หน้าแรก การเมือง จากฝุ่นพิษ-ภั...

จากฝุ่นพิษ-ภัยพิบัติ สู่นโยบายเลือกตั้ง69 ทำไมสิ่งแวดล้อมสีเทา ถึงต้องแก้ด้วยรธน.ใหม่?

22.01.26 | 15:22 น.

จากฝุ่นพิษ-ภัยพิบัติ สู่นโยบายเลือกตั้ง69 ทำไมสิ่งแวดล้อมสีเทา ถึงต้องแก้ด้วยรธน.ใหม่?

เลือกตั้ง69 – โค้งสุดท้ายการหาเสียง สำหรับการเลือกตั้ง ปี 2569 รวมทั้ง การลงประชามติเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ 2560 หลายหน่วยงาน ต่างก็ทำทั้งโพล และจัดดีเบต เพื่อให้ประชาชนรับรู้ถึงแนวคิด และนโยบายแต่ละพรรค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ความมั่นคงของประเทศ และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตของประชาชน ที่บรรดาผู้แทนที่เข้าไปนั่งในสภาจะต้องทำ

เรื่องของ “นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม” เป็นสิ่งใกล้ตัวที่สุด ส่งผลกับประชาชนมากที่สุดที่จะกระทบกับชีวิตประชาชน ไม่แพ้นโยบายด้านอื่นๆ ที่แต่ละพรรคการเมืองพยายามนำเสนอ

รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับ “มติชนออนไลน์” ถึงข้อฝาก ที่อยากจะให้พรรคการเมือง หรือรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้าไปบริหารประเทศ ภายหลังจากที่ผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว โดยระบุว่า 3 ข้อที่อยากจะเห็นการเมืองใหม่ที่จะเข้ามาทำงานคือ 1.เรื่องกฎหมายอากาศสะอาด ซึ่งรัฐบาลชุดที่ผ่านมาผลักดัน แต่ชะงักไปในขั้นการพิจารณาของ ส.ว.เสียก่อน เพราะมีการยุบสภา

“เรื่องนี้ต้องรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ และต้องทำให้ได้ เป็นเรื่องสำคัญที่ประชาชนเฝ้ารอ มันเกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนโดยตรง รวมทั้งทางอ้อมอื่นๆ ที่สำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ

Advertisement

2.เรื่องของการจัดการปัญหาภัยพิบัติ ที่แม้เราจะห้ามภัยภัยพิบัติให้เกิดไม่ได้ แต่ในการเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือนั้นสำคัญที่สุด ซึ่งในปีที่ผ่านมา เรามีประสบการณ์ตรง ทั้งเรื่องของแผ่นดินไหว น้ำท่วมใหญ่ และดินถล่ม โดยเรื่องหลังหลายที่เกิดบ่อยซ้ำซาก แต่เรายังอ่อนในเรื่องการเตรียมการรับมือ หรือซ้อมแผนการรับมือกับภัยพิบัติเหล่านี้ รัฐบาลใหม่จะต้องไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องต่อสู้รับมือโดยลำพัง ต้องมีการซ้อมรับมือและทำความเข้าใจอย่างเป็นระบบทุกเขตทุกพื้นที่และไม่ประมาท” รศ.ดร.เจษฎา กล่าว

อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวด้วยว่า ประการสุดท้ายที่ การเมืองจะต้องมีก็คือ การมีส่วนร่วมของประชาชน ในการจัดการ พัฒนาสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้น เช่น เรื่องป่าชุมชน แหล่งน้ำ ทะเล ฯลฯ เพราะที่ผ่านมา บอกว่าประชาชนมีส่วนร่วม แต่เอาเข้าจริงแล้ว รัฐเป็นผู้พัฒนา และจัดการ ประชาชนรับรู้และเข้าร่วมในช่วงปลายน้ำแล้ว

“สำหรับผมนะครับ การเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ผมว่าหลายๆ พรรคพูดถึงเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมกันชัดเจนกว่านี้ ครั้งนี้ ดูเหมือนว่า การพูดเรื่องสิ่งแวดล้อมนั้นเงียบมาก ส่วนใหญ่ จะพูดกันแต่นโยบายที่คิดกันว่าจะโดนใจประชาชน เช่น นโยบายเศรษฐกิจ หรือเรื่องสิ่งแวดล้อมก็ แตะๆ ไปอยู่ในภาพรวมอยู่ในนโยบายสังคม ที่ผมฟังมา มีเพียงพรรคประชาชนเท่านั้น ที่มีความชัดเจนในเรื่องนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ในนโยบาย 200 กว่าข้อนั้น พูดเรื่องสิ่งแวดล้อมชัดเจนกว่าพรรคอื่น” รศ.ดร.เจษฎา กล่าว

