หน้าแรก การเมือง 18 ปี ไทยพีบี...

18 ปี ไทยพีบีเอส วันชัย ตัน ‘บริหารแบบเร่าร้อน’ ประกาศ ก้าวต่อไปแม้ไฟท่วมโลก เล่านาทีล้มผัง ลุยเซฟท่วมใต้

15.01.26 | 16:57 น.

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ณ คอนเวนชันฮอลล์ ชั้น 2 อาคารศูนย์การเรียนรู้ไทยพีบีเอส ถนนวิภาวดีรังสิต องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส จัดงานครบรอบ 18 ปี ไทยพีบีเอส สื่อของทุกคน

บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้ามีบุคคลจากหลากหลายแวดวงเดินทางเข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างต่อเนื่อง โดยไทยพีบีเอสขอเชิญผู้ร่วมแสดงความยินดีร่วมสมทบทุน “มูลนิธิไทยพีบีเอส” เพื่อนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณกุศล แทนการมอบกระเช้าแสดงความยินดี

เวลา 09.30 น. เปิดงานด้วยการฉายวิดีทัศน์ “ไทยพีบีเอส สื่อของทุกคน” ก่อนเข้าสู่ช่วง FACT Focus : เจาะลึก DNA ข่าวไทยพีบีเอส ต่อด้วย FRIENDLY Platform : VIPA The Future of Thai Contents Platform และช่วง FRESH Show กับการแสดงชุดพิเศษ “เหนือพรสวรรค์” จาก น้ององศา เยาวชนผู้มีความบกพร่องทางการเคลื่อนไหว ที่มาร่วมถ่ายทอดพลังใจผ่านการบรรเลงระนาดเอก

 

Advertisement

 

จากนั้น เวลา 10.45 น. เข้าสู่ช่วง Future Ready โดยนายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) บรรยายในหัวข้อ ‘การบริหารแบบเร่าร้อน’

นายวันชัย กล่าวว่า ตอนสัมภาษณ์ ตนจะมีเวิร์ดดิ้งมาพร้อมกันเสมอ เรียกเป็น ‘มีม’ เลยก็ว่าได้ โดยตนมาพร้อมกับความเร่าร้อน

“ถ้าถามว่าทำไมถึงใช้คำพูดนี้ ตลอดเวลาอาชีพสื่อมา 30กว่าปี ผมเป็นคนที่เชื่อสิ่งหนึ่งในการทำงานคือ คำถามที่ดี มีค่ากว่าคำตอบที่ได้รับ ตอนมาสมัครที่นี่ ผมเชื่อว่าวิกฤตของสื่อมันเกิดขึ้น วิกฤตของสังคมมันเกิดขึ้น แต่สิ่งที่จะทำให้สื่อสาธารณะแห่งนี้ก้าวไปข้างหน้าเป็นที่พึ่งของประชาชน คือ ความเร่าร้อน” นายวันชัย กล่าว

นายวันชัย กล่าวต่อไปว่า ตนจะยกตัวอย่างหนึ่งให้ฟัง มันคือความสมบูรณ์แบบของความเร่าร้อน กล่าวคือ ในช่วงเวลาที่เกิดวิกฤตที่หาดใหญ่ ทางทีมข่าวไทยพีบีเอสมอนิเตอร์ สถานการณ์ตลอดเวลา จนกระทั่งเกิดวิกฤตขึ้นมาอย่างจริงจัง ตนได้เรียกประชุม ไม่ว่าจะเป็นทีมข่าวและสำนักอื่นๆด้วย

“ตอนนั้นประชุม 9 โมงว่าตอนเที่ยงเราจะล้มผังรายการทั้งวัน เพื่อรายงานความเดือดร้อนของคนหาดใหญ่ และคนทางใต้ น้องๆถามว่าไหวเหรอ ผมบอกว่าในเวลาวิกฤต ความรวดเร็วคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้เดือดร้อน ถ้าเราไม่ล้มผังไม่ทำอะไรเลย มันจะเกิดวิกฤตตามมาในการช่วยเหลือสังคม

