หน้าแรก การเมือง บุญเลิศ มธ. พ...

บุญเลิศ มธ. พ้อ รัฐปกป้องเราน้อยเกิน ยกเคส ‘พระราม2’ หวังเลือกตั้ง69 ตอบโจทย์สังคม ‘เปราะบาง’

23.01.26 | 15:22 น.

บุญเลิศ ชี้ นโยบายที่หล่นหาย ห่วง สังคมเปราะบาง ทำคน Insecure ขึ้นทุกวัน รัฐปกป้องเราน้อยไป คาดหวังเลือกตั้งครั้งนี้ตอบคำถาม

เมื่อวันที่ 23 มกราคม เวลา 13.00 น. ที่โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กทม. ขบวนการส่งเสริมสุขภาพประชาชน (ขสช.) ร่วมกับ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา, วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดเวทีเสวนา ’เลือกตั้ง 69 นโยบายทางสังคมที่…หล่นหาย‘

บรรยากาศเวลา 13.00 น. ศ.สุริชัย หวันแก้ว กล่าวต้อนรับ โดยเน้นย้ำถึง ‘โลกาภิวัตน์กับความเหลื่อมล้ำ’ ที่ผ่านมาสังคมพูดถึงแต่เรื่องปากท้อง สวัสดิการ แต่มักไม่พูดถึง ‘ความไม่เป็นธรรมจากการพัฒนา’ ด้วยระบบที่ทำให้เปราะบาง โดยโครงสร้าง ซึ่งทำให้คนตัวเล็กตัวน้อยลุกขึ้นมาสู้

“การเมืองมักพูดแต่เรื่องปากท้องเศรษฐกิจ เสนอการแก้แบบโจทย์เฉพาะหน้า การประชานิยมแจกนั่นแจกนี่ ไม่ใช่ว่าไม่สำคัญ แต่ภัยพิบัติที่เราเผชิญ มันสั่งสมปัญหา อย่างน้ำท่วมในหลายจังหวัดชัดเจนมาก

“สถานการณ์แบบนี้ สิ่งที่สำคัญจึงไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องมองระยะยาว ความรุนแรงในครอบครัว สังคม เด็กที่ตกหล่นจากการลงทะเบียน แทบไม่มีปรากฏ อาจจะด้วยได้คะแนนเสียงน้อย แต่มันกลายเป็นความรุนแรงเงียบ ทางโครงสร้าง”

Advertisement

จึงอยากเสนอส่งท้าย ถ้าเจ้าภาพจัดงานนี้ ทำให้เกิดคณะทำงานต่อเนื่อง สื่อสารถึงคนรุ่นใหม่ ให้เป็นพลังต่อเนื่องในการติดตาม ไม่ให้เป็นการเมืองขายฝัน แต่เพื่ออนาคตต่อไป” ศ.สุริชัยกล่าว

ศ.สุริชัย หวันแก้ว

ต่อด้วย รศ.ดร.บุญเลิศ วิเศษปรีชา คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ. เสวนาในหัวข้อ “แนวโน้มปัญหาที่สังคมไทยต้องเผชิญ” โดยในตอนหนึ่งกล่าวว่า ต้องให้ความเป็นธรรม นโยบายทางสังคมพอจะมีให้เห็นบ้าง แต่บางนโยบายถูกมองข้ามไป การจัดเวทีวันนี้จึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะทำให้ประเด็นที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง ได้ถูกให้ความสำคัญ

ตนตั้งใจพูดถึง ‘ความเปราะบาง’ ไม่ใช่ในช่วงเลือกตั้ง แต่เราเผชิญสิ่งนี้มานานแล้ว โดยส่วนตัวอยากนิยามว่า มันคือความเปราะบาง ซึ่งต่างจากความยากจน และความเหลื่อมล้ำ เพราะมันกำลังบอกเราว่าเป็น ‘ความเปราะบางทางโครงสร้าง’ ที่ทำให้ชีวิตเราขาดความมั่นคง มันยังกระทบกับคนทุกกลุ่ม และหลายมิติในชีวิต

“คุณอาจจะมีรายได้ แต่งานไม่มั่นคง สมัยใหม่ต้องจ้างงานแบบยืดหยุ่น แต่คำว่า ‘ยืดหยุ่น’ แปลว่า ‘ไม่มั่นคง’ เขาจะไล่คุณออกเมื่อไหร่ก็ได้ โดยโครงสร้างมันถูกออกแบบให้เราเผชิญกับความเปราะบาง เช่นเดียวกันคนรุ่นใหม่ ที่ทำงานไปแต่ขาดความมั่นคง

เรากำลังอยู่ในสังคมที่เปราะบางขึ้นทุกวัน ทั้งคนทำงานเป็นไรเดอร์ เราเจอกับสแกมเมอร์ที่พร้อมทะลุทะลวงเข้ามาหาเรา ทั้งที่เราไม่ได้ยุ่งกับใคร ทำงานเก็บเงินเกษียณ โดนดูดเงินหายไปในพริบตา เราต้องการการปกป้องจากรัฐ ที่ยังทำหน้าที่นี้ไม่มากพอ” รศ.ดร.บุญเลิศ ชี้