เมื่อถามว่า ตอนนี้ มองว่าใครควรจะมีเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) รศ.ดร.เจษฎา กล่าวว่า เรื่องของสิ่งแวดล้อมนั้นผูกพันกับหลายหน่วยงาน หลายกระทรวง เช่น เมื่อเกิดภัยพิบัติ ก็เกี่ยวทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตร หรือกระทั่งกระทรวงการอุดมศึกษาฯ หรือ อว.เอง แต่อย่างน้อย เราอยากได้รัฐมนตรีทส.ที่เข้าใจเรื่องของสิ่งแวดล้อมจริงๆไม่ใช่ตัดสินใจอะไรตามกระแส และความรู้สึก ต้องเป็นคนมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีพื้นฐานความรู้เรื่องของสิ่งแวดล้อม ให้การตัดสินใจทำงานออกมาถูกต้อง และเป็นธรรม

นาทีนี้ การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เรื่องไหนเร่งด่วนที่สุด อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เรื่องฝุ่นพีเอ็ม 2.5ต้องแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นมลพิษที่เกิดขึ้นทุกพื้นที่กระจายในอากาศ นำมาซึ่งปัญหาอื่นๆ เช่น สุขภาพ เศรษฐกิจ

เห็นด้วยกับการลงมติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 หรือไม่ รศ.ดร.เจษฎา กล่าวว่า ในภาพรวมนั้นสนับสนุนให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่แล้ว เพราะรัฐธรรมนูญ ฉบับเก่านั้นมีข้อเสียมากมาย ทั้งเรื่องความอิสระขององค์กรอิสระ และส.ว.ที่ไม่อิสระจริงๆ หรือ เรื่องของการจัดการสิ่งแวดล้อม ที่ให้สิทธิการมีส่วนร่วมของประชาชนน้อย ประชาชนแค่ได้ร่วมทำงาน แต่ไม่ได้ร่วมคิดร่วมสร้าง

“ผมมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในส่วนของสิ่งแวดล้อมนั้น เนื้อหาควรจะกระจายอำนาจให้ประชาชนได้มีอำนาจ มีส่วนร่วมในเนื้อหา โดยเฉพาะสิทธิพื้นฐานการได้มีสิ่งแวดล้อมที่ดี อันเป็นสิทธิพื้นฐานของมนุษย์เรา และจริงๆแล้ว ผมอยากให้หน่วยงาน หรือแม้กระทั่งสื่อจัดดีเบตเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย ว่า แต่ละพรรคจะทำอะไรบ้าง เพราะเรื่องการเมือง สังคม เศรษฐกิจนั้นทำกันเยอะแล้ว เอาเข้าจริง ยังไม่เห็นพรรคไหนออกนโยบายสิ่งแวดล้อมชัดเหมือนพรรคประชาชนเลย”รศ.ดร.เจษฎา กล่าว

นายสนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า 3 ข้อที่อยากจะฝากไปถึงพรรคการเมือง และรัฐบาลชุดใหม่ในเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อม คือ 1.เรื่องภัยพิบัติจากโลก ซึ่งปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติตลอดทั้งปี ทั้งเรื่อง แผ่นดินไหว ดินโคลนถล่ม หลุมยุบ ทะเลหนุน น้ำทะเลกัดเซาะ ขณะที่รัฐบาลชุดก่อน ได้ไปลงนามในการประชุมอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ คอป 30 ว่า ในปี 2035 ประเทศไทยจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เหลือ 47% และในปี 2050 จะลดให้เป็น 0 ซึ่งจะต้องทำให้ได้ตามที่ลงนามเอาไว้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดผลตามมามากมาย เช่น ประเทศสมาชิกขาดความเชื่อถือ ไม่ซื้อของจากเรา เป็นผลกระทบที่เป็นลูกโซ่ และจะทำเรื่องนี้ให้ได้ก็ต้องเตรียมความพร้อมอย่างหนักหน่วง นโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาลในการจัดการเรื่องนี้จึงสำคัญมาก

