คุณหญิงหน่อย เผยเหตุ ดำเนินคดี โดม ยันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ชี้ ต้องสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้สังคม
จากกรณีที่พรรคไทยสร้างไทย ที่มี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ แคนดิเดตนายกฯ ส่งลูกสาว จินนี่ ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ มาร่วมเคลื่อนไหวในพรรค ต่อมาเฟซบุ๊กนักร้องดัง โดม ปกรณ์ ลัม คอมเมนต์ในเชิงคุกคามทางเพศ ใต้ภาพของน้องจินนี่ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ก่อนที่จะออกมายอมรับ และขอโทษแล้ว
อ่านข่าว – ประเดิมกม.ใหม่! ‘จินนี่’ ลุยฟ้อง ‘ดาราดัง’ คอมเมนต์คุกคามทางเพศ
เมื่อวันที่ 1 มกราคม คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ แคนดิเดตนายกฯพรรคไทยสร้างไทย เปิดใจในรายการ กรรมกรข่าว คุยนอกจอ ว่า เขาติดต่อมากับคนรอบข้าง โดยมีคนมาบอก เพราะไม่ได้รู้จักกันโดยตรง ได้แจ้งไปว่าขอให้เป็นหลังปีใหม่ แล้วค่อยนัดหมายกัน จากเรื่องที่เกิดขึ้น ขอบคุณทุกกำลังใจความห่วงใยที่ส่งมาให้ครอบครัว
สรยุทธถามว่า ในโพสต์ของคุณดิว คุณหญิงได้ไปเมนต์ก่อนที่คุณโดมไปเมนต์ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เข้าไปเมนต์ก่อนประมาณ 2 ชั่วโมง แต่วันนี้ตนป่วยอยู่ มารู้ตอนที่อยู่โรงพยาบาล เมื่อเลขาฯมาบอกก็รีบโทรหาลูก แต่เขาไม่รับสายก็ตกใจ เลยโทรไปหาพี่ชายเขาที่อยู่ด้วยกัน จนได้คุยพร้อมกัน น้องบอกว่าเสียใจ จากที่ฟังดูเขาเข้มแข็งพอที่จะรับมือกับเรื่องนี้ได้ จัดการเรื่องอารมณ์ และพูดด้วยเหตุผล
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า นาทีแรกที่เห็นข้อความ มองว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรจะเกิดกับใคร ไม่ใช่เฉพาะลูกของตน กับคนอื่นๆ ก็ไม่ควรจะเกิด ซึ่งตนมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสังคมไทย และในฐานะแม่ ลูกเข้ามาช่วยงานการเมือง เขาไม่ได้เข้ามาเพราะภาพลักษณ์ภายนอก แต่เขาเข้ามาเพราะเขาได้ตามตนมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เห็นว่าคนไทยส่วนใหญ่ยากจนเป็นอย่างไร ลูกเหมือนกับคนรุ่นใหม่คนนึง ที่อยากเห็นประเทศที่เปลี่ยนแปลง ประเทศที่ให้โอกาสคนอย่างเท่าเทียม ประเทศที่ให้ความหวังในอนาคตกับทุกคนได้

คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ไม่เคยชักชวนลูกให้เข้ามาสู่การเมือง ได้เล่าเรื่องที่ยากลำบากให้เขาฟัง เขาบอกว่า เขาตั้งใจ ดังนั้นการที่เขาเข้ามา ไม่เข้ามาเพราะเราจะขายภาพภายนอก แต่เพราะเขาตั้งใจจริง วันนี้เมื่อแม่ป่วย เขาต้องไปให้กำลังใจทีมแทน
คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เห็นข้อความแล้วเสียความรู้สึก และไม่ควรที่จะเกิดกับใคร เราควรลุกขึ้นมาปกป้องลูก และถึงแม้ไม่ใช่ลูกของเรา เราต้องไม่ยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติ เรื่องตลก และเรื่องขำ ตอนนั้นโทรหาเขา ทำไมไม่บอกแม่ เขาบอกว่ารู้ว่าแม่ไปหาหมออยู่ ตนถามว่า ลูกโอเคไหม? เขาบอกว่า ตอนแรกก็เสียใจ แต่ระหว่างที่คุยโทรศัพท์กับลูก รู้สึกว่าลูกเข้มแข็งกว่าที่เราคิด เขารับมือกับอารมณ์ตนเองได้ดี เพราะเขาไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน
สรยุทธถามว่า ที่ผ่านมาอาจจะมีประสบการณ์โดนแบบนี้ แต่ครั้งนี้เป็นคนดัง คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับคนดังคนไม่ดัง เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้ที่มาด้อยค่า และผู้ที่ถูกด้อยค่า โดนคุกคาม ถูกลดทอนศักดิ์ศรี เป็นใครก็แล้วแต่ ไม่ควรที่จะเกิดขึ้น
อ่านข่าว – คุณหญิงหน่อยไม่ทน ขอปกป้องศักดิ์ศรีลูก ชี้คุกคามทางเพศไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ไม่มีใครควรโดน
สรยุทธถามว่า ตอนแรกคุณโดมบอกว่าไม่ใช่เขา เป็นแอดมิน จากนั้นโพสต์คลิปยอมรับว่าเป็นเขา เพราะกินเลี้ยงปีใหม่ ขอโทษจริงๆ ไม่มีข้อแก้ตัว ไม่รู้ว่ารูปที่โพสต์เป็นลูกของคุณหญิง คิดเห็นอย่างไร? คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ขอโทษไม่มีข้อแก้ตัว ก็สมควร เพราะเป็นการกระทำที่สังคมรับได้ ส่วนที่บอกว่า ไม่รู้ว่าเป็นลูกคุณหญิง มองว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เป็นลูกคนอื่น เป็นผู้หญิงคนอื่น คุณโดมก็ไม่มีสิทธิไปทำกับเขาแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเป็นลูกคุณหญิงแล้วจะมีสิทธิพิเศษกว่าคุณโดม ต้องมาขอโทษ อยากให้คุณโดมเข้าใจว่าคุณไม่มีสิทธิไปทำกับลูกคนอื่น หรือผู้หญิงคนอื่น ไม่เกี่ยวกับความเป็นลูกตน ตนเป็นคนมีวุฒิภาวะและที่โพสต์ก็มีสติ มีวุฒิภาวะ เพราะต้องการเตือน ต้องการให้เขาเห็นว่าไม่ควรที่จะไปทำอะไรกับคนอื่น ต้องสร้างบรรทัดฐานให้กับสังคม ว่าการด้อยค่า การคุกคาม การลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้หญิงไม่ควรที่จะเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนไหนทั้งสิ้น ไม่ใช่เฉพาะลูกเรา ไม่ว่าเขาจะอยู่ในสถานะ มีอาชีพอะไร การด้อยค่าผู้หญิง แม้แต่ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ผู้พิการ ไม่ใช่เรื่องตลกที่เอามาล้อเล่นกัน แต่เป็นเรื่องที่น่ารังเกียจ ไม่ใครถูกทำให้เป็นเรื่องปกติในสังคมไทยอีกต่อไป

สรยุทธถามว่า เหตุการณ์ที่ตัดสินใจให้ดำเนินคดี ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงที่มี พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมมา อาจจะเป็นคดีแรกของประเทศ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า น่าจะอย่างนั้น
