หน้าแรก การเมือง อนุทิน ร่วมงา...

อนุทิน ร่วมงาน 18 ปีป.ป.ท. แนะกินสับปะรดเยอะๆ ทำงานเป็นสับปะรด หวังไทยเป็นสมาชิก OECD โดยเร็ว

23.01.26 | 13:02 น.

‘นายกฯ’ เปิดงานวันสถาปนา 18 ปี สำนักงาน ป.ป.ท. พร้อมมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติพนักงาน-จนท.ดีเด่น แนะกินสับปะรดเยอะๆ จะได้เป็นสับปะรด หวังได้เข้าเป็นสมาชิก OECD ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ไทยกลับจอเรดาร์โลก ขจัดคอร์รัปชั่นในไทย

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 มกราคม ที่ห้องแซฟไฟร์ 206 อิมแพ็ค ฟอรั่ม ชั้น 2 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 18 ปี สำนักงานคณะกรรมการป้องกันการและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ภายใต้แนวคิด “พลังศรัทธา พลังล่าทุจริต” พร้อมมอบโล่รางวัลเชิดชูเกียรติพนักงาน ป.ป.ท. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2568

นายกฯกล่าวว่า วันนี้ถ้าเราเดินไปถามพี่น้องประชาชนว่ากังวลเรื่องอะไรมากที่สุดจะต้องมีการพูดถึงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น การแก้ปัญหานี้ไม่เพียงแต่ต้องทำตลอดเวลา แต่ต้องมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ให้เท่าทันพฤติกรรมใหม่ๆ ของผู้ที่มีเจตนาทุจริต การดำเนินงานของ ป.ป.ท.จึงต้องมีความชัดเจน ต้องมีความเป็นปัจจุบัน ไม่มีคดีตกค้าง และพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความรวดเร็ว เป็นธรรม โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ และปราศจากการแทรกแซงโดยเด็ดขาด ซึ่งเป็นไปตามคำกล่าวที่ว่า “ปิดชื่อถือพฤติกรรม” ที่ตนได้บัญญัติไว้ ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวน และปราบปรามการทุจริต โดยให้ถือเป็นนโยบาย

นายกฯกล่าวว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าพนักงานของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องถือเป็นการกระทำความผิดทางวินัยที่ร้ายแรง ต้องดำเนินการทางอาญาอย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง รวมถึงการนำอำนาจหน้าที่ของรัฐไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นการทุจริตอีกรูปแบบหนึ่ง ดังนั้น จะต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใส เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นของประชาชน และความเชื่อมั่นที่เราจะได้รับจากนานาประเทศ พร้อมทั้งขอให้พัฒนาการ และวิธีการอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยข้อมูลทั้งในและต่างประเทศในการทำงาน

“กินสับปะรดเยอะๆ หูตาจะได้เป็นสับปะรด และการทำงานก็จะได้เป็นสับปะรด ขอให้ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ท.ได้ร่วมกันสร้างผลงานที่มีคุณภาพ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญเที่ยงธรรม และไม่ยอมจำนนต่ออิทธิพลหรือแรงกดดันใดๆ โดยมีหลักคิดและแนวทางปฎิบัติหน้าที่สำคัญ 3 ประการ คือ 1.การพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.การยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และ 3.ยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล ดำเนินงานอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้เป็นที่ยอมรับของสังคม หากปฏิบัติได้ครบอย่างเต็มความสามารถ จะมีพี่น้องประชาชนเป็นทั้งเกาะกำบัง และหลังพิงให้กับพวกเรา ทำให้ทำงานทุกชิ้นประสบความสำเร็จได้” นายกฯกล่าว