รศ.ดร.บุญเลิศกล่าวต่อไปว่า คุณอาจจะมีชีวิตการงานที่ดี แต่เดินๆ อยู่อาจจะประสบอุบัติเหตุแบบคุณหมอกระต่าย หรือขับรถผ่านถนนพระราม 2 มันคือความเปราะบางที่ไม่ได้เกิดกับคนจนเท่านั้น แต่เกิดจากการที่รัฐ ปกป้อง (protect) เราน้อย

คุณอาจจะมีความมั่นคง บ้านอยู่ที่หาดใหญ่ แต่วันดีคืนดีไม่คิดว่าน้ำจะท่วม คุณอาจจะผลิตส่งออกขายของได้ดี แต่มีระเบียบโลกกำลังพังทลาย สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความเปราะบางที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ที่เราอาจจะมองข้ามไป

รศ.ดร.บุญเลิศระบุด้วยว่า สิ่งหนึ่งที่อนาคตสังคมไทยจะเจอคือ การที่นำมาสู่ ‘ความไม่มั่นคงทางจิตใจ’ คนที่เป็นอาจารย์ เราจะพบว่าอยู่กับนักศึกษาที่มีความอ่อนไหวมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่บุคลิก แต่มันคือสภาวะแวดล้อมที่ทำให้เรารู้สึกว่า ไม่มั่นคง ซึ่งคนเจน X หรือเบบี้บูมเมอร์ อาจจะมองว่าทำไมเปราะบางจัง ด้วยสภาพสังคม ทำให้เขา Insecure เป็นเงื่อนไขทางสังคม ซึ่งสภาวะเช่นนี้นำมาสู่ความเปราะบาง

“ดังนั้น เมื่อมีการเลือกตั้ง เราจึงคาดหวังว่าจะตอบคำถามให้พวกเรา เวทีวันนี้จึงเป็นเวทีสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า ‘การเมือง ต้องตอบคำถามให้พวกเราได้’ ทำให้ชีวิตเรามีความแน่นอน มั่นคง (secure) วางแผนชีวิตตัวเองได้มากขึ้น” รศ.ดร.บุญเลิศกล่าว

รศ.ดร.บุญเลิศ ยังกล่าวถึงอีกหนึ่งประเด็น โดยมองว่านโยบายหาเสียงที่มักพูดบ่อย คือ เราจะฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างไรบ้าง? ส่วนตัวมองว่า ยังเป็นน้ำหนักของการพูดโดยเน้นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจเป็นสำคัญ แต่เมื่อโตแล้ว กระจายอย่างทั่วถึงหรือไม่ ?

เราต้องการนโยบายที่ครอบคลุมถึงทุกคน ไม่ใช่ต้องเผชิญกับความเหลื่อมล้ำอยู่อย่างนั้น อย่างเช่นที่เป็นมา ซึ่งมันกระทบกับทุกคน

“เราไม่อาจจะมีชีวิตรอดได้ตามลำพัง ถ้าสังคมไปไม่ได้ สุดท้ายมันก็จะกระทบกับเรา กับทุกคน เราต้องช่วยกันกอบกู้ รื้อก็ฟื้นโครงสร้างให้มันปกป้องคุ้มครองเรามากขึ้น นโยบายที่หล่นหาย ไม่ว่าจะเป็น ยาเสพติดก็ดี การพนัน หวย บ่อน ความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงปัญหาเรื่องการศึกษา คิดแต่ว่าแข่งขัน เกทับกัน เรียนปริญญาตรีไม่พอ จะให้เรียนถึงปริญญาเอก ด็อกเตอร์เลย ไม่ได้มองว่ามีคนจำนวนมากที่ไม่ถึงด็อกเตอร์ เพราะเขาหลุดตั้งแต่มัธยมแล้ว คือตัวอย่างของการพูดแต่ยอด แต่ไม่ได้สนใจว่าฐานของสังคม เป็นอย่างไร”

หรือการขยายตัวของเรื่องที่เนียนมากขึ้น อย่าง ‘บุหรี่ไฟฟ้า’ การพูดถึงปัญหาเหล่านี้ ไม่ได้บอกว่าเรามองโลกในแง่ร้าย แต่ทำให้สังคมเห็นความเป็นจริงที่ถูกมองข้ามมากขึ้น ให้เสียงของผู้ได้รับผลกระทบที่มักไม่ถูกได้ยิน ได้ถูกพูดถึงมากขึ้น ในการเลือกตั้งครั้งนี้” รศ.ดร.บุญเลิศกล่าว

จากนั้น นายสมคิด พุทธศรี บรรณาธิการบริหาร The 101.world กล่าวเน้นย้ำถึงเชิงสถิติ ทั้งปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า ที่ผู้หญิงติดมากขึ้น ซึ่งคนมักเสพติดด้วยกลิ่นและรสชาติ ไม่ต่างจากน้ำหอม
เพราะมีมากถึงหลักหมื่นกลิ่น รวมถึงพนันออนไลน์ และธุรกิจสีเทา ที่น่าศึกษาต่อในเชิงพฤติกรรมความคิด รวมถึงนักการเมือง ที่ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นคนที่มีฐานะเข้าสู่สนามการเมือง ในปัจจุบัน ที่ต่างจากอดีตที่ผู้แทนราษฎร ซึ่งมักมาจากคนจน