ประการที่ 2 เรื่องฝุ่น พีเอ็ม2.5 ที่เกิดจากปัญหาจราจร การใช้เชื้อเพลิงที่ไม่สะอาด เรื่องนี้อยู่ในร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ผ่านมา 2 สภาแล้ว และชะงักที่วุฒิสภา เพราะยุบสภาเสียก่อน การจัดการฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ได้ หมายถึงการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้ในหลายๆ เรื่อง ทั้งเรื่องความยากจน ปัญหาสุขภาพ ประการที่ 3 ต้องจัดการปัญหากากอุตสาหกรรม ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากโรงงานสีเทา หรือโรงงานศูนย์เหรียญ ที่เข้ามา เพราะ การทุจริตเชิงนโยบายขององค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น เช่น ออกใบอนุญาตผิดประเภทจากโรงงานอุตสาหกรรม เป็นสถานประกอบการ เป็นต้นเหตุให้มีการจัดการกากอุตสาหกรรมไม่ถูกต้อง สร้างมลพิษแก่ท้องถิ่น ส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินประชาชน เรื่องนี้รัฐบาลต้องให้อำนาจแก่ท้องถิ่นในการจัดการจริงจัง ไม่ใช่แค่ใช้ พ.ร.บ.สาธารณสุขอย่างเดียว

“อีกเรื่องที่ทุกคนต้องทราบ เวลานี้ ชุมชนทั่วประเทศมีการจัดการขยะที่ไม่ถูกต้องวันละ 5 ตัน และเรามีขยะกองใหญ่ที่ไม่ถูกจัดการอยู่ 2 พันกว่ากองทั่วประเทศ เมื่อมีเหตุ ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม ในพื้นที่เหล่านี้ จะสร้างปัญหาหนักแก่ประชาชนอย่างมาก รัฐบาลให้จะต้องจัดการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนด้วย เพราะเราปล่อยเอาไว้คาราคาซังนานมากแล้ว” นายสนธิกล่าว

เมื่อถามว่า มองว่านโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของพรรคไหนเข้าตา และสามารถจัดการได้ทันที่ที่พรรคนั้นเข้ามาบริหารประเทศมากที่สุด นายสนธิ กล่าวว่า พรรคประชาชน มีแอคชั่น แพลน ที่ลงลึกเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจนที่สุด สามารถเอามาใช้ได้ทันที ภายใน 100 วัน เช่น การจัดการเรื่องฝุ่นพีเอ็ม 2.5 การสานต่อ ร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด รวมไปถึง การจัดการโรงงานสีเทา ส่วนพรรคอื่นๆก็มีเหมือนกัน แต่แค่แตะๆ ไม่ลงลึก และเอาไปรวมอยู่ในนโยบายด้านสังคม แต่ไม่ออกมาชัดเจนโดดเด่น

เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ 2560 หรือไม่ นายสนธิ กล่าวว่า เห็นด้วยอยู่แล้ว ว่า รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดต้องมาจากประชาชนจริงๆ โดยภาพรวมของรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ต้องคำนึงถึงสิทธิประชาชน ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ให้กลุ่มรากหญ้ามีสิทธิมีเสียง ส.ว.มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง

นึกหน้าตาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกหรือยังว่า หน้าตาอย่างไร นายสนธิ กล่าวว่า ดูจากแอคชั่นแพลน ที่ประกาศออกมาแล้ว มองว่าพรรคประชาชน มีแผนการทำงานด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน แต่รายบุคคลนั้น ไม่รู้ คิดว่า ถ้าพรรคนี้ได้เป็นรัฐบาล ใครก็ตามที่เป็นรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมก็ต้องทำตามนโยบายพรรค

“อย่างไรก็ตามคนๆนั้นจะต้องมีความรู้ มีองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม เพื่อบริหารจัดการปัญหาเป็นองค์รวม ไม่เชื่อข้าราชการง่ายๆ และที่สำคัญให้ดูเรื่องทีมที่ปรึกษา ว่ามีความรู้ ความสามารถอย่างไรด้วย และสำคัญที่สุดคือ นโยบายทุกๆเรื่องจะดีแค่ไหน ถ้าถึงเวลาได้เข้าไปทำงานแล้ว ไม่ทำตามนโยบายก็ไม่มีประโยชน์” นายสนธิ กล่าว

อย่ามองข้ามนโยบายสิ่งแวดล้อมของพรรคการเมือง เพราะสิ่งที่ออกมาจะอยู่ใกล้ตัวและมีผลกับตัวเรามากที่สุด