‘สีหราช’ นายก อบจ.อายุน้อยที่สุด
นับเป็นว่าเพียง 1 ปีเศษที่ สีหราช สรรพกุล หรือนายกแบงค์ หรือผู้ใหญ่แบงค์ นั่งบริหารในตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ระนอง หลังได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา เป็นการคว้าชัยเหนือแชมป์เก่าด้วยวัยเพียง 37 ปี จึงขึ้นแท่นเป็นนายก อบจ.ที่มีอายุน้อยที่สุดในประเทศ เข้ามาทำหน้าที่บริหารงานท้องถิ่นระดับใหญ่สุดของจังหวัด
จังหวัดระนองเป็นจังหวัดเล็กในพื้นที่ภาคใต้ติดทะเลด้านฝั่งตะวันตก ที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติอีกจังหวัดหนึ่ง มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มีหมู่เกาะที่สวยงาม ในฝั่งทะเลอันดามัน ขณะเดียวกันมีประชากรน้อยที่สุดในประเทศ ซึ่งเป็นประชาชนที่ อบจ.มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลในฐานะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) พี่ใหญ่
สำหรับ นายกแบงค์ ซึ่งชาวบ้านคุ้นเคยกับการเรียกชื่อ ผู้ใหญ่แบงค์ เพราะก่อนเข้ามาบริหารงาน อบจ. เคยทำหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านมาก่อน นายกแบงค์เริ่มต้นงานการเมืองกับ คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ หรือ ส.ส.เอ อดีต ส.ส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย หรือนายกเอ ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งนายก อบจ.ระนองมาก่อนหน้านี้ จากนั้นได้รับเลือกเป็นผู้ใหญ่บ้าน กระทั่งตำแหน่งนายก อบจ.ครบวาระ จึงตัดสินใจย้ายมาลงสนามใหญ่ และคว้าชัยชนะได้สำเร็จ
“โดยพื้นเพแล้ว ผมเป็นคนระนองโดยกำเนิด อาศัยอยู่ที่เกาะคณฑี ต.ปากน้ำ อ.เมืองระนอง เป็นลูกชายกำนันจุก อดีตกำนันตำบลปากน้ำ ก่อนหน้านี้ประกอบธุรกิจส่วนตัวที่กรุงเทพฯ เมื่อกลับมาอยู่บ้าน ก็มาเป็นที่คณะทำงานของ ส.ส.เอ คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ อดีต ส.ส.ระนอง โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการท่องเที่ยวสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง ทำงานติดตาม ส.ส.เอลงพื้นที่บ่อยครั้ง ต่อมาจึงตัดสินใจลงสมัครเป็นผู้ใหญ่เกาะคณฑี ได้ทำหน้าที่เป็นเวลา 2 ปี ก่อนย้ายมาลงสนาม อบจ. และได้รับเลือกจากชาวระนองให้เป็นนายก อบจ.ระนอง”
นายกแบงค์เล่าถึงแรงบันดาลใจที่ส่งผลให้ตัดสินใจลงสมัครนายก อบจ.ว่า มาจากการทำงานในตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีความใกล้ชิดกับชาวบ้านในพื้นที่ และได้รับทราบปัญหาต่างๆ แต่พบว่าการทำงานในตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านไม่สามารถของบประมาณได้โดยตรงจากหน่วยงานภาครัฐ จึงเห็นว่าหากเข้ามาทำงานการเมืองท้องถิ่น ระดับ อบจ. จะสามารถเบิกจ่าย บริหารงบประมาณ เพื่อแก้ปัญหาของประชาชนได้มากกว่า และรวดเร็วกว่า ประกอบกับมีแรงผลักดันจาก ส.ส.เอ หัวหน้าทีมระนองก้าวหน้า อีกทั้งชาวระนองให้การยอมรับ จึงได้รับเลือกเข้ามาทำหน้าที่บริหารในระดับจังหวัด
ส่วนมุมมองในฐานะผู้บริหารท้องถิ่นรุ่นใหม่ที่มีต่อการพัฒนาพื้นที่ นายกแบงค์กล่าวว่า มีนโยบายแรก คือ พัฒนาพื้นที่ ปัดกวาดบ้านตัวเอง ซึ่งที่ผ่านมาได้พัฒนาสนามกีฬากลางจังหวัดระนอง ทั้งเรื่องความสะอาด ห้องน้ำ ห้องส้วม อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนที่มาใช้พื้นที่, สร้างสนามฟุตบอลหญ้าเทียมให้โรงเรียนบ้านในวง อ.ละอุ่น ซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดของ อบจ.ระนองที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีสนามฟุตบอลที่ดีใช้งาน อันเป็นการเสริมสร้างสุขภาพร่างกาย และมีส่วนช่วยดึงเยาวชนออกมาปัญหายาเสพติดอีกทางหนึ่งด้วย
ส่วนสิ่งที่อยากจะทำให้เกิดขึ้นในจังหวัด คือ โครงการสกายวอล์ก บริเวณน้ำตกหงาวและภูเขาหญ้า ในพื้นที่ ต.หงาว อ.เมืองระนอง ซึ่งเป็นเมกะโปรเจ็กต์ของ อบจ.ระนองเอง เป็นโครงการที่อยากทำเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดระนอง ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาจังหวัดระนองมากขึ้น เพื่อช่วยสร้างรายได้ให้ภาคเอกชน กระตุ้นการค้าการขาย ไปจนถึงสินค้าท้องถิ่น สินค้าโอท็อป พ่อค้าแม่ค้าจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น
