หน้าแรก การเมือง สถานีคิดเลขที...

สถานีคิดเลขที่ 12 : การเมืองรูปตัวK โดย นฤตย์ เสกธีระ

13.01.26 | 11:36 น.

มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการประชามติเพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กันหลากหลาย

ฝ่ายเชียร์ให้ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่นั้น ประจักษ์ชัดแล้วว่า รัฐธรรมนูญปัจจุบันล้าสมัยเกินไป

บทบัญญัติที่ตั้งใจจะกีดกันพรรคเพื่อไทย ขณะที่กลุ่มอำนาจนิยมหันไปต่อต้านพรรคประชาชนแทนแล้ว

บทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่คิดจะขัดแข้งขัดขา ทำให้รัฐบาลทำงานไม่ได้

เมื่อรัฐบาลทำงานไม่ได้ เวรกรรมไปตกอยู่กับประเทศชาติ

Advertisement

ขณะที่ฝ่ายต้านยังวนเวียนอยู่กับข้ออ้างแตะหรือไม่แตะหมวด 1 หมวด 2

แม้จะยืนยันมาหลายครั้งว่าไม่แตะแน่ แต่ก็ยังไม่ไว้วางใจ เกรงว่าทำประชามติเห็นชอบไปแล้ว จะถูกเบี้ยว

หารู้ไม่ว่าปราการสกัดกั้นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นแข็งแกร่งมาก กลุ่มอำนาจนิยมวางกลไกไว้รัดกุม

แม้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ประชามติจะอนุญาตให้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

แต่ขั้นตอนและวิธีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ก็ต้องทำประชามติอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 2

แถมยังมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญชี้แนะไว้ว่า กรรมการยกร่างเลือกโดยตรงจากประชาชนไม่ได้

แล้วหลังจากยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จ ก็ต้องทำประชามติอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 3

ถ้าไม่เห็นด้วยกับขั้นตอนก็ไปโหวตไม่เห็นด้วยในครั้งที่ 2 และถ้าไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ไปโหวตไม่เห็นด้วยกันในการทำประชามติครั้งที่ 3 ได้

ส่วนการทำประชามติครั้งที่ 1 ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เพียงแค่ขอไฟเขียวการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ถ้าผลประชามติมาว่าไม่อนุญาตก็ปิดทางจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ไป

ประเทศไทยจะจมดิ่งไปกับรัฐธรรมนูญปัจจุบันเหมือนเช่นที่จมดิ่งมาแล้วตั้งแต่ปี 2560

แม้ที่ผ่านมาจะมีเหตุผลต่อความอ่อนแอของประเทศว่ามาจากการเมือง

มีเหตุผลว่าการเมืองอ่อนแอเพราะนักการเมืองไม่ดี

มีเหตุผลว่าเศรษฐกิจไม่ดีเพราะรัฐบาลไม่เก่ง

แต่รู้หรือไม่ว่า รัฐธรรมนูญมีส่วนที่ทำให้การเมืองไม่ดีและไม่เก่ง

รัฐธรรมนูญออกแบบมาให้ “เสียงส่วนน้อย” วีโต้ “เสียงข้างมาก” ได้ รัฐบาลก็ต้องเกรงใจผู้มีอำนาจแม้จะเป็นเสียงส่วนน้อย

รัฐบาลที่มาจากเสียงส่วนใหญ่ในการเลือกตั้งต้องระวังเสียงขององค์กรอิสระ

รัฐบาลทำงานได้ยาก การผลักดันให้ประเทศเดินหน้าล่าช้า

แม้จะฝากความหวังไปที่ฝ่ายราชการประจำที่มีอำนาจเต็มมือ แต่ฝ่ายราชการประจำก็ทำงานช้ากว่าโลก

ประเทศไทยจึงก้าวไปไม่กี่คืบ ขณะที่โลกวิ่งนำไปเป็นกิโลฯแล้ว

ด้วยสปีดการขับเคลื่อนประเทศที่ติดกับดักมาหลายปี ทำให้เศรษฐกิจไทยประสบความพ่ายแพ้

ประเทศกำลังเดินเข้าสู่ทางตัน

หนทางทะลุทางตันคือทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าให้ได้

ประเทศจะเดินไปได้ต้องพึ่งพารัฐบาล รัฐบาลจะขับเคลื่อนได้ต้องมีกฎกติกาที่ทันโลก

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ คนไทยต้องออกไปใช้สิทธิในการกำหนดชะตาของตัวเอง และชะตาของประเทศ

หนึ่ง เข้าคูหาไปเลือกตั้ง เลือก ส.ส.ไปเลือกรัฐบาลที่จะนำพาประเทศ

สอง เข้าคูหาไปทำประชามติ เลือกที่จะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนรัฐธรรมนูญ

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ จึงเป็นวันกำหนดแนวทางการเมืองไทยที่เข้าสู่ทางแพร่ง

เป็นแพร่งรูปตัว K

เลือกถูกทางจะผลักดันให้ประเทศรุ่งโรจน์

เลือกผิดทางจะทำให้ประเทศดำดิ่ง

วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้จึงเป็นโค้งสำคัญของประเทศ

ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และทำประชามติกันเถอะ

นฤตย์ เสกธีระ
[email protected]