หน้าแรก การเมือง ‘พีระพันธ์ุ’ ...

‘พีระพันธ์ุ’ จับตาสถานการณ์สหรัฐ-เวเนซุเอลา มองไทยต้องมีการวางระบบราคาน้ำมันใหม่

5.01.26 | 14:18 น.
น้ำมัน

‘พีระพันธ์ุ’ จับตาสถานการณ์สหรัฐ-เวเนซุเอลา มองไทยต้องมีการวางระบบราคาน้ำมันใหม่

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 มกราคม ที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) อาคารศรีจุลทรัพย์ ชั้น 16 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรค รทสช. ให้สัมภาษณ์สถานการณ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับเวเนซุเอลา ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มองว่าจะส่งผลต่อราคาน้ำมันในบ้านเราหรือไม่ ว่า ที่ตนประเมินดูเห็นว่าสถานการณ์น้ำมันโลกราคาลง แต่สิ่งที่จะมีผลกระทบคือการควบคุมกลไกพลังงานของโลก เพราะหากปริมาณน้ำมันของเวเนซุเอลาซึ่งอาจมีปริมาณมากที่สุด แล้วหากไปอยู่ในมือของสหรัฐอเมริกาก็จะทำให้อำนาจของการควบคุม พลังงานของโลกนั้นบกพร่อง

นายพีระพันธ์ุ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น ต้องมีการสร้างกลไกในประเทศขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางที่ตนเคยสะท้อนไปแล้วตอนที่เกิดการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน ที่เราไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากเดินไปตามกลไกตลาดโลก แต่ตนมองว่าการทำหน้าที่ในส่วนของภาครัฐไม่ควรยอมแพ้ต่อกลไกตลาดโลก ควรหาวิธีการมาทดแทนเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน จากเงื่อนไขของตลาดโลก เช่น เรื่องของราคาน้ำมันเราต้องเลิกอิงจากตลาดของสิงคโปร์ รวมถึงปรับปรุงโครงสร้างภาษีต่างๆ ที่ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศสูงมากเกินไป ทั้งนี้ ตนมองว่าสถานการณ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับเวเนซุเอลาก็ว่ากันไป แต่สำหรับประเทศไทยต้องมีการวางระบบกันใหม่

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 มกราคม ที่องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) อาคารศรีจุลทรัพย์ ชั้น 16 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรค รทสช. ให้สัมภาษณ์สถานการณ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับเวเนซุเอลา ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มองว่าจะส่งผลต่อราคาน้ำมันในบ้านเราหรือไม่ ว่า ที่ตนประเมินดูเห็นว่าสถานการณ์น้ำมันโลกราคาลง แต่สิ่งที่จะมีผลกระทบคือการควบคุมกลไกพลังงานของโลก เพราะหากปริมาณน้ำมันของเวเนซุเอลาซึ่งอาจมีปริมาณมากที่สุด แล้วหากไปอยู่ในมือของสหรัฐอเมริกาก็จะทำให้อำนาจของการควบคุม พลังงานของโลกนั้นบกพร่อง

นายพีระพันธ์ุ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น ต้องมีการสร้างกลไกในประเทศขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นแนวทางที่ตนเคยสะท้อนไปแล้วตอนที่เกิดการสู้รบระหว่างรัสเซียกับยูเครน ที่เราไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากเดินไปตามกลไกตลาดโลก แต่ตนมองว่าการทำหน้าที่ในส่วนของภาครัฐไม่ควรยอมแพ้ต่อกลไกตลาดโลก ควรหาวิธีการมาทดแทนเพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน จากเงื่อนไขของตลาดโลก เช่น เรื่องของราคาน้ำมันเราต้องเลิกอิงจากตลาดของสิงคโปร์ รวมถึงปรับปรุงโครงสร้างภาษีต่างๆ ที่ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศสูงมากเกินไป ทั้งนี้ ตนมองว่าสถานการณ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับเวเนซุเอลาก็ว่ากันไป แต่สำหรับประเทศไทยต้องมีการวางระบบกันใหม่

Advertisement