หน้าแรก การเมือง ‘พีระพันธุ์’ช...

‘พีระพันธุ์’ชูธง รทสช. เด็ดขาด พลิกโฉมประเทศ

4.01.26 | 11:21 น.

‘พีระพันธุ์’ชูธง รทสช.
เด็ดขาด พลิกโฉมประเทศ

หมายเหตุนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรค รทสช. ให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงความพร้อมและการเดินหน้านโยบายของพรรค รทสช. ในการเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

จุดเปลี่ยนลงการเมือง สู่หัวหน้าพรรครทสช.

ปีนี้จะขึ้นปีที่ 3 เต็ม ที่ผมทำพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มาตั้งแต่สิงหาคม 2565 มาถึงปัจจุบัน จากประสบการณ์การเมืองที่ผมมาอยู่ในการเมือง 30 ปี ทำให้ผมรู้สึกว่ามันต้องมีพรรคอย่างที่ผมคิดอยากให้มี ผมอยากมีพรรคการเมืองที่แก้ปัญหาต่างๆ เป็นหลัก ไม่ใช่คิดแต่เพียงว่าให้ได้สถานะทางการเมือง หรือได้ตำแหน่งทางการเมือง

ผมเห็นว่านักการเมืองไทยส่วนใหญ่เข้ามาเล่นการเมือง ซึ่งอำนาจนิติบัญญัติคือสภา ฝ่ายการเมือง ชื่อก็บอกแล้วว่านิติบัญญัติ ทำหน้าที่ออกกฎหมาย เพื่อทำหน้าที่ให้บ้านเมืองดี สังคมดี แต่ผมแทบไม่เห็นมีใครทำหน้าที่บัญญัติกฎหมาย

Advertisement

ความจริงที่ผมตัดสินใจทำการเมือง ขออนุญาตเปิดใจ ผมไม่ได้อยากมาเป็นนักการเมือง ตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยคิด ชะตาชีวิตจะได้มาเป็น ผมเริ่มทำงานเป็นผู้พิพากษา ไปรับราชการเป็นผู้พิพากษาในต่างจังหวัด เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเห็นว่าสังคมมีปัญหา เห็นชาวบ้าน ที่เรียกว่าชาวบ้านจริงๆ มีความทุกข์อะไรบ้าง

ทั้งจากความเป็นอยู่ ซึ่งทำให้ต้องเป็นผู้กระทำความผิด แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น ไม่มีฟืนหุงข้าว แต่ประหยัดเงิน หาไม้ป่ามาทำฟืนกลับถูกตำรวจจับ ไม่รู้กฎหมาย ไม่ได้ตั้งใจทำผิด แต่เราไม่สามารถอ้างว่าไม่รู้กฎหมายได้ สารพัดเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมคิดว่าชาวบ้านมีปัญหา สังคมมีปัญหา

แต่จุดสุดท้ายที่ผมตัดสินใจเข้าการเมือง คือ เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ผมรู้สึกวันนั้นว่านักการเมืองส่วนใหญ่เข้ามาเล่นการเมือง ผมไม่เคยเห็นนักการเมืองซึ่งเป็นนิติบัญญัติพูดเรื่องกฎหมาย ผมเป็นผู้พิพากษาผมเห็นกฎหมายหลายอย่างซึ่งมันควรจะต้องแก้ ทำไมคนที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติพูดแต่เรื่องการเมือง ไม่พูดเรื่องกฎหมาย ต่างจากที่ผมเห็นที่สหรัฐอเมริกา

ผมเรียนปริญญาโทที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นักการเมืองของเขาจะพูดเรื่องกฎหมาย เปิดทีวีดูคนนี้จะเสนอกฎหมายนั่น เสนอกฎหมายนี่ ทั้งที่สหรัฐมี ส.ส.และ ส.ว.เหมือนกัน แต่ของเรามันกลายเป็นนักการเมือง ซึ่งผมรู้สึกไม่พอใจ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ด่า พูดตรงๆ นักการเมืองไทยมันแย่ และทำให้เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ

