หน้าแรก การเมือง ปชน.รุดพระราม...

ปชน.รุดพระราม 2 จี้รัฐ-ผู้รับเหมา รับผิดชอบ ชี้ ตอกย้ำภาพ ถนนมรณะ ถามความปลอดภัยปชช.อยู่ตรงไหน

15.01.26 | 15:52 น.

ปชน.รุดพระราม 2 จี้รัฐ-ผู้รับเหมา รับผิดชอบ ชี้ ตอกย้ำภาพ ถนนมรณะ ถามความปลอดภัยปชช.อยู่ตรงไหน

จากกรณีเกิดอุบัติเหตุเครนถล่มบนถนนพระราม 2 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย สร้างความตื่นตระหนกและกระทบต่อการจราจรอย่างหนัก ล่าสุด นักการเมืองและผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาชน ออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐและผู้รับเหมารับผิดชอบอย่างจริงจัง พร้อมย้ำให้ยกระดับมาตรการความปลอดภัยเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

ต่อมาเวลา 12.30 น. วันที่ 15 ม.ค.2569 ที่บริเวณถนนพระราม2 ช่วงก่อนขึ้นสะพานแม่น้ำท่าจีน นายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน เขต1 จังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนนพระราม 2 ว่า อยากฝากไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้ยึด “ความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง” ทั้งในเรื่องการบริหารจัดการและการจราจร ซึ่งขณะนี้การจราจรติดขัดทั้งเมืองอยู่แล้ว เป็นประเด็นที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เหตุที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนถนนพระราม 2 ยิ่งตอกย้ำความหวาดกลัวของประชาชนที่ต้องสัญจรบนเส้นทางนี้ แม้ก่อนหน้านี้หลายอย่างจะเริ่มดีขึ้น ทั้งการปรับปรุงสภาพถนน แต่เมื่อเกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีก ก็ยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนลดลงเรื่อย ๆ จนภาพจำของถนนพระราม 2 ในฐานะ “ถนนมรณะ” กลับมาอีกครั้ง

พร้อมชี้ว่า หากภาพลักษณ์นี้ไม่หายไป ย่อมกระทบต่อการพัฒนาจังหวัดสมุทรสาครโดยตรง ทั้งในภาพรวมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว จึงอยากให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้กระทบประชาชนให้น้อยที่สุด

ในฐานะคนสมุทรสาคร นายณัฐพงษ์ ย้ำว่า อยากให้เอาจริงเอาจัง เพราะเหตุลักษณะนี้เกิดจากผู้รับเหมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงเมื่อวานก็เพิ่งเกิดที่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และกลับมาเกิดที่พระราม 2 อีก มองว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีก และไม่ควรถูกปล่อยให้เงียบหายไป

Advertisement

รุดพระราม 2

ขณะที่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยว่า เช้านี้กำลังเตรียมตัวจะไปออกรายการในช่วงบ่าย แต่เมื่อได้ยินข่าวก็รู้สึกว่า “เกิดขึ้นอีกแล้วหรือ” เพราะเหตุลักษณะนี้เคยเกิดมาแล้วหลายครั้ง และตนเองก็เคยลงพื้นที่มาก่อน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรเชษฐ์ ระบุว่า สิ่งที่ควรทำเป็นเรื่องพื้นฐานแต่สำคัญ เช่น การกวดขันการทำงานในไซต์ก่อสร้าง การติดตั้งกล้องcctv เพื่อกำชับให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานอย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องง่ายแต่กลับไม่เกิดขึ้น พร้อมลงพื้นที่ตรวจดูไซต์งาน พบว่าสาเหตุเบื้องต้นน่าจะมาจากช่วงสแปนระหว่างเสา ซึ่งถือเป็นจุดสุดท้ายของงานโครงการนี้ หลังดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่กรุงเทพฯ ถึงสมุทรสาคร

