หน้าแรก การเมือง สปท.เห็นชอบข้...

สปท.เห็นชอบข้อสังเกตคุมสื่อออนไลน์ จวกสื่อต่างประเทศไม่ร่วมมือปิดกั้น

1.03.16 | 18:53 น.

สปท.ติงร่างพ.ร.บ.คอมฯคุมสื่อออนไลน์ได้จริงหรือไม่ ก่อนเห็นชอบข้อสังเกตร่างแก้ไขกฎหมายคุมสื่อออนไลน์

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 1 มีนาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) มีนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสปท.คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม เป็นการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน เรื่อง ข้อสังเกตในการแก้ไขร่างพ.ร.บ.ว่าด้วย การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่…) พ.ศ…. โดย พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธานกมธ. กล่าวว่า สื่อออนไลน์ แม้จะมีประโยชน์ที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว แต่หากใช้ไม่ถูกต้องก็อาจจะเป็นปัญหา เนื่องจากขาดจริยธรรมในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร บิดเบือน ใส่ร้าย ปลุกระดม มีผลกระทบต่อสังคมและความมั่นคงของชาติ ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากผู้ใช้งานสื่อออนไลน์ เจ้าของสื่อออนไลน์ในต่างประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือปิดกั้น ควบคุมปัญหาบนอินเตอร์เน็ตที่อยู่ในความดูแลของภาคเอกชน และปัญหานโยบายของรัฐที่เน้นการขยายเครือข่ายการใช้งานอินเตอร์เน็ต ทำให้การป้องกันและปราบปรามไม่สามารถดำเนินการได้ครอบคลุมและทั่วถึง

พล.อ.อ.คณิต กล่าวต่อว่า คณะกมธ.ได้มีการตั้งข้อสังเกตว่า การใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าวจะมีปัญหาในทางปฏิบัติหรือไม่ ในกรณีการใช้กฎหมายอิเล็กทรอนิกส์ ประเภทฟรีอีเมล์ เช่น Hotmail Yahoo Gmail ไม่อาจสร้างระบบเพื่อให้ผู้รับสามารถบอกยกเลิกการรับอีเมล์นั้นได้ รวมทั้งในกรณีการส่งข้อความอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอพลิเคชั่น ไลน์ หรือ MSN Whats app หรืออื่นๆ ถือว่าเป็นการส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยวิธีการสื่อสารออนไลน์รบกวนระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นก็อาจมีความผิดตามมาตรา 11 ที่ระบุว่า ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้อื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าวอันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น โดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้รับข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์สามารถบอกเลิกหรือแจ้งความประสงค์เพื่อปฏิเสธการตอบรับได้ ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้รับ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาท และรัฐมนตรีอาจประกาศกำหนดแนวทางเกี่ยวกับลักษณะและวิธีการส่ง และลักษณะ ปริมาณ ข้อมูลความถี่และวิธีการของผู้ส่งซึ่งไม่ถือเป็นการก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ได้รับ รวมถึงการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศหรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ต้องระวางโทษจำคุกและปรับ

ทั้งนี้ สมาชิกส่วนใหญ่แสดงความเห็นว่า หากแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าวรัฐจะใช้อำนาจอะไรไปบังคับให้ผู้กระทำผิดเปิดเผยข้อมูลหรือบังคับให้ผู้ผลิตอุปกรณ์สื่อสารหรือผู้ให้บริการเครือข่ายถอดรหัสข้อมูลออกมา เพราะเวลานี้เราไม่สามารถไปบังคับใครได้อยู่แล้ว ดังนั้นหาก สปท.ปล่อยให้ พ.ร.บ.นี้ผ่านไปจะเป็นการหน้าแตกหรือเสียหน้ามากกว่า จึงอยากให้กมธ.พิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบ ที่สุดที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบต่อรายงานข้อสังเกตดังกล่าวด้วยคะแนน 157 ต่อ2 เสียง เพื่อให้คณะกมธ.นำข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นของสมาชิกไปปรับปรุงแก้ไขภายใน 7 วันก่อนส่งให้ประธานสปท.และ ครม.ต่อไป