แต่ด่าไปด่ามาก็มานั่งนึกว่าทำไมไม่ด่าตัวเอง ถ้าเราคิดว่าเราอยากจะช่วยบ้านเมืองแล้วเราพร้อมจะทำหน้าที่ให้ดี ทำไมเราไม่ทำเอง นั่นคือเหตุผลหลักที่ผมตัดสินใจลาออกจากการเป็นผู้พิพากษา แล้วมาทำงานการเมือง ผมไม่เคยบอกว่าผมมาเล่นการเมือง

ใช้อำนาจการเมืองแก้พลังงาน

ผมอยู่การเมืองมานาน แต่ไม่เป็นข่าวเท่าไหร่เพราะผมไม่สนใจ ผมเห็นว่าปัญหาบ้านเมืองต้องแก้เยอะ ที่ผมแก้ปัญหาที่ไม่เคยมีใครแก้ คือเรื่องค่าไฟที่ผ่านมา ลองไปดูย้อนหลังใครลดค่าไฟได้ ตอนผมเข้าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ค่าไฟฟ้าหน่วยละ 4.77 บาท แต่ตอนนี้จนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2568 หน่วยละ 3.94 บาท ก่อนหน้านี้ทุกเดือนมีแต่ขึ้น แต่ช่วง 2 ปี ผมไม่เคยขึ้นค่าแก๊สหุงต้ม

เรื่องค่าครองชีพ ฝ่ายการเมืองทำให้เขารวยไม่ได้ แต่ทำให้เขามีเงินเหลือมากขึ้น ที่เป็นต้นทุนของสินค้าคือค่าพลังงาน ก่อนหน้านี้ผมไม่รู้เรื่องพลังงาน เขาว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น แก๊สต้องขึ้น น้ำมันต้องขึ้น ตามตลาดโลก ทำไมราคาน้ำมันต้องอิงตลาดสิงคโปร์ คำตอบง่ายนิดเดียวคือไม่รู้ราคาน้ำมันเมืองไทย ต้องไปอิงกับประเทศสิงคโปร์ ทำไมไม่รู้ เพราะเป็นความลับของผู้ประกอบการ

ถามว่าพวกนี้เสียภาษีไหม ก็คือ เสีย การเสียภาษีคือรายได้ลบรายจ่าย รายจ่ายคือต้นทุนทุกอย่าง ถูกไหม ต้นทุนน้ำมันก็ต้องแสดงต่อสรรพากรเอารายจ่ายลดรายได้ ได้ยังไง สรรพากรต้องบอก แต่กระทรวงพลังงานซึ่งคุมพลังงานแท้ๆ บอกไปบังคับเขาไม่ได้ เป็นความลับทางการค้า เราอยู่กับสังคมแบบนี้จึงต้องไปอ้างสิงคโปร์ ถามว่าทำไม เพราะเราไม่มีอำนาจ

ผมใช้เวลาถึง 2 เดือน นั่งหากฎหมายจนผมเจอว่าผมมีอำนาจประกาศแจ้งต้นทุนราคาน้ำมัน กระทรวงพลังงานตั้งมาช่วงปี 2545 ผมมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในปี 2566 รวม 21 ปี ไม่เคยมีรัฐมนตรีคนไหนหาช่องทางว่าให้ผู้ประกอบการแจ้งราคาต้นทุนน้ำมัน นี่ไงการใช้อำนาจการเมืองหาจนเจอ

ที่ผมได้ข้อมูลมาเพราะใช้อำนาจทางการเมืองที่ถูก ดึงข้อมูลมาแก้ ไม่ใช่เล่นการเมือง ผมทำพรรครวมไทยสร้างชาติเพื่อเหตุนี้ ผมอยู่การเมืองมานาน ทำพรรคที่ทำงานเพื่อประชาชนสักครั้งหนึ่ง ผมทำแบบนี้มา และยังยืนหยัดในแนวทางนี้ ไม่ว่อกแว่กกับเรื่องอื่น