สรยุทธถามว่า เขาบอกที่ทำไปไม่รู้ตัว คงดื่มมา แต่ในมุมคุณหญิง มีเหตุผลโดยมองว่าไม่ว่ากับใครก็ไม่มีสิทธิทำแบบนี้ ทำไมไม่คุยกับเขาก่อน แต่ตัดสินใจแจ้งความเลย คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เวลาที่ตัดสินใจ ไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว ได้คุยกับคนในพรรค และคนในครอบครัว การตัดสินใจตรงนี้ ไม่ได้เกิดจากการโกรธ ด้วยอารมณ์ใดๆ เลย แต่เป็นเรื่องที่ต้องการสร้างบรรทัดฐานขึ้นมาใหม่ และเข้าใจในข้อแก้ตัวของคุณโดม แต่อยากจะบอกว่า ไม่ได้เป็นเรื่องอารมณ์ของความโกรธ ความโมโห แต่จำเป็นที่ต้องให้สังคมได้มีบรรทัดฐาน เปลี่ยนค่านิยม เราอยู่ใน พ.ศ.นี้แล้ว การกระทำใดๆ ต้องระมัดระวัง ตนไม่คิดว่า ตนจะมีอารมณ์ไปโกรธเกลียด อีกทั้งตัวลูกสาวเอง ก็ได้แจ้งคุณโดมไปแล้วว่าของหลังปีใหม่ค่อยเข้ามาคุยกัน แต่การดำเนินคดี เราได้ตัดสินใจไปแล้วว่าที่ต้องดำเนินคดี ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเรา แต่เพื่อการสร้างบรรทัดฐานให้กับสังคมว่า เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ไม่ใช่เรื่องตลก การดูถูก การดูหมิ่น หรือลดทอนความเป็นมนุษย์ของผู้หญิงมันมีเยอะมาก เราไม่ช่วยกันเหรอในสังคม ให้เราได้อยู่กันแบบเคารพซึ่งกันและกัน
“ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว และได้แจ้งไปยังผู้ที่คุณโดมติดต่อมาว่าจะคุย เราไม่มีอารมณ์ในการไปโกรธ เกลียด แต่อยากที่จะคุยกันด้วยเหตุผลว่าสังคมไม่ควรเป็นแบบนี้”
สรยุทธถามว่า เป็นการสร้างบรรทัดฐานว่าสังคมไม่ควรมีอะไรแบบนี้ ประกอบกับมีกฎหมายใหม่มาพอดี กฎหมายนี้ยอมความได้ถ้าไม่ได้ไปทำกับเด็ก กรณีนี้ยังมียอมความ ไม่มีโอกาสยอมความใช่หรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า ใช่ น่าจะเป็นคดีแรก การดำเนินคดี ได้เป็นการตัดสินใจที่เราดำเนินคดีไปแล้ว แสดงถึงเจตนาของเรา ว่าเราตั้งใจที่จะดำเนินคดี ส่วนการพูดคุยกับคุณโดม ไม่ใช่เป็นการมาขอโทษส่วนตัว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องส่วนตัว ส่วนหนึ่ง เพราะมันกระทบกับครอบครัว กับลูก แต่ที่มันอิมแพกต์ใหญ่กว่านั้นคือ กระทบต่อศีลธรรมของสังคมที่เราจะยอมรับให้การกระทำเหล่านี้ เดินหน้าต่อไปหรือไม่ เป็นเรื่องปกติในสังคมหรือไม่ ซึ่งไม่ควรจะยอมรับเป็นเรื่องปกติของสังคม เรามองปัญหาอย่างมีวุฒิภาวะ ยินดีนั่งพูดคุยกับคุณโดม เพื่อที่จะชวนคุณโดมมาแก้ปัญหาในสิ่งที่เขาทำ แก้ปัญหาให้กับพฤติกรรมของคนมากมายที่ยังมีในสังคมที่ไม่ควรถูกยอมรับเป็นเรื่องปกติ
“เราบอกว่ายินดีนะ หลังปีใหม่มานั่งพูดคุยกัน แต่ไม่ได้แปลว่า มาขอโทษลูก ขอโทษแม่ แล้วเป็นเรื่องส่วนตัว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว และเราเป็นพรรคการเมือง พรรคการเมืองต้องปกป้อง การด้อยค่า การคุกคาม การลิดรอน สิทธิของผู้หญิง เรื่องต่างๆ เราต้องคิดมาก ส่วนตัวคงเป็นเรื่องเล็กมาก เพราะลูกก็เข้มแข็ง จัดการอารมณ์ได้ รับมือกับปัญหาได้ โดยที่เราไม่ได้อยู่ข้างเขา ไม่ได้โกรธแค้นส่วนตัว แต่คุณโดม น่าจะใช้โอกาสในการที่จะรู้ว่า คุณโดมได้กระทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสม และคุณโดมจะแก้ไขปัญหานี้ต่อสังคมอย่างไร”


