี๋ยวรู้ตอนเที่ยง”