หลังจากที่ล้มผังแล้ว ผมบอกทุกคนว่าตอนนั้นไม่มีใครเป็นศูนย์กลางในการช่วยเหลือ คนที่ติดน้ำท่วม เราประชุมกัน และบอกว่าเราจะสร้างคอลเซนเตอร์ตอนบ่ายโมง น้องๆถามว่าพี่ ในสองสามชั่วโมงนี้เหรอ เราก็บอกว่าความเร็วคือสิ่งสำคัญสุดที่จะช่วยเหลือชาวบ้าน แม้ว่าเราจะไม่มีประสบการณ์ในการทำคอลเซนเตอร์ก็ตาม แต่ในเวลานั้นไม่มีหน่วยงานไหนที่เป็นศูนย์กลางอย่างชัดเจน” นายวันชัย กล่าว

 

 

นายวันชัย เล่าต่อไปว่า เชื่อไหมว่าเรามีคอลเซนเตอร์ เราระดมอาสาสมัครมาจากไทยพีบีเอสอย่างคับคั่ง 15 สายทั้งคืน เรารับโทรศัพท์จากญาติพี่น้อง เพราะโทรศัพท์ของคนในพื้นที่อาจจะไม่มีสัญญาณแล้ว พี่น้องเขาโทรมาบอกว่าญาติเขาอยู่ตรงนั้น ตรงนี้ เราก็รายงานไปที่ศูนย์ทางภาคใต้ให้เขาช่วยติดต่อ

“เรารับโทรศัพท์ 2,000สาย แต่มีสายที่ไม่ว่าง 9,000สาย ผมรับข้อมูลนี้ด้วยความตกใจว่าคนเดือดร้อนมันมหาศาลจริงๆ แต่เราช่วยเขาได้แค่นี้ วันรุ่งขึ้นเลยจัดตั้งคอลเซนเตอร์มาอีก 50 สาย

ด้วยความเร่าร้อนของน้องๆไทยพีบีเอสทุกฝ่าย ทุกคน ระดมกันเต็มที่ในการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือชาวบ้านทั้งที่เป็นงานงอก ไม่ได้เกี่ยวกับสื่อสาธารณะเลย แต่เรารู้สึกว่าเราต้องทำเต็มที่” นายวันชัย กล่าว

นายวันชัย กล่าวต่อไปว่า หลังจากนั้นได้ทราบว่าต้องระดมความช่วยเหลือทุกๆด่านไปลงที่ใต้ ซึ่งแน่นอนว่าได้รับความช่วยเหลือจาก บริษัท ห้างร้าน  หน่วยงาน หน่วยราชการจำนวนมาก เพื่อจะส่งของไปทันที ซึ่งต้องขอบคุณกองทัพอากาศ ไปรษณีย์ไทย และอีกหลายๆหน่วยงาน รวมถึงไทยรัฐด้วยที่คอยช่วยเหลือในการส่งอย่างรวดเร็ว ไม่เท่านั้น ยังคิดต่อไปว่า เราต้องตั้งวอร์รูม เพื่อช่วยพี่น้องฟื้นฟูหลังสถานการณ์น้ำท่วม

“เราคิดต่อไปว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานั้นไม่มีคนบริจาคเลย คือ นมผงทารก มันแพงมาก เราเลยใช้เงินบริจาคของเราซื้อนมผงทารกจำนวนมาก เช่นเดียวกับการซื้อยากันฉี่หนู รวมถึงผ้าห่อศพ แต่ที่น่าสนใจกว่านั้น ก็คือไปสำรวจพบว่า ชาวบ้านอยากใช้มอเตอร์ไซต์ แต่จมน้ำท่วมไปแล้ว เราจึงติดต่อทรานซิตเพื่อที่จะซ่อมมอเตอร์ไซต์ เราติดต่อบริษัทยักษ์ใหญ่หลายบริษัทเพื่อส่งน้ำมันเครื่องให้กับคนเหล่านั้น” นายวันชัย กล่าว

นายวันชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งเหล่านี้ทำด้วยความรวดเร็ว ทำด้วยความฉับพลัน เพราะนี่คือภารกิจในอนาคตของไทยพีบีเอสที่ตนเชื่อว่าประเทศไทย ปัญหาภัยพิบัติ ปัญหาความน่าเชื่อถือของข่าวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟคนิวส์หรืออะไรก็ตาม สิ่งสำคัญในอนาคตไทยพีบีเอสจะเป็นสื่อสาธารณะที่เป็นที่พึ่งของคนจริงๆ FUTURE READY จะบอกพวกเราว่าสื่อสาธารณะไทยพีบีเอสจะก้าวต่อไป แม้ไฟจะท่วมโลก