‘ยศชนัน’ ชูสามัคคี เมินปชน.-ภท.แบ่งขั้วตั้งรัฐบาล ชี้ถึงเวลาต้องทำงานร่วมกัน เอกนิติลั่น73วันศก.พ้นหล่ม
เมื่อวันที่ 14 มกราคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะ ลงพื้นที่ตลาดเกษตร อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อช่วยหาเสียงให้กับ น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต พรรค ภท. บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชน พ่อค้าแม่ค้าเข้ามาขอถ่ายรูป
ขณะที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ภท. ให้ความมั่นใจว่าเศรษฐกิจพ้นจากการดิ่งเหวแล้ว โดยบอกว่าในเวลา 73 วันไม่ถึง 3 เดือน มั่นใจว่านโยบายเศรษฐกิจที่นายอนุทินและทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลช่วยกันทำส่งผลให้เศรษฐกิจไทยที่กำลังจะดิ่งเหว รถยนต์เครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยที่ดิ่งลงมา วันนี้ติดลบแล้ว ถ้าไม่ทำอะไรเศรษฐกิจไทยจะดิ่งเหวทันที แต่ตอนนี้พ้นจากหล่มมาแล้ว มั่นใจว่านโยบายเศรษฐกิจทุกอย่าง ควิกบิ๊กวินของเราทำให้รถยนต์เศรษฐกิจไทยที่ติดหล่มพ้นจากหล่มแล้ว แต่ก็ยังไม่พอเพราะอาจจะกลับมาตกใหม่ ท่ามกลางโลกที่ผันผวน สิ่งที่เราจะทำคือ พอนายกฯมาให้โอกาสทำต่อ เพราะว่าจะต้องช่วยให้เศรษฐกิจไทยมันฟื้นได้ และจะช่วยทำให้เรากลับมามีความภูมิใจในเศรษฐกิจไทย นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัส ที่เราออกแบบมาเป็นนโยบายหาเสียงในครั้งนี้
ที่ตลาดสืบศิริ จ.สระบุรี พรรคเพื่อไทย (พท.) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรค พท. นำทีมลงพื้นที่ช่วยนายทวีจิตร พัฒน์ชนะ ผู้สมัคร ส.ส.สระบุรี เขต 1 หาเสียงเลือกตั้ง เมื่อนายยศชนันและคณะเดินทางถึงได้ไหว้ศาลพระชัยมงคล บริเวณด้านหน้าตลาด ก่อนเดินพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนภายในตลาด บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
ต่อมา ที่เทศบาลตำบลคลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา นายยศชนันและคณะลงพื้นที่ช่วยนายพชร จันทรรวงทอง ผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา เขต 13 หาเสียง มีนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ร่วมเวที
นายยศชนันให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียง จ.นครราชสีมา จากที่ปี 2566 ได้ ส.ส. 12 เขต ครั้งนี้จะได้ยกจังหวัด 16 เขตหรือไม่ ว่า จากการลงพื้นที่มีความมั่นใจ ประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี การพูดคุยกับผู้สมัครก็มีขวัญกำลังใจ มั่นใจว่านโยบายเข้าถึงประชาชน ถ้าให้คาดวันนี้ก็ขอทั้ง 16 เขต
นายยศชนันกล่าวว่า ส่วนที่นักวิเคราะห์มองว่า 2 สีที่จะแข่งกันจัดตั้งรัฐบาลคือสีน้ำเงินกับสีส้มนั้น เราไม่เคยยอมรับเรื่องนี้ ยังมองไปข้างหน้าว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาล แต่แน่นอนว่าการทำงานจะต้องทำร่วมกัน ประเทศไทยบอบช้ำมาเยอะแล้ว ปีต่อไปไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลก็ต้องมีความสมัครสมานสามัคคีกัน ไม่อยากให้ประชาชน หรือสื่อมวลชนมองว่าพรรค พท.เป็นอันดับ 3 เพราะส่วนตัวมองว่าพรรค พท.เป็นอันดับ 1 มาตลอด สิ่งนี้ทำให้ผู้สมัครมีความหวัง มุ่งหน้าลงพื้นที่ นำนโยบายสู่ประชาชน

