“อนุทิน” ถามกลางวงประชุมแก้ปัญหาเครนถล่มซ้ำซาก ดำเนินการ บ.อิตาเลียนไทยฯ อย่างไร ลั่น หยุดโครงการได้ต้องหยุด ไม่เสี่ยงอันตราย ปชช. บอก มีที่เดียวในโลกเกิดเหตุสองวันซ้อน ผู้รับเหมาเจ้าเดียวกัน แจงปม “รฟท.” ต้องรับผิดชอบในฐานะผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ หลังถูกวิจารณ์โยนให้หน่วยงาน แปลกใจสัญญาสร้างตึก สตง.ไม่ถูกยกเลิก -ไม่ถูกขึ้นบัญชีดำ หลังเกิดเหตุสลดใจเป็นผู้รับเหมารายเดียวกัน ล่าสุดนายกฯสั่ง “คมนาคม” ยกเลิกสัญญา “อิตาเลียนไทย” 2 โครงการ “เครนถล่มสีคิ้ว – พระราม2”
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 15 มกราคม ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เรียกประชุมหารือมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคมจากกรณีเครนก่อสร้างถล่ม โครงการรถไฟความเร็วสูง หล่นทับขบวนรถไฟ โดยสารด่วนดีเซลรางปรับอากาศขบวนที่ 21 จากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ มุ่งหน้าสถานีอุบลราชธานี บริเวณทางรถไฟบ้านถนนคต ช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น – สถานีสีคิ้ว ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 มกราคม และ เครนสร้างทางด่วนบนถนนพระราม 2 ก่อนขึ้นสะพานท่าจีน พื้นที่ จ.สมุทรสาคร ถล่มช่วงเช้าวันที่ 15 มกราคม
โดยมีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ปลัดกระทรวงคมนาคม เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง รักษาการผู้การรถไฟแห่งประเทศไทย อัยการสูงสุด ตัวแทนกระทรวงมหาดไทย ตัวแทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูถัมภ์ฯ เป็นต้น เข้าร่วม

โดยก่อนการประชุม นายกฯกล่าวว่า วันนี้ตนเชิญประชุมเร่งด่วน เนื่องจากเมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา เกิดเหตุเครนการก่อสร้างความเร็วสูงหล่นใส่รถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และช่วงเช้าที่ผ่านมาก็ได้รับรายงานว่ามีอุบัติเหตุลักษณะคล้ายกันจากโครงการยกระดับพระราม 2 สิ่งที่น่าสลดใจ และน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง นอกจากมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากแล้วพบว่าเป็นผู้รับจ้างรายเดียวกัน ซึ่งผู้รับจ้างรายนี้ ตนอยากให้ทุกคนรับทราบว่า เหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อวานนี้หรือวันนี้ แต่ในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา เอาแค่โครงการที่ไม่ได้เป็นข่าวเยอะแยะ หากเอาโครงการที่ประชาชนสนใจ เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 ที่ตึก สตง.ถล่มจากแผ่นดินไหว

จากนั้นโครงการทางด่วนพระราม 2 บริเวณปากท่อถล่ม จนถึงเมื่อวานนี้ (14 ม.ค.) ก็มีเหตุที่ทุกคนทราบ ยังไม่ทันที่จะประชุมเรื่องเมื่อวาน เมื่อเช้า ก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก ดังนั้นวันนี้ ตนจึงไม่ได้เชิญประชุมเพื่อให้ออกมาตรการ แก้กฎหมาย ออกกฎกระทรวงอย่างไร เพราะต้องดำเนินการอยู่แล้ว แต่ตนคิดว่ากฎหมายควบคุมการก่อสร้าง หรือกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดจ้าง ผู้รับเหมาะก่อสร้าง ผู้ควบคุมงานคงต้องมีปัญหาแล้ว ยกตัวอย่างตึก สตง.ก็ทราบว่าสัญญายังไม่ถูกยกเลิก ถามว่าสัญญาถ้าไม่ถูกยกเลิก ก็ปรับหรือไม่ เพราะงานก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ

ขณะนี้ก็ยังไม่มีการปรับ ถามต่อว่างานก่อสร้างจะเสร็จเมื่อไหร่งานก่อสร้างก็ไม่มีแล้ว ถ้าปรับก็เท่ากับว่าต้องสร้างอาคารนี้ขึ้นมาใหม่ แล้วก็ส่งตามงวดงานต่างๆ ซึ่งงวดงานเมื่อส่งแล้วก็จ่ายเงินไม่ได้เพราะล่าช้าแล้ว สัญญาทุกสัญญามีหลักประกัน และธนาคารการันตี วันนี้เท่าที่ทราบยังไม่มีการเรียกเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่ สตง.ก็ระงับการก่อสร้างไว้ก่อน โดยไม่มีการดำเนินการใดๆ กับผู้รับจ้าง ไม่มีขึ้นบัญชีดำ ไม่ประกาศละทิ้งงาน และไม่ทันไรก็เกิดเหตุการณ์ที่พระราม 2 และมีการซ่อมแซมกลับมาใช้งานได้ปกติ และกระทั่ง 2 เหตุการณ์ล่าสุด