รุดพระราม 2

ด้าน น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปาร์ตี้ลิสต์พรรคประชาชน ยังเผยอีกว่า เชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ต่างลุ้นกันว่า “รายต่อไปจะเป็นใคร” เห็นได้จากทุกคนต้องแหงนมองตลอดเวลา พร้อมสะท้อนความรู้สึกของประชาชนพระราม 2 ที่ปัจจุบันไม่เปิดเพลง หรือฟังบอร์ดแคสต์ขณะขับรถ แต่เปิดฟังเสียงสวดมนต์แทน เพราะถนนเส้นนี้กลายเป็นถนนมรณะที่คร่าหลายชีวิต ทั้งที่ไม่ควรต้องมาจบชีวิตลงตรงนี้

น.ส.รักชนก ระบุว่า สิ่งที่ประชาชนต้องการคือ “ผู้รับผิดชอบ” และอยากรู้ว่าความปลอดภัยของพวกเขาอยู่ตรงไหน พรรคประชาชนติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด และตนเองก็ยืนอยู่ในพื้นที่นี้มาหลายครั้งหลายโอกาส คำถามสำคัญคือ จะทำอย่างไรไม่ให้มีครั้งถัดไป และจะทำอย่างไรให้ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ

พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์ตั้งแต่ตึก สตง. เหตุเครตกที่สีคิ้วเมื่อวาน และวันนี้ที่ถนนพระราม 2 ซึ่งประชาชนอยากรู้ว่าผู้รับเหมาที่กระทำความประมาทเลินเล่อซ้ำ ๆ จะถูกลงโทษอย่างไร และนี่คือสิ่งที่ผู้รับเหมาจำเป็นต้องตอบให้ชัด

รุดพระราม 2

น.ส.รักชนก ยังกล่าวด้วยว่า ไม่อยากให้ตอบเพียงว่า “ต้องดูระเบียบหรือกฎหมาย” เพราะพรรคประชาชนได้เตรียมข้อเสนอไว้แล้ว ตั้งแต่มาตรการให้วิศวกรสามารถตรวจงานระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งจะช่วยลดความประมาทได้ แต่กลับไม่มีการตอบรับจากภาครัฐ

นอกจากนี้ น.ส.รักชนก ยังฝากถึงนายพิพัฒน์ ว่าควรจะฟื้นฟูภาคใต้ โดยชี้ว่าถนนพระราม 2 คือประตูจากเมืองหลวงสู่ภาคใต้ หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและพรรคการเมืองที่กำกับดูแลกระทรวงนี้มาหลายสมัย ยังไม่สามารถทำให้ถนนเส้นนี้ปลอดภัยได้ ทั้งด้านการพัฒนาและการบริหารจัดการ ก็ควรต้องแสดงความจริงจังมากกว่านี้

พร้อมตั้งคำถามว่า หลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา รัฐมนตรีคมนาคมล้วนมาจากกลุ่มผู้รับเหมา หรือเป็นเครือข่ายผู้รับเหมา และฝากให้ประชาชนพิจารณาว่าจะเลือกแบบเดิม หรือเลือกมืออาชีพที่มีความรู้ด้านวิศวกรรม ไซด์งาน และการก่อสร้าง มาดูแลถนน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีกแม้แต่ครั้งเดียว

ทั้งนี้ น.ส.รักชนก ตั้งข้อสังเกตถึงมาตรการหยุดงานชั่วคราวว่า หากหยุดหนึ่งเดือนก็ต้องขยายสัญญาให้ผู้รับเหมาเพิ่มอีกหนึ่งเดือน พร้อมตั้งคำถามว่าเป็นการเพิ่งถอดบทเรียนหรือเพิ่งออกมาตรการในวันนี้หรือไม่ ทั้งที่ปัญหานี้เกิดขึ้นมานานแล้ว และกฎหมายหรือแนวทางแก้ไขก็วางอยู่บนโต๊ะมานาน มองว่ามาตรการที่ออกมาอาจเป็นเพียงการ “ฉาบหน้า” ในช่วงเลือกตั้ง และหากยังเป็นระบบเดิม ผู้รับเหมาเดิม ก็ยากที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงใดๆ