ขรก.ออกแถลงการณ์ ฉ.2 เรียกร้อง ผู้พิพากษา ตุลาการ องค์กรสภาวิชาชีพทางกฎหมาย นักวิชาการและอาจารย์มหาวิทยาลัยด้านกฎหมายและรัฐศาสตร์ รวมถึงสภาวิชาชีพ สื่อมวลชน ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของ ป.ป.ช. หลังกรรมการ ถูกร้องปมสินบททองคำ เพิกเฉย ไม่ลาออก
จากกรณี เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์ภาพแถลงการณ์ของข้าราชการ ป.ป.ช. แสดงจุดยืนเกี่ยวกับกรณีกรรมการป.ป.ช. ถูกพาดพิงเกี่ยวการกล่าวหาการให้สินบนเป็นทองคำแท่ง
อ่านข่าว – ธงทอง เปิดแถลงการณ์ข้าราชการป.ป.ช. ปกป้องศักดิ์ศรีองค์กร หลังคดีสินบนทองคำ
เมื่อวันที่ 13 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เรื่อง ความรับผิดชอบทางจริยธรรมของกรรมการ ป.ป.ช.
สืบเนื่องจากแถลงการณ์ฉบับที่ 1 พวกเราข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้เรียกร้องให้กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ตกอยู่ภายใต้ข้อกล่าวหา แสดงถึงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งโดยสมัครใจ อันเป็นการเรียกร้องในระดับจิตสำนึกขั้นสูงสุดมิใช่การวินิจฉัยความผิดทางกฎหมาย หากแต่เป็นความคาดหวังต่อมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษา ทว่าเสียงเรียกร้องดังกล่าวกลับถูกเพิกเฉย
พวกเราขอเรียนต่อสาธารณชนอย่างตรงไปตรงมาว่า พวกเราอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของระบบราชการ อยู่ภายใต้อำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีอำนาจในการแต่งตั้ง โยกย้ายให้คุณให้โทษและกำหนดความก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ รวมถึงการมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลภายนอกเข้ามาดำรงตำแหน่งอนุกรรมการต่าง ๆ ซึ่งมีอำนาจในการกำหนดทิศทางการดำเนินคดี ส่งผลโดยตรงต่อการปฏิบัติงานทุกระดับ ความเงียบที่เกิดขึ้น จึงมิใช่ความยินยอม หากแต่เป็นผลมาจากข้อจำกัดของระบบที่สาธารณชนควรที่จะได้รับรู้ตามความเป็นจริง
นอกจากนี้ ยังปรากฏคลิปเหตุการณ์ที่มีการเผยแพร่ต่อสาธารณชนมาแล้วก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นพฤติการณ์ของกรรมการ ป.ป.ช.อีกราย ที่มีความเกี่ยวข้องกับนายตำรวจคนเดียวกัน ในการเข้าพบผู้มีอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อขอไม่ให้กระบวนการตรวจสอบของรัฐสภาดำเนินไปตามปกติ ซึ่งข้อเท็จจริงต่อมาปรากฏว่า การตรวจสอบในกรณีดังกล่าวได้ยุติลงอย่างครหา เหตุการณ์เหล่านี้เมื่อทุกท่านได้พิจารณาร้อยเรียงร่วมกับข้อกล่าวหาในปัจจุบัน ย่อมสะท้อนให้ขบวนการและปัญหาทางจริยธรรมร้ายแรงที่ไม่อาจเพิกเฉยได้
ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงขอเรียกร้องไปยังผู้พิพากษา ตุลาการ องค์กรสภาวิชาชีพทางกฎหมาย นักวิชาการและอาจารย์มหาวิทยาลัยด้านกฎหมายและรัฐศาสตร์ รวมถึงสภาวิชาชีพ สื่อมวลชน ให้ร่วมกันใช้บทบาทตามหน้าที่ในเรียกร้องหลักความรับผิดชอบทางจริยธรรมในกรณีดังกล่าว เพื่อรักษามาตรฐานของกระบวนการยุติธรรมและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของสำนักงาน ป.ป.ช.
พวกเราขอยืนยันต่อพี่น้องประชาชนด้วยเกียรติยศและศักดิ์ศรีว่า แม้ต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าว แต่พวกเรายังคงยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต และยึดหลักนิติธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสง่างาม ต่อไป


