ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองในประเทศที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ หรือเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั่วประเทศ สร้างความตื่นตัวทางการเมืองแก่ประชาชน และผู้สมัคร ส.ส.ต่างเร่งลงพื้นที่หาเสียงอย่างคึกคักและต่อเนื่อง ให้ทันวันลงคะแนนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
ทว่าในปีนี้ ไม่ได้มีเพียงการเลือกตั้งทั่วไป แต่เป็นปีที่มีการเลือกตั้งหลายระดับด้วยกันคือ การเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลายแห่ง แทนผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่นชุดเดิมที่ครบวาระ ได้แก่ การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล(ส.อบต.) และนายก อบต. นายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา จ.ชลบุรี รวมทั้งผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
เริ่มจากต้นปี จะมีการเลือกตั้ง ส.อบต.และนายก อบต.พร้อมกันทั่วประเทศประมาณ 4,800 แห่ง กรณีครบวาระการดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา จากทั้งหมดประมาณ 4,985 แห่ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569 และประกาศรับสมัครเลือกตั้งระหว่างวันที่ 1-5 ธันวาคม 2568 ขณะเดียวกัน กกต.สั่งเลื่อนการรับสมัคร ส.อบต.และนายก อบต.ใน 4 จังหวัดภาคใต้ คือ สงขลา สตูล ปัตตานี และนราธิวาส จากกำหนดเดิมวันที่ 1-5 ธันวาคม 2568 เป็นวันที่ 8-12 ธันวาคม 2568 หลังเผชิญอุทกภัย ส่งผลกระทบระบบคมนาคมและการจัดสถานที่รับสมัคร
จากนั้น สำนักงาน กกต.สรุปยอดผู้สมัคร รวมทั้งสิ้น 102,160 คน แบ่งเป็น ผู้สมัครนายก อบต. 8,603 คน และผู้สมัคร ส.อบต. 93,557 คน ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า จังหวัดที่มีผู้สมัครสูงสุดคือ พื้นที่ จ.นครราชสีมา มีผู้สมัครนายก อบต. 451 คน ผู้สมัคร ส.อบต. 5,997 คน ขณะที่จังหวัดที่มีผู้สมัครน้อยที่สุดคือ พื้นที่ จ.ภูเก็ต มีผู้สมัครนายก อบต.รวม 8 คน และผู้สมัคร ส.อบต. 74 คน ขณะที่บรรยากาศในพื้นที่ต่างๆ เริ่มคึกคัก พบป้ายหาเสียงของผู้สมัครติดตั้งในพื้นที่หมู่บ้านต่างๆ รวมทั้งรถกระจายเสียงออกวิ่งวนตามหมู่บ้านต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายการหาเสียงของผู้สมัคร
อย่างไรก็ตาม ยังมีจังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดง ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดน อาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง โดยเฉพาะ อบต.ที่ตั้งอยู่ในอำเภอในพื้นที่เสี่ยงภัย อันตรายจากเหตุสู้รบ แม้ปัจจุบันอยู่ในภาวะหยุดยิงแล้ว แต่สถานการณ์ในพื้นที่อาจมีความเสี่ยงเกิดสถานการณ์ โดยมี อบต.กว่า 51 แห่ง ตั้งอยู่ในชายแดนอาจได้รับผลกระทบหากเกิดเหตุการณ์ไม่สงบ หรือเหตุปะทะขึ้นอีก โดยทาง กกต.จะประเมินสถานการณ์อีกครั้ง
ทั้งนี้ สำหรับพื้นที่ จ.สุรินทร์ ร.ต.อ.นิยม เพ็ชรโกมล ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง (ผอ.กกต.) ประจำจังหวัดสุรินทร์ แจ้งว่า จ.สุรินทร์ มี อบต.ทั้งหมด 139 แห่ง 34 แห่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ชายแดน ใน อ.พนมดงรัก อ.กาบเชิง อ.บัวเชด อ.สังขะ และ อ.ปราสาท บางหน่วย แต่ขณะนี้สถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนสงบลงแล้ว สามารถจัดการเลือกตั้งได้ตามปกติ และประชาชนกลุ่มที่อพยพหนีภัยได้ย้ายกลับภูมิลำเนาแล้ว กกต.ดำเนินการมาจนพร้อมแล้วทุกอย่าง ยืนยันว่าสถานการณ์ชายแดนไม่มีผลกระทบต่อการไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของประชาชน ในวันที่ 11 มกราคมนี้อย่างแน่นอน
