หน้าแรก การเมือง วิโรจน์ ปูดโท...

วิโรจน์ ปูดโทรศัพท์สายลึกลับ อ้างเป็นอดีตรอง ผบ.ตร. ขู่ DSI หยุดคดีนายทุนต่างชาติค้าไม้เถื่อน

14.01.26 | 20:58 น.

วิโรจน์ ปูดโทรศัพท์สายลึกลับ อ้างเป็น ‘อดีตรอง ผบ.ตร.’ ฉายาจอมวันทา ขู่ดีเอสไอหยุดทำคดีนายทุนต่างชาติลักลอบค้าไม้ข้ามชาติ หวั่นพัวพันจีนเทา จี้ประสาน ปปง.สืบเส้นเงิน-ยึดทรัพย์

เมื่อวันที่ 14 มกราคม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุทางเฟซบุ๊ก Wiroj Lakkhanaadisorn – วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ถึงประเด็นโทรศัพท์สายลึกลับที่อ้างตัวเป็น อดีตรอง ผบ.ตร. ฉายาจอมวันทา ข่มขู่เจ้าหน้าที่สืบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยุติเกี่ยวกับคดีลอบค้าไม้เถื่อน โดยระบุว่า จีนเทาใช้ผู้มีอิทธิพลไทยเป็นนอมินี ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า DSI เข้าจับกุม เจอปลายสายอ้างว่าเป็นอดีต รอง ผบ.ตร. โทรมาข่มขู่

จากการติดตามขบวนกลุ่มลักลอบค้าไม้ข้ามชาติ ที่มีการตรวจค้นเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 โดยเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และเจ้าหน้าที่สืบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ดำเนินการสืบสวนขยายผล จนพบว่ามีการใช้รถสิบล้อขนไม้เถื่อนผิดกฎหมาย ที่ลักลอบตัดจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแพร่ จังหวัดลำปาง และจังหวัดอื่นๆ ทางภาคเหนือ ส่งเข้ามายังโกดังในจังหวัดหนองคาย

โดยโกดังดังกล่าวจะทำการแปรรูปไม้ และออกเอกสารในการเคลื่อนย้ายไม้ และส่งออกไม้ดังกล่าวไปยังต่างประเทศ โดยมีรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เข้ามารับไม้ยังภายในโกดัง และนำส่งต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบัง โดยไม้บางส่วนจะถูกลำเลียงต่อโดยรถสิบล้อไปยังโกดังอีกแห่งหนึ่งที่ อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา

Advertisement

โดยในวันนี้ (14 ม.ค.69) คณะทำงาน ซึ่งประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า เจ้าหน้าที่คณะทำงานตรวจสอบ ตรวจยึด และดำเนินคดี กรณีกลุ่มนายทุนต่างชาติลักลอบค้าไม้มีค่าข้ามชาติ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่ สจป.9 สาขาปราจีนบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แปลงยาว จึงได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นโกดังดังกล่าว ตามหมายค้นศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เลขที่ 15/2569 ลงวันที่ 14 มกราคม 2569 และหมายค้นศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เลขที่ 16/2569 ลงวันที่ 14 มกราคม 2569 โดยโกดังดังกล่าว มีบุคคลกว้างขวางในจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นกรรมการผู้จัดการ ผลการตรวจค้นเบื้องต้น พบไม้หวงห้ามลักษณะท่อน และแปรรูปหลายชนิด โดยยังไม่มีผู้ใดนำเอกสารที่ได้มาของไม้มาแสดงต่อเจ้าพนักงาน

ระหว่างการตรวจนับ และจัดทำรายละเอียดบัญชีไม้ของกลาง ปรากฏว่ามีสายโทรศัพท์ โทรศัพท์เข้ามาหาเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยปลายสายอ้างว่าตนเป็น อดีตรอง ผบ.ตร. ฉายาจอมวันทา ข่มขู่ให้คณะเจ้าหน้าที่ยุติการดำเนินการ แต่คณะทำงานยังคงยืนยันที่จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป พร้อมกับตั้งข้อสงสัยเพิ่มเติมว่า กรณีนี้อาจไม่ใช่แค่การลักลอบตัดไม้ธรรมดา แต่อาจเป็นการสมคบคิดกันระหว่างจีนเทา มาเฟียข้ามชาติ และผู้มีอิทธิพลที่เป็นผู้กว้างขวางใน จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งนอกจากการแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ยังอาจจะมีพฤติกรรมฟอกเงินร่วมด้วย

จึงสมควรอย่างยิ่งที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจะนำเอาความผิดมูลฐานที่เกิดขึ้น ประสานงานต่อกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการสืบเส้นทางการเงิน เพื่อดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ผู้มีอิทธิพลคนไทยที่ไปเป็นนอมินีให้จีนเทามาเฟียข้ามชาติ

และในกรณีที่พบทางการเงินโยงไปถึงอดีตรอง ผบ.ตร. หรือนายตำรวจคนใด ก็ต้องติดตามยึดทรัพย์ให้ตกเป็นของแผ่นดินให้หมด พร้อมกับประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินคดีอาญาอย่างถึงที่สุดต่อไป

อย่าปล่อยให้มาเฟียข้ามชาติ และนายทุนไทยขายชาติ ต้องลอยนวลครับ