นายอนุทินกล่าวว่า สื่อมวลชนและผู้สนใจตั้งคำถามว่า พวกเราทำอะไรกันอยู่ ตนโดนหนักเลยว่าทำไมเล่นงาน รฟท. ก็ขอชี้แจงให้ทุกคนเข้าใจ เหตุการณ์เครนหล่นใส่รถไฟที่จังหวัดนครราชสีมา ที่ รฟท. ต้องรับผิดชอบ เพราะผู้เสียชีวิตใช้บริการ รฟท. ยังไม่นับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผู้รับจ้าง แต่สิ่งที่ รฟท.หลีกหนีความรับผิดชอบไม่ได้ คือผู้โดยสารที่กำลังเดินทางโดยรถไฟของเราแล้วไปประสบเหตุ อย่างไรก็ไม่พ้น ผู้รับเหมารับผิดต่อ รฟท.อยู่แล้ว แต่ รฟท.ต้องรับผิดต่อผู้ใช้บริการเพราะคือขนส่งมวลชน ดังนั้น คนที่บอกว่า รฟท.ไม่เกี่ยว แต่นายกฯไปหาเรื่องผู้ว่าการ รฟท. ตนไม่ได้หาเรื่อง แต่พูดตามเนื้อผ้า ขณะนี้ไม่มีผู้ว่าการ รฟท. มีแต่รองผู้ว่าการ รฟท. รักษาการผู้ว่าการ รฟท. อยู่ แต่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นคนที่รับผิดชอบคือหัวหน้าราชการสูงสุด ถือเป็นเรื่องปกติวิสัย ก็อยากให้ทุกท่านเข้าใจก่อน

“มันมีความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นสองอย่างสำหรับเหตุการณ์เมื่อวาน (14 มกราคม) คือ 1.รัฐในฐานะผู้ให้บริการประชาชน ในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชนที่ให้บริการ และ 2.รัฐต้องไปเรียกร้องความเสียหายหรือดำเนินการใดที่ระบุในสัญญา เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ในอนาคตอีก สำหรับผู้ที่จะมาก่อสร้างเหล่านี้กับรัฐ” นายกฯกล่าว

นายกฯกล่าวต่อว่า วันนี้ที่ประชุมเอาแค่เรื่องนี้ให้ได้ก่อน อย่าเพิ่งไปพูดถึงว่าจะทําอย่างไรต่อ ซึ่งตรงนั้นจะเป็นหน้าที่ของกรมบัญชีกลาง กรมโยธาธิการและผังเมือง และ อ.ธเนศ วีระศิริ อดีตนายกสภาวิศวกร สิ่งที่เราจะต้องดําเนินการ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ตนขอถามว่าจะดําเนินการกับ บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ได้อย่างไร สําหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในลักษณะคล้ายกันในช่วงสิบเดือนที่ผ่านมา ถ้าท่านยังบอกว่าทําอะไรไม่ได้ เขายังต้องสร้างต่อไป เลิกสัญญาก็ไม่ได้ เรียกร้องความเสียหายก็ไม่ได้ ขึ้นบัญชีดําก็ไม่ได้ ระงับการประมูลโครงการใหม่ๆ ก็ไม่ได้ ตรงนี้ก็จะทําให้เรามีปัญหาแน่นอน

“ถ้าผมจะเอาตัวรอดก็ต้องบอกว่า ตอนนี้เป็นรัฐบาลรักษาการ ผูกพันอะไรไม่ได้ สภาก็ไม่มี แก้ไขกฎหมายอะไรก็ไม่ได้ ถ้าพูดแบบนี้ ท่านจะทําอย่างไรต่อ ถ้าท่านยังเป็นหน่วยงานราชการ ที่ท่านต้องดําเนินการให้เกิดความชัดเจน และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ตรงนี้เป็นสิ่งที่คาบเกี่ยวอยู่ ผมไม่พูดหรอกว่านี่เป็นรัฐบาลรักษาการ อีกสามสัปดาห์ก็จะมีการเลือกตั้ง รัฐบาลนี้ยังเป็นรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ก็บอกว่ารักษาการไม่มี ความรับผิดชอบยังเต็มอยู่ ฉะนั้นเราต้องมานั่งแก้ไขปัญหา ผมก็ยังใช้สิทธิความเป็นรัฐบาล เป็นหัวหน้ารัฐบาล เมื่อเกิดเหตุแบบนี้ เที่ยวนี้ผมคงยอมไม่ได้” นายกฯกล่าว

