‘เลขาฯกฤษฎีกา’ เผยนายกฯมอบกรมบัญชีกลางดู เยียวยาผู้เสียหายเครนถล่มทับรถไฟ ลั่นเอาผิดทางกฎหมาย สั่งกองทุนช่วย นทท.ต่างชาติ-หามาตรการจัดการบริษัทผิดซ้ำซาก
เมื่อวันที่ 17.40 น. วันที่ 15 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวภายหลังประชุมหารือเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม จากกรณีเครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟว่า ที่ประชุมหารือถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเสียหายโดยเร่งด่วน และสิ่งที่รัฐบาลคำนึงคือไม่ให้การคมนาคมไปภาคอีสานและภาคใต้ติดขัด ต้องให้มีสภาพคล่องไปให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะกระทบเศรษฐกิจมาก และดำเนินการกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่าจะต้องรับผิดชอบในทางแพ่งหรือทางอาญา หรือทางปกครองอย่างไร ทั้งหมดนี้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางหารือคณะกรรมการวินิจฉัยการจัดซื้อจัดจ้างว่าสามารถทำอะไรได้แค่ไหน อย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความชัดเจนถึงคนที่จะรับผิดชอบหรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า ใครทำผิดก็ต้องถูกดำเนินการอยู่แล้ว เป็นหลักกฎหมายปกติ เมื่อถามถึงเรื่องเงินเยียวยา นายปกรณ์กล่าวว่า ในที่ประชุมไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ เพราะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายกฯได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีหลายหน่วย อย่างนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น นายกฯได้สั่งการให้กองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวไปดูแลตรงนั้นด้วย หรือในส่วนของคนไทยจะมีเรื่องของประกัน หรืออะไรต่างๆ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เข้ามาช่วยดู
เมื่อถามย้ำว่า ในเรื่องเงินเยียวยาที่นายกฯระบุว่าจะต้องถึงหลักล้านบาท มีช่องทางกฎหมายหรือมีความเป็นไปได้หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียด ไม่กล้าตอบ แต่เมื่อมีความเสียหายเราก็ต้องชดเชยให้กับผู้เสียหายจริงๆ และตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ต้องไปดูด้วยว่าเงินกองทุนหรือประกันมีเท่าไหร่ อย่างไร ความจริงไม่มีใครอยากได้เงิน ทุกคนอยากหายใจ อยากมีชีวิตอยู่มากกว่า ความปลอดภัยสาธารณะมันต้องมี สิ่งที่นายกฯกังวลมากคือความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งนายกฯสั่งการว่าจะทำอย่างไรในส่วนโครงการที่เกิดเหตุไปแล้ว
เลขาฯกฤษฎีกากล่าวว่า นอกจากนี้ โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการจะทำอย่างไร จะมีมาตรการอย่างไร จะต้องหยุดไว้ก่อนหรือไม่ จะต้องตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ทุกชิ้นหรือไม่ และกระบวนการในการบริหารสัญญา ซึ่งตอนนี้กฎหมายจัดซื้อจัดจ้างมุ่งเน้นในเรื่องของการได้มาซึ่งตัวคู่สัญญา แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารสัญญาและการปฏิบัติตามสัญญาสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยสาธารณะถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ประชาชนไม่ต้องประสบปัญหาแบบนี้อีกในอนาคต
เมื่อถามว่า มีการพูดถึงบริษัทที่จะต้องถูกแบล๊กลิสต์หรือไม่ นายปกรณ์กล่าวว่า ไม่มีการพูดถึงชื่อของบริษัท แต่บอกว่าให้ไปดูข้อเท็จจริงว่าใครทำอะไร หากเกิดเหตุซ้ำๆ แบบนี้รับได้หรือไม่ และถ้ารับไม่ได้จะทำอย่างไรกับบริษัทเหล่านี้ ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้มันมีช่องทางอยู่

