หน้าแรก การเมือง ไอซ์ ชวนคว่ำ ...

ไอซ์ ชวนคว่ำ ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดสปส. สกัดล้วงเงินทำโรงอาหาร ขวางไม่สำเร็จจ่อฟ้องศาลปกครอง

22.01.26 | 12:55 น.

‘รักชนก’ โหวตคว่ำระเบียบเลือกตั้งบอร์ด สปส. ลั่นถ้าขวางไม่สำเร็จต้องฟ้องศาลปกครอง

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 มกราคม ที่ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ซอยสีลม 5 น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วยนายเซีย จำปาทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และ นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน เขตบางรัก รวมถึงผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้ง

โดยมีการขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอสตั้งแต่สถานีบางหว้า จนมาถึงสถานีศาลาแดง และจุดหมายในการลงพื้นที่อยู่ที่ตลาดละลายทรัพย์ ระหว่างทางมีการแจกใบปลิวนโยบายของพรรคประชาชน ขณะที่ น.ส.รักชนก ได้ทำการประชาสัมพันธ์ผ่านลำโพงขยายเสียง ถึงประเด็นการปฏิรูปประกันสังคม โดยเฉพาะการชวนให้ประชาชนร่วมโหวตคว่ำร่างระเบียบการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ซึ่งในระหว่างนั้นมีประชาชนเข้ามาขอถ่ายรูปเป็นระยะ

น.ส.รักชนกกล่าวว่า แม้ว่าวันนี้จะเป็นเสียงจากพรรคประชาชน แต่ตนไม่ได้มาหาเสียง เพียงแต่มาขอแรงพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือนเข้าไปร่วมโหวตคว่ำร่างระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ที่มีการเปิดประชาพิจารณ์อยู่ในขณะนี้ ถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เป็นการกีดกันทีมประกันสังคมก้าวหน้า แต่ร่างระเบียบเลือกตั้งดังกล่าว เป็นการรัฐประหารบอร์ดประกันสังคม จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันลงคะแนนเสียง “ไม่เห็นด้วย” กับร่างระเบียบเลือกตั้งประกันสังคม โดยในวันนี้พรรคประชาชนได้มีการกระจายประชาสัมพันธ์ไปหลายพื้นที่ เพื่ออยากให้เป็นดาวกระจายทั่วประเทศ

“พี่น้องชาวออฟฟิศ คนทำงานทุกท่านอย่าลืมไปโหวตคว่ำร่างระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ถ้าไม่ชนะอย่างถล่มทลายจะเห็นร่างนี้ขึ้นมาอย่างแน่นอน และถ้าอยากให้เอาประกันสังคมออกจากระบบราชการให้กาพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ” น.ส.รักชนกกล่าว

Advertisement

นอกจากนั้น น.ส.รักชนกยังกล่าวว่า ไม่ว่าชื่อของร่างระเบียบเลือกตั้งจะเป็นอะไร แต่สาระสำคัญคือการรัฐประหารบอร์ดประกันสังคมผ่านสิ่งที่เรียกว่าระเบียบเลือกตั้งใหม่ แม้จะบอกว่าทุกอย่างถูกต้องตามระเบียบกฎหมายทุกประการ แต่เกิดจากกลุ่มคนที่เคยทำมาหากินในบอร์ดประกันสังคมมาอย่างยาวนาน เมื่อแพ้เลือกตั้ง ไม่สามารถกลับเข้ามาสู่บอร์ดได้ จึงพยายามทำทุกวิถีทาง ตั้งแต่การล้มเลือกตั้ง เปลี่ยนมาเป็นแบบเลือก ส.ว. และล่าสุดเปลี่ยนมาเป็นผู้ประกันตน 1 คน สามารถเลือกผู้แทนได้ 1 คน ทั้งที่สัดส่วนผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนในบอร์ดมีถึง 7 คน แต่กลับมาจำกัดให้เลือกเพียง 1 คน

“ร่างระเบียบเลือกตั้งเป็นการทำลายเอกภาพของผู้ประกันตน จากเดิมที่จะต้องมีเสียง 1 ใน 3 ของบอร์ด กลับเหลือประมาณ 1 ใน 21 ฉะนั้นโหวตอะไรไปก็แพ้ การันตีได้ว่าหากมีการใช้ระเบียบเลือกตั้งดังกล่าว และทีมประกันสังคมก้าวหน้าไม่ได้กลับเข้าไป แต่คนที่กลับเข้าไปก็จะเป็นคนเดิมๆ ที่เคยเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในบอร์ดประกันสังคม การันตีว่าไม่เกิน 2 ปี ได้เห็นออกมา 4-5 ตึกแน่นอน ได้กลับมาทำปฏิทินประกันสังคม ท่านจะได้เป็นเจ้าของโรงอาหารทุกกระทรวงแน่นอน” น.ส.รักชนกกล่าว

น.ส.รักชนกกล่าวต่อว่า ไม่มีความกังวลที่ได้พูดถึงกลุ่มคนที่เคยอยู่ในบอร์ดประกันสังคม ในทางกลับกัน อยากให้เขาเหล่านั้นออกมาแสดงตัวให้ทุกคนได้เห็น ถ้าท่านทำประโยชน์ให้ผู้ประกันตนก็ไม่ต้องอาย ให้ออกมาบอกเลยว่าได้ขวางการซื้อตึก SKYY9 แล้ว ทั้งนี้ ยืนยันว่าพรรคประชาชนเป็นพรรคที่ออกมาพูดถึงการทำงานของประกันสังคมเป็นพรรคแรก ซึ่งมีความพยายามสื่อสารว่าอย่าเอาการเมืองมายุ่งกับบอร์ดประกันสังคม ทั้งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานทุกสมัย มาจากพรรคการเมืองทั้งหมด ที่สามารถควบคุมเสียงของบอร์ดประกันสังคมได้ถึง 1 ใน 3

“ตลอด 30 ปีที่มีประกันสังคม เป็นการเมืองทั้งนั้น แต่ที่ผ่านมาการเมืองไม่ดี การเมืองมันห่วย ทำให้ทุกคนได้เห็นตึก SKYY9 เห็นปฏิทินประกันสังคม เห็นโครงการแปลกประหลาด แต่สิ่งที่ท่านต้องทำไม่ใช่เปลี่ยนตัวนักการเมือง แต่ต้องเติมน้ำใสไปไล่น้ำเสีย ให้ประกันสังคมโปร่งใสตรวจสอบได้ ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย” น.ส.รักชนกกล่าว

น.ส.รักชนกกล่าวต่อว่า หากท้ายที่สุดแล้วร่างระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมถูกนำมาใช้ ตนและพรรคประชาชนก็จะขัดขวางให้ถึงที่สุด ซึ่งอาจจะต้องมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าอยากให้ทุกคนเข้าสู่ระบบประกันสังคมด้วยการเมืองที่ดี ขอกองทุนประกันสังคมเป็นหลักประกันในชีวิตที่ดีที่สุดของมนุษย์เงินเดือน เป็นหลังพิงสุดท้ายในวันที่ท่านเจ็บป่วย เพราะครอบคลุมทั้งการเจ็บป่วย การชดเชยว่างงาน การลาคลอด ความพิการไปจนถึงเสียชีวิต

“ทุก 1 ล้านบาทที่เราประหยัดได้ เมื่อผ่านไป 30 ปี ในการลงทุนได้ผลตอบแทน 5% ในทุกปี เงินจะงอกเป็น 4.32 ล้านบาท นี่เป็นสิ่งที่เราพยายามบอกผู้ประกันตน เพื่อให้ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่น” น.ส.รักชนกกล่าว