หน้าแรก การเมือง ชายแดนไทย-เขม...

ชายแดนไทย-เขมร ไร้ปะทะหนัก กัมพูชายังเสริมที่มั่นต่อเนื่อง ส่งโดรนบินสอดแนมบางพื้นที่

4.01.26 | 10:14 น.

กองทัพภาคที่ 2 สรุป สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ไร้ปะทะหนัก แต่ยังตรึงกำลัง ฝ่ายกัมพูชายังคงเสริมที่มั่นต่อเนื่อง ส่งโดรนบินสอดแนมในบางพื้นที่ พร้อมคุมการเผยภาพและการข่าวเข้ม

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569 กองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปสถานการณ์ บรรยากาศตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา วานนี้ (3 ม.ค.) ยังคงอยู่ในภาวะ “สงบเชิงยุทธการ แต่ตึงเชิงความมั่นคง” ไม่ปรากฏการปะทะด้วยอาวุธหนักหรือการตอบโต้โดยตรง หากแต่ทั้งสองฝ่ายยังเดินเกมระมัดระวัง เสริมที่มั่น เตรียมพร้อมกำลัง และจับตาความเคลื่อนไหวกันอย่างใกล้ชิด

ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี ยังคงเงียบแต่ไม่วางใจ พื้นที่ช่องบกยังไม่พบการปะทะ ทว่าเจ้าหน้าที่ตรวจพบการเตรียมพร้อมเชิงป้องกันของฝ่ายกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการดัดแปลงที่มั่น ติดตั้งท่อส่งน้ำ และจัดกำลังเฝ้าระวังด้วยอากาศยานไร้คนขับ (โดรน)

ขณะที่พื้นที่ช่องอานม้า สถานการณ์ยังคงสงบ ฝ่ายกัมพูชาติดตามการขุดคูติดต่อของฝ่ายไทยในพื้นที่รวงผึ้ง พร้อมบันทึกภาพความเคลื่อนไหวไว้เป็นข้อมูล

ชายแดนไทย-กัมพูชา

ชายแดนจังหวัดศรีสะเกษ แนวพื้นที่ช่องซำแต-โดนตวล-ภูผี-สัตตะโสม-พนมประสิทธิโส-ช่องตาเฒ่า ยังไม่พบเหตุปะทะ อยู่ในช่วงเฝ้าระวังและรักษาแนวที่มั่นเดิม แต่ในพื้นที่ปราสาทพระวิหาร-ผามออีแดง-ห้วยตามาเรีย ตรวจพบการลำเลียงสัมภาระ เสบียง น้ำ และโครงสร้างโลหะขึ้นสู่พื้นที่สูง มีรถพยาบาลเข้า-ออก เป็นระยะ พร้อมคำสั่งห้ามถ่ายภาพฐานที่ตั้งและการปฏิบัติภารกิจอย่างเด็ดขาด

Advertisement

ส่วนพื้นที่ภูมะเขือ-ช่องโดนเอาว์-พลาญยาว-พลาญหินแปดก้อน พบการติดตั้งโครงเหล็กและแผงโซลาร์เซลล์ใกล้แหล่งน้ำ คาดใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคควบคู่เสริมความมั่นคงของที่ตั้งทางทหาร

ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ พื้นที่ช่องจอม-ช่องเปรอ-ช่องระยี ไม่ปรากฏเหตุการณ์สำคัญ แต่มีรายงานการเคลื่อนย้ายกำลังบางส่วนของฝ่ายกัมพูชาไปยังที่ตั้งใหม่ บริเวณปราสาทคนา พบการกรอกดินใส่กระสอบ เสริมแนวกำบังและหลุมหลบภัยในพื้นที่ส่วนหน้า ขณะที่ปราสาทตาควาย เนิน 350 และปราสาทตาเมือนธม ยังไม่พบความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ

ชายแดนจังหวัดบุรีรัมย์ พื้นที่ช่องสายตะกู ตรวจพบหลุมระเบิดจากการสู้รบเดิมหลายจุด โดยมี 3 จุดที่ยังไม่ระเบิด อยู่ระหว่างการกั้นพื้นที่เพื่อรอการทำลาย พร้อมกันนี้ยังพบการใช้โดรนของฝ่ายกัมพูชาบินตรวจการณ์เป็นระยะ

ส่วนพื้นที่ส่วนหลัง ฝ่ายกัมพูชายังคงใช้พื้นที่พลเรือนเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการส่งกำลังและการเฝ้าตรวจ อีกทั้งติดตามกิจกรรมการปรับปรุงพื้นที่ของฝ่ายไทยในบางจุดอย่างใกล้ชิด

โดยภาพรวมตลอดวันไม่พบการใช้อาวุธหนักหรือการปะทะโดยตรง สถานการณ์ยังอยู่ในห้วงหยุดยิงเชิงยุทธการ แต่ทั้งสองฝ่ายยังเสริมความมั่นคงในที่ตั้ง ฝ่ายกัมพูชามุ่งซ่อมแซมบังเกอร์ เพิ่มกำลัง ลำเลียงเสบียง และเข้มงวดการรักษาความลับด้านข่าวสาร ขณะที่ฝ่ายไทยยังคงควบคุมพื้นที่และเฝ้าระวังภัยคุกคามแฝง ทั้งทุ่นระเบิดและการสอดแนมด้วย UAV

ทั้งนี้การปฏิบัติของฝ่ายกัมพูชาสะท้อนภาพ “สงบในเชิงการเมือง แต่ตึงในเชิงทหาร” ใช้การหยุดยิงเป็นฉากหน้า ขณะเบื้องหลังยังเดินเกมข่าวกรอง เสริมกำลัง สะสมเสบียง และปรับปรุงที่มั่น

การสั่งห้ามถ่ายภาพ คุมข้อมูล และใช้โดรนตรวจการณ์ บ่งชี้ความกังวลต่อการเปิดเผยที่ตั้งและข้อกล่าวหาละเมิดข้อตกลง โดยในระยะสั้น คาดว่าสถานการณ์จะยังคงอยู่ในลักษณะการเผชิญหน้าเชิงรับต่อไป