ศุภณัฐ จี้ อิตาเลียนไทย ขอขมาผู้ประสบภัย เครนถล่ม ซัด รบ.อนุทิน ไม่เร่งลงนามกฎกระทรวง ลดชั้นผู้รับเหมา
เมื่อวันที่ 14 มกราคม นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีเครนถล่ม จ.นครราชสีมา ว่า ในฐานะอดีต ส.ส.ที่ผลักดันเรื่อง “การยกระดับ มาตรฐานการก่อสร้าง” และเป็นตัวแทนพรรคประชาชนในการอภิปรายปัญหานี้ ณ วันที่ รัฐบาลอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และเป็นผู้เสนอญัตติ ให้สภาตั้งกรรมาธิการศึกษาการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง มาตรฐานความปลอดภัยฯ
ผมขอแสดงความเสียใจต่อผู้ประสบภัยและครอบครัวทุกท่าน และขอประณาม การทำงานของบริษัท อิตาเลียนไทย ที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นอีกครั้ง (ครั้งก่อนก็กรณีตึก สตง.) และเรียกร้องให้ผู้บริหารบริษัทออกมา “กราบขอขมา” ต่อผู้ประสบภัยและแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้โดยด่วน
และขอประณาม รัฐบาลอนุทินที่ไม่เร่งลงนาม “กฎกระทรวง ลดชั้นผู้รับเหมา” (ร่างกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้ที่มีสิทธิขอขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ) ทั้งที่ร่างเสร็จแล้ว ซึ่งผมได้อภิปรายเรียกร้องให้ลงนาม ตั้งแต่เดือนกันยายน แต่กลับเพิกเฉยจนยุบสภา (จนทำให้เราไม่สามารถ “ลดชั้น” และ ”ตัดสิทธิประมูลงาน“ บริษัทที่ทำงานประมาท-สะเพร่าได้)
ทั้งนี้ช่วงที่ทำหน้าที่รองประธานกรรมาธิการวิสามัญยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง พวกเราได้ศึกษาและจัดทำข้อเสนอการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง ความปลอดภัยฯ หลายเรื่อง โดยผมจะขอหยิบแค่บางข้อมาแจ้งให้ทราบ
1.ให้สภาวิศวกรทำงานเชิงรุก จัดทำระบบตรวจสอบการรับงานกินตัวของวิศวกร, การยัดชื่อแต่ไม่อยู่คุมงาน, การขายลายเซ็น, การปลอมลายเซ็น, การทดสอบสมรรถนะและความรู้ก่อนจะต่ออายุใบอนุญาตวิชาชีพ
2.ให้มีการจัดตั้งหน่วยงานอิสระ ที่มีอำนาจในการสุ่มตรวจสอบงานก่อสร้าง และสืบสวนกรณีอุบัติเหตุงานก่อสร้าง (accident investigation) หาสาเหตุเพื่อนำเสนอแนวทางปรับปรุงกฎหมาย มาตรฐาน หลักเกณฑ์ต่างๆ และนโยบายต่อรัฐบาลได้ตลอด โดยไม่ต้องรอรัฐมนตรีแต่งตั้ง คกก.ขึ้นมาเป็นรายอุบัติเหตุ เพราะถ้าเคสไหน รมต.ไม่สนใจ หรือมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองให้เลี่ยงการตรวจสอบ ก็ไม่มีการตั้ง คกก.ไปตรวจสอบ
3.การเพิ่มใบรับรองความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านของวิศวกร เช่น ในด้านการออกแบบอาคารสูงต้านแผ่นดินไหวในเขตชั้นดินอ่อน ด้านการออกแบบและควบคุมงานก่อสร้างโครงสร้างนั่งร้านชั่วคราว การรองรับการเทคอนกรีต ด้านการควบคุมการทำงานของโครงเหล็กเลื่อน launching gantry (LG) และออกกฎหมายให้ครอบคลุมการทำงานของ LG เพราะหลายอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากการใช้ LG
4.รัฐควรกำหนดงบประมาณค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการก่อสร้างที่มีความซับซ้อนสูง โครงการก่อสร้างใจกลางเมืองที่มีการจราจรคับคั่ง มีพื้นที่ปฏิบัติงานน้อย มีเวลาการทำงานสั้น หรือบังคับทำในเวลากลางคืน ต้องมีการจัดสรรงบแปรผันตามที่เหมาะสมกับรูปแบบการทำงาน มีการแยกเฉพาะหมวดปริมาณงานด้านการจัดการเกี่ยวกับความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายในการคำนวณแบบระหว่างขั้นตอนการก่อสร้าง
5.การจัดทำระบบติดตามการก่อสร้าง (construction site monitoring system) กำหนดให้มีการติด CCTV, เก็บข้อมูลคนเข้าออกไซต์ก่อสร้าง, sensor เสียง ฝุ่น แรงสั่นสะเทือน พร้อมทำ dashboard เปิดข้อมูลแบบ real time
6.การจัดทำแผนที่ระบุที่ตั้งและข้อมูล “โครงการที่กำลังก่อสร้าง” โดยเปิด online ให้ประชาชนทราบว่า มีอยู่ตำแหน่งไหนบ้าง พร้อมรายละเอียดโครงการ แบบก่อสร้าง ผู้ว่าจ้าง ผู้รับเหมา ผู้ควบคุมงาน รายชื่อผู้เกี่ยวข้อง ตำแหน่งหน้าที่ ความคืบหน้าโครงการ รายการแก้ไขแบบ บันทึกประจำวัน ประวัติการเข้าออกไซต์งาน และรายละเอียดกรมธรรม์อุบัติเหตุก่อสร้าง โดยประชาชนไม่ต้องไปค้นหาข้อมูลเองแบบปัจจุบัน
7.รัฐควรเร่งกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนสำหรับผู้รับเหมาที่ทำผิดซ้ำซากหรือประมาท เช่น การเพิกถอนการขึ้นทะเบียน ตัดสิทธิในการเข้าร่วมประมูลงานในโครงการต่อไป โดยเร่งด่วน
ทั้งนี้ยังมีอีกหลายมาตรการ และกฎหมายหลายฉบับ ทั้งระดับ พ.ร.บ. และระดับกฎกระทรวง ที่ทางเราได้ศึกษาแล้วเสร็จและได้เสนอแก้ไขไว้อยู่ในรายงานของกรรมาธิการที่เสนอต่อสภา แต่มีการยุบสภาเสียก่อน จึงมิได้อภิปรายรายงานต่อสภา เพื่อส่งไปต่อไปยังรัฐบาล