ผมไม่สนใจว่าผลกระทบในการทำงานต่างๆ จะเกิดกับผมหรือเกิดกับพรรค แต่เป้าหมายของผมคือทำงานให้ประชาชน ผมไม่มีทางขายวิญญาณผมเด็ดขาด และไม่ยอมทนกับทุน ไม่ว่าทุนใหญ่ ทุนเล็ก ทุนเทา เพราะทุนพวกนี้เอาเปรียบสังคม เอาเปรียบประชาชนตลอดมา ทำธุรกิจต้องมีกำไร แต่ไม่ใช่ถึงขนาดปล้นประชาชน ผมรับไม่ได้และเชื่อว่าทุกคนก็รับไม่ได้ นั่นคือเหตุผลที่ยังทำพรรคนี้ต่อไปเพื่อยืนหยัดต่อสู้กับเหตุการณ์บ้านเมือง

ชูเด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ

สำหรับนโยบายของพรรค รทสช. ในการเลือกตั้งครั้งนี้จะชูแคมเปญ “เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ” มุ่งเน้นการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นแบบจริงจังและเด็ดขาด ทั้งปัญหาเรื่องความมั่นคง การปะทะกันที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ปัญหาค่าครองชีพ ปัญหาการทุจริต การโกงชาติ สแกมเมอร์ และปัญหาเศรษฐกิจฐานราก ที่ประชาชนระดับฐานรากจะอยู่ไม่ได้อยู่แล้ว

ปัญหาเหล่านี้เกิดมานานแล้ว ประเด็นคือ เราปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ซ้ำไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นวิกฤตของประเทศ และปล่อยให้เป็นอย่างนี้เพราะไม่เคยมีการแก้ไขปัญหาด้วยความเอาจริงเอาจังและเด็ดขาด ปัญหาธรรมดาเลยเป็นวิกฤต และจากวิกฤตคือความเดือดร้อนของคนไทยทั้งชาติ พรรครวมไทยสร้างชาติตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ ที่ผ่านมาผมประกาศมาตลอดว่ารวมไทยสร้างชาติไม่ได้เล่นการเมือง แต่เรามาทำงานการเมืองให้กับพี่น้องประชาชน

เรื่องความมั่นคงประเทศ หลักๆ คือ เรื่องของอธิปไตยประเทศ อันดับแรกต้องรักษาอธิปไตยของชาติ หนึ่งตารางนิ้วของประเทศไทยเสียไม่ได้เด็ดขาด พรรค รทสช.จะยกเลิกเอ็มโอยูฉบับปี 2543 และฉบับปี 2544 ซึ่งประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ทำตัวเป็นคนดีแต่ถูกรังแกมาตลอด ศักดิ์ศรีถูกเหยียบย่ำถูกรังแก จะไม่ยอมอีกต่อไป แผ่นดินไทยทุกตารางนิ้วต้องกลับคืน เส้นเขตแดนทางทะเลต้องเป็นของเราที่ถูกต้องตามกฎหมายสากลทั้งหมด ปัญหาพลังงานใต้ท้องทะเลประเทศไทยต้องนำกลับขึ้นมา เราไม่ได้ไปโกงใคร แต่ต้องทำเด็ดขาด ต้องสร้างรั้วชายแดน ที่ผ่านมาเข้า-ออกทั้งผู้ค้ายาเสพติด สแกมเมอร์ ทุนเทา ค้ามนุษย์

แต่ที่แย่ที่สุดมีการเข้ามาฝังทุ่นระเบิด จะไม่ปล่อยให้ใครทำแบบนี้กับแผ่นดินไทยและทหารไทยเด็ดขาด จะสร้างรั้วใช้งานอย่างจริงจัง จะป้องกันอธิปไตยของชาติจากการรุกรานทุกรูปแบบและการเข้ามาของคนชั่วที่มาทำมาหากินในประเทศไทย แต่ทั้งหมดนี้ขวัญกำลังใจ ของชาติคือทหาร รั้วของจริงสร้างด้วยเหล็ก รั้วของชาติสร้างด้วยจิตวิญญาณเลือดเนื้อ ขาขาดกี่ขา บาดเจ็บกี่คน เราต้องดูแล เพราะฉะนั้นทุกคนที่ออกรบจะได้เบี้ย 200,000 บาทในการดูแล และทหารใหม่ที่สมัครใจเกณฑ์ทหารรับไปเลยคนละ 30,000 บาท ทั้งนี้ทหารเกณฑ์ส่วนใหญ่รายได้น้อยและต้องดูแลครอบครัว ก็รับไปเลยเงินเดือนบวกเงินค่าครองชีพเดือนละ 15,000 บาท

