ทวี ยันคดีฮั้วสว.ต้องเดินหน้า ยังอยู่ในอายุความ ยันไม่เคยแทรกแซง กกต.แจ้งข้อหาเอง
เมื่อวันที่ 17 มกราคม พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และแคนดิเดตนายกฯพรรคประชาชาติ อดีต รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการดำเนินคดีเกี่ยวกับเรื่องฮั้ว ส.ว.ว่า อย่างที่เราเคยบอกไปแล้วว่าสังคมจะไปรอด จะต้องมีหลักนิติธรรม นั่นก็คือบุคคลทุกคนต้องอยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน เป็นคำนิยามของนิติธรรมที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ คนกระทำความผิดไม่ว่าเป็นใครก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับใช้กฎหมาย
พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า โดยเฉพาะไม่ได้บอกว่าองค์กรไหน ศาล ถ้าผิดก็ต้องโดน นิติบัญญัติก็ต้องโดน บ้านเมืองถ้าคนอยู่ในตำแหน่งไม่ยึดหลักนิติธรรม และไม่เข้มแข็งทางร่างกายและจิตใจก็ลำบาก และหากไปดูแล้วก็จะพบว่าอำนาจ ส.ว.เยอะมาก เมื่อมีอำนาจเยอะ ก็ต้องเปิดให้มีการตรวจสอบ
พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ส่วนเรื่องคดีฮั้ว ส.ว.ตั้งแต่ตอนที่ตนเป็น รมว.ยุติธรรม แล้วมีคดีนี้ขึ้น ก็เป็นเรื่องการวินิจฉัยของคณะกรรมการคดีพิเศษ ว่าพบการไหลเวียนของเงินแบบผิดปกติ เขาสงสัยว่าเม็ดเงินนี้เป็นการฟอกเงินหรือไม่ แต่ตอนนั้นยังไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษนะ แต่เขาสงสัยก็ดำเนินการสืบสวนสอบสวน แต่ตอนตนอยู่ก็ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ต่อมา กกต.เป็นผู้แจ้งข้อหาเขา
พ.ต.อ.ทวีกล่าวว่า ต่อมามีเรื่องที่ ส.ว.ไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อมีคำสั่งอะไรมาก็เคารพ แต่ระหว่างการพิจารณาคดี ตอนที่ตนไปไต่สวน เขาถามคนที่ไต่สวน ก็บอกว่าถูก กกต.แจ้งข้อกล่าวหา ทั้ง 200 กว่าคน แล้วตนจะไปแกล้งได้ยังไง กกต.เป็นองค์กรอิสระ ไม่รู้จักกับตนเลย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน สำคัญคือเราเป็นรัฐมนตรี ต้องไม่ให้ใครแทรกแซงคดี ไม่แทรกแซงข้าราชการประจำ และตัวเราก็ต้องไม่ไปแทรกแซงด้วย ให้เขาทำตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ให้เขาเดินอย่างมีศักดิ์ศรี และมันเป็นเรื่องที่อยู่ในอายุความ ก็ต้องเดินต่อ จะต้องไม่ให้ใครอยู่เหนือกฎหมายทุกเรื่อง