นายกฯกล่าวอีกว่า ที่จะบอกว่างั้นก็หยุดงานก่อสร้างไปสองสัปดาห์ แล้วก็รายงานมา แล้วก็ทํางานต่อไป เมื่อสักครู่ยังไม่ทันเดินเข้าห้องประชุมก็มีคนมารายงานว่า เขาทํางานไป 85 เปอร์เซ็นต์แล้ว เหลืออีก 15 เปอร์เซ็นต์ ถ้าท่านสั่งให้เขาหยุด เดี๋ยวงานไม่เสร็จ ไม่เสร็จก็ไม่เสร็จ ถ้าปล่อยให้มันเสร็จ ก็ต้องเสี่ยงว่าจะมีอะไร อันตรายอย่างนี้อีกหรือไม่ ถ้าจําเป็นจะต้องยกเลิกสัญญา ต้องหาคนมาทําใหม่ในส่วนที่เหลือ จะใช้เงินเท่าไหร่ ในสัญญาตนเชื่อว่ามีระบุไว้ ส่วนเกินก็จะต้องเรียกร้องกับหลักประกันสัญญา และเรียกร้องกับผู้รับจ้างที่จะต้องรับผิดชอบ ในฐานะผู้ทิ้งงาน ตอนเขาพูดเป็นกรอบอย่างนี้ไว้ก่อน เพราะในส่วนนี้จะมีทั้ง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎี อัยการสูงสุด และปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้ดูแลเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งวันนี้จะต้องมีข้อสรุปจากการประชุมวันนี้ออกไป มันไม่ใช่เป็นสิ่งที่ยาก เพราะมันเกิดจากผู้รับจ้างรายเดียวกัน ฉะนั้น รัฐในฐานะที่เป็นเจ้าของโครงการ ถ้ากลัวเรื่องระเบียบ ตนว่า อย่างไรระเบียบก็ต้องเขียนว่าถ้าคนทํางานไม่ได้มาตรฐาน ทํางานแล้วเกิดอันตรายต่อสาธารณะ ก็ต้องมีช่อง ที่จะดําเนินการใดๆ ได้

นายกฯกล่าวต่อว่า ตอนนี้ปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไม่ได้ ที่อธิบดีกรมบัญชีกลางระบุว่าต้องให้หน่วยงานเสนอเรื่องขึ้นมานั้น หน่วยงานก็ไม่เสนอ พอตนไปจี้ที่หน่วยงานก็บอกว่า ไม่ได้ เพราะการขึ้นบัญชีดําการประกาศทิ้งงาน อยู่ที่กรมบัญชีกลาง จะโยนกันไปกันมาแบบนี้ไม่ได้ วันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมกันหมด เราจะเดินออกจากที่ประชุมนี้ด้วยมาตรการที่ชัดเจน เกิดความมั่นใจต่อประชาชน ความพึงพอใจต่อความรู้สึกของผู้สูญเสีย และที่สําคัญต้องสร้างความมั่นใจให้กับชาวต่างชาติด้วย เที่ยวไปบอกให้เขามาลงทุนที่ประเทศไทยเยอะ ครั้งระบบโลจิสติกส์ ระบบการขนส่ง รถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ เชื่อมตะวันตกตะวันออกเหนือใต้ รวมถึงโครงการแลนด์บริดจ์ แต่เมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา ที่ลงไปทั้งหมดก็มีแต่สูญเปล่า คงต้องมีการดําเนินการบางอย่าง

“ผมพูดมากไปหน่อย เพราะเป็นที่เดียวในโลกที่เกิดเหตุแบบนี้สองวันซ้อน เป็นอุบัติเหตุที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยที่มีผู้รับจ้างเป็นคนเดียวกัน ให้ที่ประชุมแห่งนี้อะไร เตรียมดําเนินการให้เป็นรูปธรรมเกิดขึ้น มีปัญหาเรื่องสัญญา ใหอัยการแสดงความเห็นเพื่อให้เดินต่อไปได้” นายกฯกล่าว

ต่อมา นายกฯให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสะเทือนขวัญ ก่อให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากต่อชีวิต ทรัพย์สิน ความปลอดภัยต่อสาธารณะ กรณีของ 2 โครงการนี้ ก็ได้ให้คมนาคมไปบอกเลิกสัญญาผู้รับจ้าง และดำเนินคดีตามข้อกฎหมายทั้งหมดที่มี และขึ้นบัญชีดำ เป็นผลสืบเนื่องจากการบอกเลิกสัญญา