“แต่หากมีเหตุการณ์ไม่สงบ เช่น มีการปะทะเหมือนที่ผ่านมา ต้องนำผู้อพยพที่มีสิทธิเลือกตั้งไปยังจุดเลือกตั้งให้ได้ แต่ถ้าเลือกตั้งไม่ได้ ก็ต้องดูในระเบียบข้อกฎหมายก่อน ทั้งนี้ ถ้าจะต้องมีการเลื่อนการเลือกตั้งเฉพาะหน่วยเลือกตั้ง หรือเฉพาะพื้นที่ก็สามารถทำได้ ซึ่ง กกต.ส่วนกลางจะเป็นผู้กำหนดอีกครั้ง” ร.ต.อ.นิยมกล่าว
ส่วนบรรยากาศการแข่งขันเลือกตั้ง บรรยากาศโดยรวมแม้ไม่คึกคักมากนัก เนื่องจากช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ แต่พบหลายพื้นที่เกิดเหตุมีแนวโน้มรุนแรง อาทิ เหตุคนร้ายยิงผู้สมัครนายก อบต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เสียชีวิตที่ จ.พัทลุง เหตุทำลายป้ายหาเสียงของผู้สมัคร อบต.ไร่พัฒนา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท และการร้องเรียนการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง อาทิ ในพื้นที่ จ.พิจิตร มีการแข่งขันสูงหลายแห่ง รวมทั้งมีการร้องเรียนต่อ กกต.จังหวัดแล้ว 7-8 เรื่อง
สำหรับ อบต.เป็น อปท.ที่มีขนาดเล็กที่สุด และมีเขตพื้นที่ที่ต้องดูแลอยู่นอกเขตเมือง ถือเป็น อปท.ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลทุกข์สุขและให้บริการประชาชนในหมู่บ้านและตำบลแทนรัฐหรือส่วนกลาง ที่ไม่สามารถจัดบริการสาธารณะ หรือดูแลประชาชนทั่วประเทศได้อย่างทั่วถึง
สำหรับการเลือกตั้งนี้ แยกเป็นเลือกตั้งนายก อบต.และ ส.อบต. ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องลงคะแนนในบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ยกเว้น อบต.บางแห่ง นายก อบต.ลาออกก่อนครบวาระ จึงจะจัดการเลือกตั้งไม่พร้อมกัน และเลือกตั้งได้บัตรใบเดียว แต่ก่อนไปลงคะแนนเลือกผู้แทนท้องถิ่น เป็นหน้าที่ของประชาชนในการพิจารณาเลือกผู้แทนเข้ามาทำหน้าที่บริหารงาน พัฒนาพื้นที่ ดูแลแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่
ถัดจากการเลือกตั้งนายก อบต.และ ส.อบต.ในช่วงต้น ในช่วงกลางปีจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นอีก 2 แห่ง คือ กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เป็น อปท.รูปแบบพิเศษ มีอำนาจและวิธีการบริหารจัดการเฉพาะตัว แยกจากจังหวัดทั่วไป จะมีการเลือกตั้งผู้บริหารโดยตรง โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าฯกทม.คนปัจจุบัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และนายกเมืองพัทยาคนปัจจุบัน คือ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้บริหารทั้ง 2 ราย และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ตลอดจนสมาชิกสภาเมืองพัทยา จะครบวาระในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้
สำหรับกรุงเทพมหานคร เป็น อปท.รูปแบบพิเศษที่มีขนาดใหญ่มาก เป็นเมืองหลวงของประเทศ เป็นศูนย์กลางของความเจริญทุกด้าน จัดตั้งโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร มีฐานะเป็นนิติบุคคล แบ่งเขตการปกครองเป็น 50 เขต มีโครงสร้างการบริหารประกอบด้วย ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นฝ่ายบริหาร และสภากรุงเทพมหานครเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ
