หน้าแรก การเมือง นักวิชาการ รอ...

นักวิชาการ รอข้อเท็จจริง หากสหรัฐระงับวีซ่า ส่งผลต่อท่องเที่ยว-การศึกษา กระทบศก.ไทย

15.01.26 | 15:25 น.

นักวิชาการ ชี้สหรัฐระงับวีซ่า ต้องรอข้อเท็จจริง หากส่งผลต่อท่องเที่ยว-การศึกษา กระทบเศรษฐกิจไทย

เมื่อวันที่ 15 มกราคม นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยกรณีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา มีคำสั่งระงับการออกวีซ่าใน 75 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ว่า ขณะนี้สิ่งที่ไทยต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ รอความชัดเจนจากสหรัฐฯว่าสุดท้ายแล้วมาตรการเกี่ยวกับวีซ่าจะออกมาในลักษณะใด และมีความผูกพันกับไทยอย่างไรโดยข้อมูลข่าวสารช่วงแรกมีการระบุว่า สหรัฐระงับวีซ่ากับไทยทุกกรณี แต่ในระยะหลังข้อมูลเริ่มชี้ว่าอาจเป็นการระงับเฉพาะวีซ่าที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัยอย่างถาวร อาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับวีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่านักเรียน ดังนั้น ประเด็นสำคัญที่สุด คือ การตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจน ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศและภาครัฐ ควรทำงานขนานกัน ทั้งการหาข้อมูล สอบทาน และชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงการประเมินแนวทางลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

นายธนวรรธน์กล่าวว่า แม้กรณีนี้ยังไม่เห็นภาพชัดเจน แต่มูลเหตุของการที่สหรัฐฯ อาจระงับวีซ่าในอดีต มักเกิดจาก 2-3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ประเทศที่มีความผูกพันกับประเทศที่สหรัฐมองว่าไม่ได้ปฏิบัติต่อสหรัฐอย่างเหมาะสม ประเทศที่มีการดำเนินการเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่เป็นไปตามกติกาสากล หรือ ประเทศที่มีการดำเนินการส่งผลกระทบในเชิงลบต่อเศรษฐกิจหรือผลประโยชน์ของสหรัฐ รวมถึงอาจเป็นกรณีเฉพาะกิจเฉพาะการ ซึ่งไทยไม่น่าจะเข้าข่ายมูลเหตุดังกล่าว เนื่องจากไทยมีอัตราภาษีการค้าอยู่ที่ 19% ถือว่าเป็นกลุ่มประเทศที่เป็นมิตรกับสหรัฐ ไม่ได้ถูกตอบโต้ทางการค้าอย่างรุนแรง อีกทั้งกรณีที่สหรัฐอาจพิจารณาประเทศที่มีความผูกพันกับอิหร่าน จากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่ผ่านมา ขณะนี้สถานการณ์อิหร่านมีสัญญาณคลี่คลาย และสหรัฐเองก็ระบุว่ามีเพียงการติดตามเฝ้าระวัง

“อาจมีบางกรณีที่ประเทศซึ่งมีพลเมืองเดินทางเข้าไปใช้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีหรือสวัสดิการของสหรัฐเป็นจำนวนมาก จนเกิดผลกระทบต่อสหรัฐ อาจทำให้มีการจำกัดวีซ่าประเภทการอยู่อาศัยถาวรได้ แต่จากข้อมูลปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปได้ว่าไทยจะได้รับผลกระทบในเชิงลบหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด” นายธนวรรธน์กล่าว

นายธนวรรธน์กล่าวว่า มิติทางเศรษฐกิจว่า การค้าไทยยังไม่ถูกตอบโต้จากสหรัฐอย่างรุนแรง ด้านการท่องเที่ยว ไทยมีนักท่องเที่ยวจากสหรัฐประมาณ 1 ล้านคนต่อปี และไม่มีมาตรการห้ามชาวอเมริกันเดินทางมาไทย จึงไม่น่ากระทบต่อภาคท่องเที่ยว ขณะที่ ด้านการค้า สหรัฐยังเป็นประเทศคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย โดยไทยส่งออกไปสหรัฐคิดเป็นประมาณ 18% หรือเกือบ 2 ล้านล้านบาท และไม่มีสัญญาณว่าสหรัฐจะระงับการนำเข้าสินค้าไทยหรือปรับขึ้นภาษีเพิ่มเติม

Advertisement

“หากการระงับวีซ่าไม่ได้ครอบคลุมวีซ่านักท่องเที่ยว วีซ่าการศึกษา หรือวีซ่าทั่วไป ก็คาดว่าไม่น่ากระทบต่อไทยในภาพรวม แต่ยังจำเป็นต้องติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดต่อไป”

นายธนวรรธน์ กล่าวกรณีศาลสูงสหรัฐฯ เลื่อนการตัดสินคดีภาษีทรัมป์ออกไป ว่า ไม่สามารถก้าวล่วงเหตุผลของศาลได้ เนื่องจากการเลื่อนพิจารณาคดีเป็นสิ่งที่ศาลดำเนินการด้วยความรอบคอบ ซึ่งหลายประเทศรวมถึงไทยก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน สำหรับไทย มองว่า การเลื่อนการตัดสินยังไม่มีผลกระทบในเชิงลบ เนื่องจากไทยยังคงเสียภาษีการค้าในอัตราเดิมที่ 19% และหากศาลพิจารณาว่าการจัดเก็บภาษีที่ผ่านมาไม่ครบถ้วนตามกระบวนการ ไทยอาจได้รับประโยชน์จากภาษีที่ลดลงด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม การเลื่อนคำตัดสินไม่ได้ส่งผลให้ไทยเสียประโยชน์เพิ่มเติม การดำเนินธุรกิจและการเจรจาการค้ากับสหรัฐยังคงเป็นไปตามปกติ และจำเป็นต้องรอคำตัดสินของศาลสูงสหรัฐอีกครั้งว่าแนวทางสุดท้ายจะเป็นอย่างไร และจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยมากน้อยเพียงใดในระยะต่อไป