หน้าแรก การเมือง ควบรวมกม.ประช...

ควบรวมกม.ประชามติ”ร่างรธน.” ปิดตายม.44 อุดช่องโหว่ตีรวน

2.03.16 | 09:05 น.

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า กระบวนการการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่เปิดวันเวลาตามปฏิทินแล้วจะเกิดขึ้นในวันที่ 31 กรกฎาคมนี้

กระบวนการสำคัญในการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญนั้น เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง โดย กกต.จะดำเนินการภายใต้กฎหมายการจัดทำประชามติ

หากดูจากท่าทีฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล อย่าง “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ที่ออกมาให้คำแนะนำในการดำเนินการออกกฎหมายเกี่ยวกับการจัดทำประชามติของ กกต.นั้น ประการแรก อ.วิษณุเสนอว่า ไม่ควรใช้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาจัดทำกฎระเบียบและข้อกฎหมายของการทำประชามติ เพราะเรื่องนี้ต้องพิจารณาโดยละเอียดรอบคอบ ต้องออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หรือไม่ก็พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพราะเนื้อหาที่ยืดยาวลักษณะนี้ไม่เหมาะต่อการออกคำสั่งมาตรา 44 เนื่องจากเมื่อบังคับใช้แล้ว จะมีการตีความบังคับใช้ในภายหลัง หากเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ จะมีการถกเถียงกัน ถึงเจตนารมณ์ในการออกกฎหมาย และจะมีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของประชาชนต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญด้วย

อีกทั้งร่าง พ.ร.บ.ว่า ด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. … ว่าด้วยบทลงโทษทั้ง16 มาตรา ที่ กกต.ส่งมาให้รัฐบาลพิจารณานั้น อาจจะไม่ครบถ้วน จึงเสนอให้ กกต.นำร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยฯกลับไปปรับปรุงใหม่ ให้เป็น 20 มาตรา หรือ 30 มาตรา มีความละเอียดชัดเจนว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้อย่างไรในการทำประชามติ แล้วส่งร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวกลับมาให้ ครม.พิจารณาอีกครั้ง

นำมาซึ่งการรับลูกของ กกต.ต่อข้อเสนอดังกล่าวของฝ่ายกฎหมายของรัฐบาล โดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง อธิบายถึงแนวทางการจัดทำกฎหมายเกี่ยวกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า สำหรับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การออกเสียงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. … ที่ กกต.เตรียมเสนอต่อรัฐบาลนั้น จะเป็นการนำร่างประกาศ กกต.เกี่ยวกับหลักเกณฑ์วิธีการ และระยะเวลาในการออกเสียงประชามติ และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติ พ.ศ. … มารวมเป็นฉบับเดียวกัน ซึ่งประกอบไปด้วยรายละเอียดและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการออกเสียงประมติ เริ่มตั้งแต่ความหมายของการออกเสียง ผู้มีสิทธิออกเสียง วันออกเสียง เขตออกเสียง หน่วยออกเสียง ที่ออกเสียง ว่ามีความหมายอย่างไร ขั้นตอนและวิธีการจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญ การจัดส่งร่างรัฐธรรมนูญ การเผยแพร่กระบวนการและขั้นตอนการออกเสียงประชามติ รูปแบบของเขตออกเสียง ซึ่งกำหนดให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตออกเสียง

Advertisement

สำหรับข้อดีในการรวมทั้งประกาศ กกต.เกี่ยวกับหลักเกณฑ์วิธีการทำประชามติ และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติ พ.ศ. … มารวมเป็นฉบับเดียวกัน เพื่อเป็นการลดขั้นตอนในการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไปในคราวเดียวกัน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. … ไม่เกิน 30 วัน นับจากวันที่ ครม.มีมติส่งร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติฯ ให้ สนช.พิจารณา อีกทั้งการออกเป็น พ.ร.บ. ศักดิ์ของกฎหมายจะสูงกว่าการออกเป็นประกาศหรือระเบียบ ซึ่้งจะแก้ปัญหาในการตีความในข้อกฎหมายในภายหลัง โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับบทลงโทษเกี่ยวกับการทำประชามติ จะต้องออกเป็นกฎหมายในรูปแบบของ พ.ร.บ หรือ พ.ร.ก.

ส่วนหลักเกณฑ์ของผู้มีสิทธิออกเสียงและบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง นายสมชัยชี้แจงว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข จากเดิมกำหนดคุณสมบัติของผู้มาออกเสียงว่าต้องอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม 2559 มาเป็นอายุครบ 18 ปี ในวันออกเสียงประชามติแทน หลักเกณฑ์การลงคะแนนออกเสียง ทั้งการลงคะแนนด้วยบัตรออกเสียงและการลงคะแนนด้วยเครื่องลงคะแนน หลักเกณฑ์การนับคะแนนการออกเสียง หลักเกณฑ์การคัดค้านการออกเสียง หลักเกณฑ์การรายงานผลการออกเสียง ความผิดและบทกำหนดโทษ

โดยร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีความคล้ายคลึงกับ พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2552 แต่หลายเรื่องจะมีความชัดเจนมากขึ้น เช่น วิธีการนับคะแนน วิธีการตัดสิน รวมถึงบทกำหนดโทษที่ปรับให้เข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งอาจมีการนำเทคโนโลยีมาทำผิดกฎหมายได้

ขณะที่การจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนนั้น กกต.จะจัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญ 3 รูปแบบ คือ 1.ฉบับเต็มจัดพิมพ์ 1.2 ล้านเล่ม แจกจ่ายจุดสำคัญที่ประชาชนเข้าถึงได้ อาทิ ที่ทำการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และโรงเรียน 2.ฉบับสรุปสาระสำคัญที่ กรธ. ส่งมายัง กกต. ไม่เกิน 20 หน้า จำนวน 6 ล้านฉบับ แจกจ่ายให้กับประชาชนที่ร้องขอมา และ 3.ฉบับสรุปย่อสาระสำคัญ 17 ล้านฉบับ ส่งให้ประชาชน 17 ล้านครัวเรือน

สุดท้ายแล้วกฎหมายเกี่ยวกับการจัดทำประชามติจะออกมาในรูปแบบใดนั้น ล้วนมีผลต่อการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญแทบทั้งสิ้น อยู่ที่ว่าผู้มีอำนาจจะเลือกแนวทางใด