ในด้านการบริหารงาน ถือเป็นงานใหญ่พอสมควร จากผู้ใหญ่บ้านที่ดูแลพื้นที่สเกลเล็กระดับหมู่บ้านและตำบล ต้องมาบริหารงานในพื้นที่ใหญ่ขึ้น ผู้ใหญ่แบงค์บอกว่า ใช้วิธีบริหาร อบจ. โดยแบ่งงานและพื้นที่ให้ทีมรองนายก อบจ.ไปดูแลด้านต่างๆ เช่น นายก อบจ.คนแรกดูพื้นที่ อ.กระบุรี และ อ.ละอุ่น รองนายกคนที่ 2 ดูแล อ.กะเปอร์ และ อ.สุขสำราญ ส่วนตนเองดูแลพื้นที่ใน อ.เมืองและภาพรวมทั้งจังหวัด สิ่งสำคัญ คือ ต้องรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนแล้วนำข้อมูลมาร่วมกันคิดและแก้ไขปัญหาต่อไป จึงจะทำให้การบริหารครอบคลุมได้ทั้งหมด
“สำหรับ 1 ปีเศษที่นั่งทำงาน แม้เป็นนายก อบจ.ที่อายุน้อยที่สุด ผมถือว่าเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายในเวลาเดียวกัน แต่โชคดีที่ผมมีทีมงานที่มีความพร้อม มีประสบการณ์ บวกกับความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาจังหวัดระนอง จึงทำให้วิสัยทัศน์และนโยบายมีความทันสมัย ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่และคนระนองในอนาคต ภารกิจและผลงานในช่วง 1 ปีกว่า
การบริหารจะมุ่งเน้นไปที่การวางรากฐานและการสร้างความแตกต่างอย่างรวดเร็ว ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เร่งรัดการปรับปรุงถนน สะพาน ไฟฟ้าที่อยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ.ระนอง ซึ่งเป็นหัวใจของการพัฒนาคุณภาพชีวิต การฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว การจัดกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดระนอง โดยส่งเสริมให้มีพื้นที่ขายสินค้าและการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อพัฒนา
เศรษฐกิจฐานราก เชื่อมโยงจุดเด่น เช่น น้ำแร่ ธรรมชาติต่างๆ รวมถึงการพัฒนาเด็กและเยาวชนผ่านกิจกรรมดนตรีและกีฬา สำหรับโครงการเด่นๆ ที่ผ่านมาได้จัดประกวดดนตรีเยาวชนในจังหวัดระนอง ซึ่งได้รับความสนใจจากเยาวชน นักเรียนนักศึกษาในจังหวัดระนองเป็นอย่างดี
ส่วนการบริหารจัดการภัยพิบัติ การดูแลสิ่งแวดล้อม เนื่องจากระนองเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติ การเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ และการจัดการขยะ สิ่งแวดล้อม จึงเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการให้เห็นผลภายในปีแรก ดังนั้นอายุจึงไม่ใช่อุปสรรคของการเป็นที่มีวิสัยทัศน์”
ผู้ใหญ่แบงค์ขยายความเรื่องหลักการบริหารเพิ่มเติมว่า ใช้การบริหารแบบเปิดกว้างและเน้นการมีส่วนร่วม ทำงานโดยเน้นทีมเวิร์ก และรับฟังความคิดเห็น จากทั้งข้าราชการประจำและภาคประชาชน ทีมบริหาร ทีมงาน ส่งเสริมการกระจายการตัดสินใจเพื่อให้งานเดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว
“ยอมรับว่าการทำงานในฐานะผู้บริหารที่มีอายุน้อย ก็จะถูกจับตาเป็นพิเศษ ดังนั้นในการบริหารงบประมาณ การตัดสินใจในโครงการใหญ่ๆ จึงต้องมีความรอบคอบ พร้อมกับความโปร่งใสเป็นพิเศษด้วย ซึ่งในทีมบริหาร มีทั้งผู้ผ่านประสบการณ์บริหารงานมาไม่ต่ำกว่า 10-20 ปี รวมถึงมีเลขาเป็นอดีตนายกเทศมนตรีด้วย แต่บางครั้งผมก็ต้องพยายามทำให้ทุกคนทลายกรอบเดิมๆ เป็นความท้าทายที่ต้องพิสูจน์ตนเองให้เป็นที่ยอมรับ ทั้งจากข้าราชการและผู้นำท้องถิ่นรุ่นอาวุโส
ซึ่งผมใช้กลยุทธ์การบริหาร คือ แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ การทำงานที่โปร่งใส และการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชน และไม่ผิดระเบียบของทางราชการด้วย”
เมื่อถามถึงเป้าหมายในอนาคต ผู้ใหญ่แบงค์บอกว่า ถึงตอนนี้เพิ่งทำงานได้เพียงปีเศษเท่านั้น จึงไม่ได้มองอนาคตไปไกลมาก ขณะที่ยังอยากทุ่มเททำงานในช่วงเวลา 3 ปีที่เหลือให้ดีที่สุดก่อน แล้วให้ผลงานเป็นตัวชี้วัดว่าพี่น้องประชาชนชาวระนองจะให้โอกาสต่อหรือไม่ หรือจะมีผลงานเป็นที่ต้องตาต้องใจหรือไม่ จะแก้ไขปัญหาได้ดีมากน้อยเพียงใด”
“ในอนาคต ให้เป็นการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนที่จะให้โอกาสอีกหรือไม่ ตอนนี้ขอทำงานและพัฒนาจังหวัดระนองในช่วงเวลาที่เหลือให้ดีที่สุดก่อน”

