หน้าแรก การเมือง อนุทิน ตกใจ ถ...

อนุทิน ตกใจ ถามอีกแล้วหรือ หลังเกิดไฟไหม้ ซากเครนถล่มพระราม2 ชี้ ไม่ใช่การทำลายหลักฐาน

20.01.26 | 13:32 น.

อนุทิน ตกใจ ถามอีกแล้วหรือ หลังเกิดไฟไหม้ ซากเครนถล่มพระราม2 ชี้ ไม่ใช่การทำลายหลักฐาน

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุเพลิงไหม้ซากเครนถล่มที่ถนนพระราม 2 โดยแสดงสีหน้าตกใจ และถามกลับว่า “อีกแล้วหรือ” ตอนนี้เพิ่งประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสร็จ หากมีเหตุการณ์ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม จะเป็นผู้รายงาน โดยในเบื้องต้นหน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการต้องดูแล ซึ่งจุดพระราม 2 กรมทางหลวงเป็นผู้ดูแลอยู่ พร้อมย้ำว่าในฐานะรัฐบาลให้ดำเนินการทางปกครอง โดยหาวิธีการบอกเลิกสัญญากับผู้รับเหมา แต่รัฐบาลไม่ได้เป็นคู่สัญญา จึงได้แจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ไปดำเนินการ

เมื่อถามว่า การเกิดเหตุไฟไหม้ซ้ำในพื้นที่ดังกล่าว มองว่าเป็นการพยายามทำลายหลักฐานหรือไม่ นายกฯระบุว่า หากถามตนในฐานะวิศวกร ต้องมีการวางแผนงานควบคุมงานและใส่ใจ ตามระดับความเสี่ยงของงาน และส่วนที่สำคัญมาก คือส่วนที่ไปเกี่ยวข้องกับบุคคลที่สาม ฉะนั้นต้องให้ความระมัดระวังให้มาก โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย พร้อมยกตัวอย่างบริษัทข้ามชาติที่ตนเคยทำงานด้วย ยังเคยได้รับรางวัลว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตต่อเนื่อง 30 ล้านชั่วโมง ซึ่งไม่ได้มาจากการฟลุคหรือความโชคดี แต่มาจากการวางแผน และการใส่ใจควบคุมงานที่เข้มข้น และหลักฐานไม่สามารถทำลายได้ เพราะหลักฐานชัดเจนคือเครนร่วงลงมา เป็นความเสียหาย ทางโครงสร้างวิศวกรรม จะไปเผาเศษเหล็กเศษปูนตอนนี้ไม่มีประโยชน์อะไร เอกสารก็ไม่ได้ต้องการ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นฟ้องมากกว่าเอกสาร

เมื่อถามว่า กรณีที่ผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวออกมาเรียกร้องให้มีการชดเชย นายกฯย้ำว่า ได้มอบนโยบายไปยังกรมทางหลวง การรถไฟแห่งประเทศไทย และกระทรวงคมนาคม ไปว่าไม่ฟังเงื่อนไขในสัญญา แต่ให้ไปดำเนินการตามกฎหมายปกครอง เพราะเป็นภัยและอันตรายต่อสาธารณะ ทำให้ประโยชน์ของสาธารณะเสียไป รวมไปถึงเรื่องความมั่นใจ นักลงทุนนักท่องเที่ยวแม้กระทั่งความมั่นใจของประชาชนในชาติ เพราะตอนนี้กลายเป็นว่าถนนเพชรเกษมติด เพราะไม่มีใครอยากวิ่งผ่านถนนพระราม 2 ทั้งที่ลงทุนไปเท่าไหร่ ซึ่งคนที่ทำให้เกิดความไม่มั่นใจ คือผู้ที่รับจ้างก่อสร้าง ทำให้เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก

นายกฯยังระบุว่า ตอนที่ตนบอกว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ ก็โดนว่าว่าไม่ใส่ใจ พอจะดำเนินการ ก็บอกว่าระวังเสียค่าโง่ แต่ถ้าทำตรงนี้แล้วนำไปสู่การปรับเปลี่ยนกฎหมาย ระเบียบควบคุมต่างๆ ได้ ตนไม่คิดว่าเป็นการเสียค่าโง่ เพราะคำว่าเสียค่าโง่ คือต้องโดนบริษัทฟ้อง แต่เครนถล่มลงมาขนาดนี้ คนตาย 30 กว่าคน มีการเกิดเหตุ 4-5 ครั้ง แล้วรัฐทำแบบนั้นก็ว่าทำแบบนี้ก็ว่า ตนก็ทำในสิ่งที่ควรทำ และตนไม่ได้เป็นคนที่เสียค่าโง่ เพียงไปบอกให้หน่วยงานว่าต้องทำอย่างไร แต่การทำแบบนี้ทุกฝ่ายจะได้ฉลาดขึ้น แล้วทำอะไรด้วยความระมัดระวัง ถ้าเป็นญาติเจ้าของบริษัทตายไม่เท่าไหร่ แต่คนไม่รู้อีโหน่อีเหน่ขับรถสัญจรไปมา ทั้งคนต่างจังหวัดและมีคนต่างชาติ ตรงนี้ต่างหากคือสิ่งที่เสียหายต่อประเทศ และจำเป็นต้องดำเนินการ

Advertisement

”ไม่ต้องมานั่งนับญาติอะไรผมหรอก ว่าแม่ผมเป็นน้องสาวบริษัท บริษัทอิตาเลียนไทย มันเป็นได้อย่างไร เพราะเมื่อก่อนก็แข่งขันกันมาตลอด ฉะนั้นมันเริ่มเชื่อมต่อไปเรื่องอื่นแล้ว จึงขอให้เอาเรื่องนี้ก่อน“

นายกรัฐมนตรียังย้ำว่า ขอให้หน่วยงานไปบอกเลิกสัญญาให้ได้ก่อน เพราะทำประเทศเสียหาย และยิ่งหากเกิดเหตุไฟไหม้จริง เท่ากับว่าไม่มีการดำเนินการอะไรให้เกิดความปลอดภัยขึ้นมาเลย ก็สมควรหรือยังที่ต้องดำเนินการ ซึ่งตนได้ทำหน้าที่ไปแล้วต่อไปเป็นหน้าที่ของผู้ปฏิบัติ หากไม่ทำก็จะคาอยู่ ประชุมคณะรัฐมนตรีกี่รอบก็ต้องมาถามกับนายพิพัฒน์ ต่อให้หลังการเลือกตั้งตนได้เป็นฝ่ายค้านก็ต้องมาถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า ได้ดำเนินการไปแล้วหรือยัง พร้อมย้ำว่าให้ดำเนินการใน 2 โครงการนี้ให้ได้ก่อน