Advertisement

นายกฯกล่าวต่อว่า ประเทศไทยต้องก้าวเข้าสู่ยุคที่เราต้องยืนอยู่บนเวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี มีอำนาจในการต่อรอง ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ สำนักงาน ป.ปท.มีส่วนเป็นเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development) หรือ OECD ซึ่งเป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความยุติธรรม นานาประเทศจะต้องยึดถือเป็นมาตรฐานว่าถ้าจะต้องพูดคุยทำความตกลงหรือจะทำสนธิสัญญาเอ็มโอยูใดๆ ในอนาคต ถ้าคู่กรณีไม่ได้อยู่ในหลักของ OECD เราก็จะมีปัญหาเรื่องการเจรจาต่อรองกับพวกเขา อาจรวมถึงโอกาสต่างๆ ของประเทศไทยด้วย ถ้าเขาประกาศว่าไม่ได้รับการยอมรับมาตรฐาน OECD ประเทศอาจจะขาดความเชื่อมั่นซึ่งไม่มีผลดีอะไรกับประเทศไทยเลย

นายกฯกล่าวอีกว่า ดังนั้น แม้วันนี้เรายังไม่ได้เป็นสมาชิก แต่ได้เสนอตัวเพื่อให้การให้กรรมการโออีซีดี พิจารณาว่าจะรับประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกหรือไม่ ถ้าท่านทั้งหลายได้เห็นเอกสารที่ตนนำไปยื่นต่อเลขาธิการโออีซีดีจะตกใจมาก เพราะเอกสารหนา 8-10 เล่ม ใช้เวลาในการเตรียมตัวที่เชื่อว่า ป.ป.ท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องใช้ความพยายามอย่างสูงสุดที่จะทำให้เอกสารเหล่านี้ได้รับการพิจารณา เราหวังว่าการเตรียมตัวที่ดีของเราจะได้รับการพิจารณาตามผลที่พวกเราคาดหวังไว้ เร็วที่สุดคือ 5 ปี แต่ตนต่อรองว่า 3 ปีได้หรือไม่ เพราะประเทศไทยตั้งใจทำ และอยากอยู่ในมาตรฐานเช่นเดียวกับนานาอารยประเทศอื่นๆ ซึ่งเขาไม่ได้รับปาก แต่เชื่อว่าโออีซีดีจะเห็นถึงความสำคัญ และให้ความร่วมมือ เพราะเขาบอกกับตนว่าไปมาหลายประเทศ ไทยเป็นประเทศแรกที่บุคคลระดับผู้นำประเทศ หรือหัวหน้ารัฐบาล เป็นผู้ที่ยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงให้กับทางโออีซีดีอย่างเป็นทางการ และให้การต้อนรับเป็นอย่างดีที่ทำเนียบรัฐบาล จึงมีความมั่นใจว่าจะได้รับการพิจารณาให้เข้าเป็นสมาชิกโออีซีดีในระยะเวลาที่เราสามารถรอได้

“ถ้าไม่ได้รับการพิจารณาถึงตายเลย ผมบอกเขาเผื่อๆ ไว้ว่าในการพิจารณาเรามีความตั้งใจ ถ้ามีอะไรที่ต้องปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม ขอให้โออีซีได้แจ้งมาที่ประเทศไทย เรายินดีทำทั้งหมด ซึ่งรับรองได้ว่าเจตนาของเราคือการเข้าไปเป็นสมาชิกโอเอซีดีอย่างสมบูรณ์ เพื่อจะทำให้ประเทศไทยมีความน่าเชื่อถือ และกลับมาสู่จอเรดาร์ของนานาประเทศ ถ้าเราทำสำเร็จก็จะก้าวข้ามจุดเปลี่ยนผ่านอีกจุดหนึ่ง ในการช่วยขจัดการทุจริตคอรัปชั่นให้ผ่านไปจากประเทศไทย” นายกฯกล่าว

นายกฯกล่าวทิ้งท้ายว่า การทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทยในภาครัฐไม่ใช่เป็นสิ่งโบราณ แต่มีการพัฒนารูปแบบอยู่ตลอด แต่สิ่งที่ตนยังมั่นใจและน่ายินดีอยู่คือไม่ว่าความพยายามของพวกเขาจะเป็นอย่างไร ท่านรู้ทันพวกเขาเสมอ และสามารถจัดการกับพฤติกรรมเหล่านี้ได้ นี่เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ ยินดีอยู่ข้างพวกท่านตลอดเวลาขอให้มีความมั่นใจ