ขณะที่เมืองพัทยา เป็น อปท.รูปแบบพิเศษที่มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ มีจำนวนและความหนาแน่นของประชากรมาก จัดตั้งโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร เมืองพัทยา มีฐานะเป็นนิติบุคคล เพื่อให้สามารถบริหาร การจัดทำบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพและมีความคล่องตัวโครงสร้างการบริหารประกอบด้วย นายกเมืองพัทยาเป็นฝ่ายบริหาร และสมาชิกสภาเมืองพัทยาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ
เลขาธิการ กกต.ระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า ตามไทม์ไลน์กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา จะครบวาระพร้อมกันวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 คาดว่าเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2569 ตามกรอบ 45 วันของ พ.ร.บ.บริหารราชการกรุงเทพมหานคร 2528 และ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ.2542 โดยจะประกาศรับสมัครในเดือนมิถุนายน 2569 และประกาศผลไม่เกิน 4 สิงหาคม 2569 หากไม่มีการร้องเรียน
ในส่วนของกรุงเทพมหานคร กกต.ประจำ กทม.ได้เตรียมความพร้อมตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา โดยว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผอ.กกต.ประจำกรุงเทพมหานคร จัดประชุมชี้แจงเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎหมาย กฎระเบียบ วิธีปฏิบัติในการเลือกตั้ง ส.ก.และผู้ว่าฯกทม.โดยเฉพาะ
เน้นย้ำเรื่องที่ทำไม่ได้ ในการหาเสียงก่อนเข้าสู่ห้วง 180 วันอันตราย เริ่มนับตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน เรื่องให้ว่าที่ผู้สมัครระมัดระวังไม่กระทำการเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยเฉพาะการเข้ากิจกรรมในช่วงเทศกาลทั้งปีใหม่ วันเด็ก สงกรานต์ อาจสุ่มเสี่ยงเข้าข่ายผิดกฎหมายได้
ตลอดจนเน้นย้ำให้กำชับว่าที่ผู้สมัครต้องตรวจสอบคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามให้ครบถ้วนก่อนลงสมัคร เพราะหากขาดคุณสมบัติ จะเข้าข่ายมีความผิด ต้องถูกดำเนินคดี ทั้งมีโทษถูกตัดสิทธิการสมัคร จำคุก และชดใช้ค่าเสียหายในการเลือกตั้งตามมา
“ถึงตอนนี้ กทม.คาดการณ์ว่าจะมีผู้สนใจลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ก.และผู้ว่าฯกทม.มากกว่าครั้งที่ผ่านมา ที่มีผู้สมัครประมาณเกือบ 500 ราย จากการติดตามข่าวทราบว่าเริ่มเปิดตัวส่งผู้สมัครของหลายพรรคการเมือง และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าไปยึดโยงกับพรรคการเมืองระดับชาติ” ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์กล่าว
ส่วนเมืองพัทยา คาดว่าจะมีการเลือกตั้งในช่วงเวลาเดียวกัน ปัจจุบันมีกระแสข่าวความเคลื่อนไหวของผู้บริหารและสมาชิกชุดเดิม เตรียมลงสนามเลือกตั้งอีกสมัย แต่ทั้งนี้จะมีความชัดอีกครั้งในช่วงหลังการเลือกตั้ง ส.ส.ผ่านพ้นไป หรือช่วงหลังใกล้ครบวาระการดำรงตำแหน่ง
การเลือกตั้ง อปท.ทั้ง 3 แห่ง จะเกิดขึ้นในปี 2569 นับเป็นโอกาสสำคัญของประชาชนในท้องถิ่น ตำบลต่างๆ ทั้งชาวพัทยา และชาว กทม. ในการเลือกผู้บริหารท้องถิ่นเข้าไปทำหน้าที่ดูแล แก้ปัญหา บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้คนท้องถิ่น รวมทั้งในการเลือกผู้แทนไปนั่งสภาเพื่อทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียง และปกป้องผลประโยชน์ของคนท้องถิ่นตลอดจนตรวจสอบการทำงานของผู้บริหารท้องถิ่น และงบประมาณบริหาร
จึงสมควรอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณาให้ครบถ้วน รอบด้าน เลือกคนที่มีทั้งความรู้ คุณธรรม ความสามารถ ความเข้าใจปัญหา เข้าใจประชาชน ก่อนตัดสินใจลงคะแนนมอบอำนาจให้ไปทำหน้าที่แทนเราในอีก 4 ปีข้างหน้า

