มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กันหลากหลาย
ฝ่ายเชียร์ให้ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่นั้น ประจักษ์ชัดแล้วว่า รัฐธรรมนูญปัจจุบันล้าสมัยเกินไป
บทบัญญัติที่ตั้งใจจะกีดกันพรรคเพื่อไทย ขณะที่กลุ่มอำนาจนิยมหันไปต่อต้านพรรคประชาชนแทนแล้ว
บทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่คิดจะขัดแข้งขัดขา ทำให้รัฐบาลทำงานไม่ได้
เมื่อรัฐบาลทำงานไม่ได้ เวรกรรมไปตกอยู่กับประเทศชาติ
ขณะที่ฝ่ายต้านยังวนเวียนอยู่กับข้ออ้างแตะหรือไม่แตะหมวด 1 หมวด 2
แม้จะยืนยันมาหลายครั้งว่าไม่แตะแน่ แต่ก็ยังไม่ไว้วางใจ เกรงว่าทำประชามติเห็นชอบไปแล้ว จะถูกเบี้ยว
หารู้ไม่ว่าปราการสกัดกั้นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นแข็งแกร่งมาก กลุ่มอำนาจนิยมวางกลไกไว้รัดกุม
แม้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ประชามติจะอนุญาตให้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
แต่ขั้นตอนและวิธีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ก็ต้องทำประชามติอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 2
แถมยังมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญชี้แนะไว้ว่า กรรมการยกร่างเลือกโดยตรงจากประชาชนไม่ได้
แล้วหลังจากยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จ ก็ต้องทำประชามติอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 3
ถ้าไม่เห็นด้วยกับขั้นตอนก็ไปโหวตไม่เห็นด้วยในครั้งที่ 2 และถ้าไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ไปโหวตไม่เห็นด้วยกันในการทำประชามติครั้งที่ 3 ได้
ส่วนการทำประชามติครั้งที่ 1 ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เพียงแค่ขอไฟเขียวการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ถ้าผลประชามติมาว่าไม่อนุญาตก็ปิดทางจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ไป
ประเทศไทยจะจมดิ่งไปกับรัฐธรรมนูญปัจจุบันเหมือนเช่นที่จมดิ่งมาแล้วตั้งแต่ปี 2560
แม้ที่ผ่านมาจะมีเหตุผลต่อความอ่อนแอของประเทศว่ามาจากการเมือง
มีเหตุผลว่าการเมืองอ่อนแอเพราะนักการเมืองไม่ดี
มีเหตุผลว่าเศรษฐกิจไม่ดีเพราะรัฐบาลไม่เก่ง
แต่รู้หรือไม่ว่า รัฐธรรมนูญมีส่วนที่ทำให้การเมืองไม่ดีและไม่เก่ง
รัฐธรรมนูญออกแบบมาให้ “เสียงส่วนน้อย” วีโต้ “เสียงข้างมาก” ได้ รัฐบาลก็ต้องเกรงใจผู้มีอำนาจแม้จะเป็นเสียงส่วนน้อย
รัฐบาลที่มาจากเสียงส่วนใหญ่ในการเลือกตั้งต้องระวังเสียงขององค์กรอิสระ
รัฐบาลทำงานได้ยาก การผลักดันให้ประเทศเดินหน้าล่าช้า
แม้จะฝากความหวังไปที่ฝ่ายราชการประจำที่มีอำนาจเต็มมือ แต่ฝ่ายราชการประจำก็ทำงานช้ากว่าโลก
ประเทศไทยจึงก้าวไปไม่กี่คืบ ขณะที่โลกวิ่งนำไปเป็นกิโลฯแล้ว
ด้วยสปีดการขับเคลื่อนประเทศที่ติดกับดักมาหลายปี ทำให้เศรษฐกิจไทยประสบความพ่ายแพ้
ประเทศกำลังเดินเข้าสู่ทางตัน
หนทางทะลุทางตันคือทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าให้ได้
ประเทศจะเดินไปได้ต้องพึ่งพารัฐบาล รัฐบาลจะขับเคลื่อนได้ต้องมีกฎกติกาที่ทันโลก
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ คนไทยต้องออกไปใช้สิทธิในการกำหนดชะตาของตัวเอง และชะตาของประเทศ
หนึ่ง เข้าคูหาไปเลือกตั้ง เลือก ส.ส.ไปเลือกรัฐบาลที่จะนำพาประเทศ
สอง เข้าคูหาไปทำประชามติ เลือกที่จะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนรัฐธรรมนูญ
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ จึงเป็นวันกำหนดแนวทางการเมืองไทยที่เข้าสู่ทางแพร่ง
เป็นแพร่งรูปตัว K
เลือกถูกทางจะผลักดันให้ประเทศรุ่งโรจน์
เลือกผิดทางจะทำให้ประเทศดำดิ่ง
วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้จึงเป็นโค้งสำคัญของประเทศ
ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และทำประชามติกันเถอะ
นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]

