กฤชนนท์ เห็นด้วยสั่งหยุดงาน “อิตาเลียนไทย” หลังเกิดเหตุ 2 โศกนาฏกรรมใหญ่ ชี้ยกเลิกสัญญาทันทีต้องชัดเจน คำนึงผลกระทบปช. เสี่ยงโครงการล่าช้ากว่า 1 ปี จี้สร้างมาตรฐานเดียวกันปมถนนยุบสายสีม่วง หาก “ชิโน-ไทย” ผิด ต้องยกเลิกสัญญาเช่นกัน
เมื่อวันที่ 16 มกราคม นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส.กทม.เขตเลือกตั้งที่ 29 พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้สานต่อและดำเนินมาตรการสมุดพกผู้รับเหมาที่พรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการไว้ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะสามารถกำกับดูแลและควบคุมผู้รับเหมาที่ชนะการประมูลโครงการต่างๆ ของภาครัฐ รวมถึงมีบทลงโทษต่อผู้รับเหมาที่กระทำผิดได้อย่างเหมาะสม เช่น การลดชั้นผู้รับเหมา การขึ้นแบล็กลิสต์ ตัดแต้ม ตัดสิทธิการประมูลขึ้นในบัญชีผู้ทิ้งงาน เป็นต้น ทั้งนี้ จาก 2 เหตุการณ์สะเทือนใจ ทั้งเหตุการณ์เครนก่อสร้างในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา สัญญาที่ 3-4 งานโยธาช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และช่วงกุดจิก–โคกกรวด หล่นทับขบวนรถไฟเมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 32 ราย และเหตุการณ์โครงเหล็กก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M82 หล่นบนถนนพระราม 2 เป็นเหตุให้ผู้สัญจรในขณะนั้นเสียชิวิต 2 ราย โดยทั้ง 2 โครงการดังกล่าวมีผู้จ้าง คือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) นั้น ตนต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งอีกครั้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต
นายกฤชนนท์ กล่าวว่า ล่าสุดทางรัฐบาลได้สั่งการให้ผู้รับเหมา (อิตาเลียนไทย) หยุดการก่อสร้างชั่วคราวทั้ง 15 โครงการนั้น ตนเห็นด้วยกับข้อสั่งการของรัฐบาล เนื่องจากในระหว่างนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการตรวจสอบตามหลักวิศวกรรมอย่างเคร่งครัด ต้องทำให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางมีความมั่นใจในการสัญจร และที่สำคัญ คือต้องคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนเป็นอันดับแรก แต่ในส่วนของข้อสั่งการให้ ยกเลิกสัญญาทันที จำนวน 2 สัญญาที่เกิดเหตุของทั้ง 2 โครงการ โดยที่ยังไม่มีการบริหารจัดการจุดเกิดเหตุ อาทิ การรื้อย้าย การคืนผิวจราจร และเส้นทางรถไฟ รวมถึงยังไม่มีข้อสรุปถึงแนวทางการดำเนินการหลังจากนี้นั้น มองว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญและประโยชน์ต่อประชาชนเป็นหลัก โดยต้องบริหารและคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดด้วย เนื่องจากเมื่อยกเลิกสัญญาแล้ว จะต้องเปิดประกวดราคาหาผู้รับจ้างใหม่ และกระบวนการขั้นตอนอื่นๆ ซึ่งอาจจะทำให้โครงการก่อสร้างมีความล่าช้าออกไปอีกประมาณ 1 ปี ส่งผลกระทบต่อการให้บริการและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน ซึ่งรัฐบาลควรออกมาให้ความชัดเจนถึงแนวทางการจัดการให้ประชาชนได้รับรู้
นายกฤชนนท์ กล่าวต่อว่า หากรัฐบาลยืนยันจะตัดสินใจยกเลิกสัญญากับอิตาเลียนไทยใน 2 โครงการดังกล่าว ควรมีมาตรฐานเหตุการณ์อื่นๆ ที่เกิดขึ้นด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และสร้างบรรทัดฐานในประเทศไทย กล่าวคือ ควรพิจารณายกเลิกสัญญากับบริษัท ชิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้รับจ้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ช่วงบริเวณ ถนนสามเสน หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ที่เกิดเหตุถนนยุบเมื่อวันที่ 24 กันยายน 68 เนื่องจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ได้ให้คำมั่นในสภาฯ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 68 ว่าจะเร่งรัดและจัดการโดยด่วน โดยมั่นใจว่าจะคืนผิวจราจรได้ในวันที่ 9 ตุลาคม 68 แต่ความเป็นจริงจวบจนถึงวันนี้เป็นระยะเวลา 4 เดือนแล้ว การดำเนินการยังไม่เสร็จ และยังไม่สามารถคืนพื้นผิวให้ประชาชนได้สัญจรตามปกติได้
นายกฤชนนท์ กล่าวอีกว่า หากพรรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล ยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบทุกสัญญาโครงการก่อสร้าง พร้อมทั้งจะแก้ไขและผลักดันการก่อสร้างทั้งระบบผ่านเงื่อนไขตามกฎหมายที่ถูกต้อง รวมถึงจะเพิ่มบทลงโทษที่เข้มงวด ขณะที่การประมูลงานต่างๆ ต้องใช้ Price Performance (ราคาต่อประสิทธิภาพ) มาประกอบด้วย เพื่อดูแลความปลอดภัยในการก่อสร้าง เพิ่มระบบเทคโนโลยี เข้าไปเป็นส่วนประกอบในการก่อสร้างทุกโครงการ เช่น ระบบเซ็นเซอร์ตรวจวัดแรงสั่นสะเทือนและความเอียง ติดตั้งกล้อง CCTV เป็นต้น