ส่วนการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น และการแก้ปัญหา ต้องจัดการคนชั่ว คนโกงชาติโกงแผ่นดิน ต้องประหารให้หมด พวกสแกมเมอร์ต้องโทษหนักประหารชีวิตสูงสุด พรรค รทสช.จะแก้กฎหมายทันทีที่เป็นรัฐบาล ออกพระราชกำหนดโทษประหารคนที่ทุจริตคอร์รัปชั่น คดโกงเงินชาติ นอกจากประหารชีวิตแล้วลูกหลานต้องชดใช้เงินแผ่นดินด้วย

สิ่งที่ผมเรียนรู้อย่างหนึ่ง คนโกงชนะเสมอ เมื่อโกงก็รู้ว่าจะโกง เตรียมหลักฐานเตรียมข้อมูลที่จะโกง เราเกลียด สื่อมวลชนก็ด่าตลอด แล้วยังไง ก็ยังทุจริตเหมือนเดิม แก้ปัญหาได้ไหม กว่าจะพิจารณาคดีเสร็จ ประเทศไทยมีหน่วยงานแก้ปัญหาทุจริตประพฤติมิชอบ กี่หน่วย เป็นไง ผมจำได้ว่ายุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ใครทุจริตประหารชีวิตเลย คนถึงกลัว เมื่อไหร่จะเข็ดหลาบถ้าไม่ใช้ยาแรงเสียที

พวกสแกมเมอร์มาตั้งฐานที่จันทบุรี คดีเงียบแล้ว ถึงไม่เงียบ โวยวายเรื่องสแกมเมอร์ จับไปเถอะสุดท้ายโดนข้อหาได้แค่ฉ้อโกง รับสารภาพลดครึ่งหนึ่ง คุ้มไหม ถ้าไม่ใช้ยาแรง ไม่มีวันจบ จึงต้องมีนโยบายประหารชีวิตคนโกงเงินแผ่นดิน สแกมเมอร์ ให้ลูกเมียชดใช้เงินแผ่นดิน

ขณะที่การแก้ปัญหาค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้า รัฐบาลสามารถช่วยได้คือทุบค่าพลังงาน ถ้าผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอีกครั้ง น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล สามารถทำให้ราคาอยู่ที่ลิตรละ 30 บาท ซึ่งได้เตรียมการไว้แล้วสามารถทำได้ทันที ยืนยันว่าเราจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับนายทุน และทุนเทาต่างๆ ส่วนค่าไฟฟ้า มีแนวทางทำให้ราคาถูกลงได้อีก 3.3 บาท/หน่วย

ส่วนนโยบายปฏิรูปการศึกษา ที่พ่อแม่ และผู้ปกครองต้องเครียดกับอนาคตของลูก เด็กเครียดในการสอบเข้า พรรค รทสช.จะปฏิรูปการศึกษา เด็กอยากเรียนอะไรต้องได้เรียนทุกคน ยุติการสอบเข้า ขอให้สอบจบให้ได้ก็แล้วกัน เด็กทุกคนมีความสามารถอะไรได้เรียนทุกคนไม่ต้องเครียดกับการสอบเข้าและการติวอีกต่อไป และให้ใช้หนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ด้วยการทำงาน จะไม่มีการฟ้องคดีอีกต่อไป

ที่ผมยืนอยู่ตรงนี้ในฐานะผู้นำพรรค รทสช. เพื่อมาประกาศให้ประชาชนรู้ว่าเรารวมไทยสร้างชาติจะแก้ไขปัญหาข้างต้นดังกล่าวของประเทศอย่างไรบ้าง ปัญหาทั้งหมดที่ผมมองวันนี้ รวมไทยสร้างชาติไม่ได้มาแค่ทำงาน จากนี้ไปเราล้างบางความเสียหาย ความชั่ว ความที่ไม่มีการเอาจริงเอาจัง ทำให้ประเทศไทยเกิดวิกฤต เราจะมาล้างบางความชั่วเหล่านี้ให้หมดแผ่นดินไทย